Friday, May 3, 2013

บทบาทของชางก้า


บทบาทของชางก้า

                  เมื่อโลกใหม่ถูกก่อตั้งขึ้นโลกเก่าก็ถูกทำลาย การทำลายล้างโลกยุคเหล็กซึ่งเป็นโลกของกิเลสนั้นเป็นสิ่งจำเป็น มิฉะนั้นความสงบและความสุขที่สมบูรณ์และยาวนานก็ไม่สามารถนำกลับมาสู่โลกนี้ได้ ความจริงก็คือความดีและความชั่วร้ายไม่สามารถจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข
                  ชางก้าเป็นสัญลักษณ์ของการทำลายล้างสิ่งเก่าทั้งหมด ทำลายความเลวและความชั่วร้าย เมื่อกิเลสทั้งห้าเริ่มเติบโตเกินอัตรา ทุกๆชาติในโลกก็มีการทะเลาะวิวาทกันมากขึ้น มันเป็นเวลาของการทำสงครามทำลายล้างครั้งสุดท้าย วิทยาศาสตร์เป็นตัวควบคุม การค้นคิดอาวุธที่ร้ายแรงเพื่อการทำลายอย่างทันทีทันใดและมีขอบเขตการทำลายที่กว้างใหญ่ ระเบิดนิวเคลียร์และจรวดติดหัวรบที่มีอานุภาพการยิงเข้ามทวีปที่ทรงพลัง การสะสมอาวุธร้ายแรงเป็นปริมาณมากมายในคลังแสงของกลุ่มมหาอำนาจโลก อาวุธที่มีการทำลายที่ร้ายแรงเหล่านี้มันไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเก็บไว้อย่างแน่นอน พวกเขาตั้งใจจะใช้มันในสงครามนิวเคลียร์ โลกที่ตกต่ำกำลังมาถึงจุดจบ!

การทำลายล้างของโลกกิเลส
                   ชีพบาบาได้เปิดเผยว่าความหายนะอันใหญ่หลวงที่กำลังจะเกิดขึ้นกับมวลมนุษยชาติ ชาติที่มีการพัฒนาทางด้านวิทศาสตร์จะเป็นคนเริ่มสงครามโลกครั้งที่สาม ซึ่งเป็นการทำลายล้างโดยสิ้นเชิง ช่วงเวลานี้จะเห็นแนวโน้มจากสงครามกลางเมืองในประเทศต่างๆ ความหายนะตามธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ความอดอยาก แผ่นดินไหว ซึ่งจะเกิดขึ้นจากบทบาทของคน ธาตุของธรรมชาติก็จะบ้าคลั่งและต่อต้านมนุษย์อย่างรุนแรง จะเกิดความโกลาหลอันเนื่องมาจากความตื่นตกใจที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก จะขาดแคลนโรงพยาบาล เครื่องอำนวยความสะดวกและสิ่งที่ทำให้ชีวิตรื่นรมณ์อื่น ๆ ก็ถูกทำลายไป
                   ดังนั้น สิ่งสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของมนุษย์ได้ก็คือ การคิดถึงชีพบาบาด้วยความรักอย่างเป็นธรรมชาติและง่าย ๆ เพียงเท่านั้นที่จะเป็นวิธีคลายทุกข์ ผู้ซึ่งฝึกฝนราชโยคะกับพ่อสูงสุดจะสามารถเผชิญกับสถานการณ์อย่างปราศจากความกลัวด้วยความแข็งแกร่ง
                   ความยุ่งยากร้ายแรงที่กล่าวมาข้างต้นจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดจะทำลายพลังชั่วร้ายทั้งหมดและจะชำระธาตุธรรมชาติด้วย การทำลายล้างนี้เป็นประโยชน์ในรูปแบบที่ซ่อนเร้นมันจะปลดปล่อยดวงวิญญาณจากทุกขเวทนาและความทุกข์ทรมานของโลกยุคเหล็ก การทำลายล้างนี้เป็นการชำระล้าง เป็นการทำความสะอาด โดยการเกิดสงครามบิวเคลียร์ล้างโลกครั้งสุดท้าย จะเป็นการปลดปล่อยดวงวิญญาณมนุษย์ทั้งหมดบนโลกอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อพวกเขาจะสามารถกลับบ้านไปยังดินแดนดั้งเดิมแห่งความสงบ พารามธรรมของพากเขา! 
ถ้าโลกยุคเหล็กยังดำเนินต่อไปนานกว่านี้ ก็ไม่สามารถที่จะจินตนาการได้เลยว่าความทุกข์ทรมานจะน่ากลัวขนาดไหน การทำลายล้างนี้ไม่ใช่เป็นการกระทำโดยตรงของพระเจ้าแต่เราสามารถเห็นอิทธิพลของความเมตตาของพระเจ้านั้นคือการสร้างขบวนการการทำลายล้างให้เกิดขึ้นอย่างเป็นอัตโนมัติจากกำลังของความรุนแรงซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากน้ำมือของมนุษย์
                    มนุษยชาติจะไม่ถูกฆ่าตายจนหมดสิ้นในสงครามนิวเคลียร์อย่างที่บางคนกลัว แน่นอนประชากรมนุษย์จะเหลือน้อยมาก ดวงวิญญาณซึ่งผ่านการชำระล้างตนเองด้วยความเพียรพยายามทางดวงวิญญาณ โดนการฝึกฝนราชโยคะมาแล้วจะลงมาจากพารามธรรมกลายเป็นเทพในยุคทอง ดวงวิญญาณที่เหลือจะกลับไปยังพารามธรรมแต่พวกเขาจะต้องถูกชำระบาปของพวกเขาก่อน โดยผ่านการลงโทษผ่าน ธรรมราช พวกเขาจะอยู่ในพารามธรรมจนกว่าจะถึงเวลาที่เขาจะเล่นบทบาทบนโลกในวงจรต่อไป (รายละเอียดจะมีการอธิบายตามมา)     


จากหนังสือ "ราชโยคะ ศาสตร์เพื่อการรู้แจ้ง"
BK.เรืออากาศเอกทรงยศ เปี่ยมใจ


No comments:

Post a Comment