Thursday, May 23, 2013

ละครโลกที่เป็นอมตะ


ผลสะท้อนที่มีต่อกัน ระหว่างดวงวิญญาณ ธรรมชาติและดวงวิญญาณสูงสุด
พระเจ้าชีว่าครูผู้สูงสุดเปิดเผยว่าละครโลกนี้ไม่มีการเริ่มต้น ไม่มีจุดจบ มันเป็นอมตะและถูกกำหนดไว้แล้ว มันเคลื่อนไปบนพื้นฐานที่เกี่ยวเนื่องกันของแก่นสารสำคัญที่เป็นอมตะสามสิ่ง ดวงวิญญาณ ประกิต (สสารหรือพลังงานที่ไม่มีชีวิต) และ พระเจ้าพ่อชีว่า ละครเป็นเรื่องราวของความสูงส่งและความตกต่ำของมนุษย์ ชัยชนะและพ่ายแพ้ ความสุขและความทุกข์ทรมาน ความรู้และความไม่รู้ ความเป็นอิสระ และการติดบ่วงของพวกเขา

มันต่างเป็นเรื่องราวของการแสดงพลังของความดีและพลังของความชั่วและสภาวะที่แตกต่างซึ่งดวงวิญญาณได้ผ่านมาในทั้งสี่ยุค มันเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจของดวงวิญญาณที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเอง และร่างกายที่สูญสลายได้ซึ่งเป็นสาเหตุของการตกต่ำของมนุษย์และแล้วก็กลับมาเข้าใจความจริงเกี่ยวกับตัวเอง ความเสื่อมและความตกต่ำ กระบวนการของกฏแห่งกรรม การเริ่มมีกิเลสในตอนเริ่มต้นของยุคทองแดง การเติบโตของการบูชากราบไหว้ การลงมาเกิดของดวงวิญญาณบริสุทธิ์จากพารามธรรม การลงมาเป็นผู้นำศาสนา บทบาทของศาสนาที่แตกต่างกันในโลก ความเติบโตของผู้ที่คลั่งไคล้ และผลสุดท้าย การเปิดเผยความรู้ที่แท้จริงโดยพระเจ้าชีว่าเพื่อปลดปล่อยดวงวิญญาณ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่โดดเด่นของละครนี้


ละครโลกซ้ำรอยเหมือนเดิมทุกประการ

ละครโลกมี อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งพระเจ้าชีว่าเปิดเผยผ่านนิมิตที่สูงส่ง เหมือนที่มีภาพประกอบไว้ในวงจรโลก และ ต้นกัลป สวรรค์ซึ่งเคยมีอยู่ บัดนี้กำลังจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งในอนาคตอันใกล้ อะไรที่เป็นปัจจุบันได้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วในอดีต

ผู้คนพูดกันทั่วไปว่า ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย บัดนี้พระเจ้าพ่อชีว่าพูดว่า ประวัติซ้ำรอยเดิมทุกประการทุก ๆ กัลป เหมือนกับภาพยนต์ที่ไม่สามารถถูกทำลายได้ ซึ่งเป็นอมตะและซ้ำรอยแบบไม่มีจุดจบของเวลา ฉากทั้งหมดใช้เวลา 5,000 ปี และมันก็จะกลับมาฉายซ้ำโดยอัตโนมัติ

ทุก ๆ ความคิดและการกระทำของทุก ๆ ดวงวิญญาณประกอบกันขึ้นเป็นละคร ไม่มีดวงวิญญาณสองดวงที่เหมือนกัน แต่ละดวงวิญญาณมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกันไปในแต่ละชาติเกิด ในความเป็นจริงในแต่ละบทของแต่ละดวงวิญญาณแตกต่างกันทุก ๆ วินาที ตลอดทั้งกัลป ซึ่งละครนั้นซ้ำรอยเหมือนเดิม เพราะว่าในทุก ๆ วงจร ดวงวิญญาณทุกดวงผู้ซึ่งเป็นผู้แสดงในละครจะเป็นคนเดิม เพราะพวกเขาเป็นอมตะและไม่ตาย

แต่ละดวงวิญญาณจะเล่นบทบาทเดิมในวงจรหน้า เพราะว่าดวงวิญญาณได้บันทึกรอยประทับที่ไม่สามารถลบออกได้ไว้เป็นบทบาทของตัวเอง ซึ่งได้เล่นมาชีวิตแล้วชีวิตเล่าในวงจรโลก สิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดในละครนั่นคือ ดวงวิญญาณมนุษย์ซึ่งเป็นจุดแห่งแสงที่มีชีวิตบรรจุไว้ด้วยบทบาททั้งกัลป 5,000 ปี อันเป็นพลังที่นอนเนื่องอยู่ภายใน หรือเรียกว่ารอยประทับ ที่ไม่สามารถทำลายได้ มันอยู่ในรูปของสันสการ์


ละครสอนการกระทำที่ถูกต้อง

ละครอธิบายประวัติศาสตร์การคงอยู่ของมนุษย์ มนุษย์คงอยู่เพราะว่าได้มีอยู่มาตั้งแต่อนันตกาล ที่ทำให้ทฤษฏีที่มีอยู่ทั่วไปมากมายเกี่ยวกับกำเนิดของมนุษย์หมดความหมาย การคงอยู่นั้นเป็นอมตะมันหมุนเวียนไปตามวงล้อของเวลา ดวงวิญญาณเป็นผู้แสดงในละคร มนุษย์ที่มีความสุขจะเป็นคนซึ่งมีพฤติกรรมเช่นผู้ดู ไม่ได้รับการกระทบจากเหตุการณ์ภายนอก การปล่อยวางจากภาระกิจอย่างจริงใจ ด้วยการปล่อยวางทางดวงวิญญาณ ปล่อยวางจากกรอบของความคิดเป็นสัญลักษณ์ของโยคีที่แท้จริง

มัีนเป็นเคล็ดลับของความสุขที่แท้จริงด้วย คาร์มาโยคะ (Karma Yoga) เป็นสาระสำคัญของความสุข จะต้องไม่มีความปรารถนาต่อผล แต่ผลลัพธ์ของการกระทำที่ตนทำไว้จะส่งผลเองโดยอัตโนมัติ การละทิ้งการกระทำเป็นสาเหตุของการไม่มีความสุข

พระเจ้าพ่อชีว่าเปิดเผยอดีต ปัจจุบัน และอนาคต แต่รายละเอียดของกรรมของแต่ละบุคคลไม่ได้รับการเปิดเผย ดังนั้น เราไม่ต้องนั่งนิ่งด้วยทัศนคติที่ยอมรับต่อโชคชะตา ทั้งหมดนั้นเป็นอดีตและเป็นละคร เหตุการณ์จะดำเนินไปตามแผนของละคร ความรู้ที่ว่าละครจะซ้ำรอยใช้เป็นเหมือนกับเบรคของรถยนต์ ขณะที่การกระืทำหรือความเพียรพยายามเพื่อพัฒนาตนเองเหมือนกับคันเร่งของรถยนต์ ดังนั้นชีวิตก็ต้องดำเนินไปตามปกติ

ความรู้ว่าละครจะซ้ำรอยเหมือนเดิมทุกประการ จะต้องไม่นำมาใช้สำหรับอนาคต ยกเว้นในกรณีที่มีความแน่นอน เช่นการกำลังมาถึงของสวรรค์เท่านั้น ความรู้เรื่องละครช่วยให้เราลืมประสบการณ์ที่ขมขื่นและทุกข์ทรมานของอดีต อย่างไรก็ตามทุก ๆ เหตุการณ์ในละครที่เจ็บปวดเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อดวงวิญญาณ ทำให้ดวงวิญญาณรู้แจ้งพอที่จะยอมรับมันในฐานะที่มันเป็นเช่นนั้น ขอให้เราเรียนรู้จากอดีตของเราและนำมาสร้างอนาคต
พระเจ้าชีว่าได้ให้ความรู้เกี่ยวกับละครที่กำลังจะมาถึงตอนจบของกัลป ความรู้นี้สามารถจะช่วยให้โยคีหลีกเลี่ยงการทำความผิดในอนาคตด้วย (ขณะที่ช่วงเวลาของการทำความเพียรทางดวงวิญญาณยังคงดำเนินอยู่) เพราะว่าเขาเข้าใจว่าอะไรก็ตามที่เขาทำบัดนี้ ก็จะซ้ำรอยเดิมหลังจาก 5,000 ปี


จากหนังสือ "ราชโยคะ ศาสตร์เพื่อการรู้แจ้ง"
BK.เรืออากาศเอกทรงยศ เปี่ยมใจ


No comments:

Post a Comment