Showing posts with label คุณธรรม(Virtues). Show all posts
Showing posts with label คุณธรรม(Virtues). Show all posts

Tuesday, November 14, 2023

คุณธรรม - การเคารพตนเอง (Self-Respect)

 


ลูกเป็นดวงวิญญาณที่สูงส่ง ผู้ซึ่งจะเปิดเผยพ่อผ่านความสัมพันธ์ทั้งหมด และจะเป็นผู้ให้คำแนะนำของพ่อกับผู้อื่น ลูกเป็นบุคคลซึ่งเล่นบทบาทที่สูงที่สุดของความสูงส่งกับพ่อที่สูงที่สุดของความสูงส่งในทุกกัลป์ การเคารพตนเองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั่นคือ ณ ยุคแห่งการบรรจบพบกัน ลูกดวงวิญญาณได้ผูกพ่อไว้ด้วยเส้นเชือกของความรักและความสัมพันธ์ของลูก ลูกเป็นผู้ซึ่งทำให้พ่อได้กลายเป็นผู้ที่มีร่างเหมือนกับตัวลูกเอง พ่อทำให้ลูกเป็นเหมือนกับท่านในรูปที่ไม่มีร่าง ขณะที่ลูกก็ทำให้ผู้ที่ไม่มีร่างเป็นเหมือนกับลูกในรูปที่มีร่าง และแล้วลูกก็กลับกลายมาเหมือนกับพ่อในทุก ๆ คำสรรเสริญเกี่ยวกับท่าน และนี่เอง ที่ทำไมแม้แต่พ่อก็พูดว่า "ลูกเป็นนายที่ยิ่งใหญ่" ดังนั้น บัดนี้ลูกเข้าใจหรือยังว่าลูกเป็นใคร "ไม่ว่าฉันจะเป็นอะไร ไม่ว่าฉันจะเป็นอย่างไร" ด้วยการหยั่งรู้ตัวลูกเอง ตามที่ลูกเป็นลูกก็จะสามารถรักษาความเคารพตนเอง และก้าวพ้นไปจากสำนึกของความเป็นร่างโดยอัตโนมัติอย่างมั่นคง (อเวียก 22/09/75)

ลูกทั้งหมดมั่นคงอยู่บนบัลลังก์ที่สูงส่งของการเคารพตนเองใช่ไหม ลูกรู้จักรูปของความเคารพตนเองที่สูงส่งของลูกใช่ไหม ณ เวลาปัจจบุันลูกคือสิ่งสร้างโดยตรงของผู้สร้างของโลก เป็นสิ่งสร้างสิ่งแรก เป็นสิ่งสร้างที่สูงที่สุด เป็นเพชรพลอยแห่งดวงตาของบัพดาดาผู้ซึ่งเป็นเด็ก และก็เป็นนายด้วย เป็นผู้นั่งบนบัลลังก์หัวใจ เป็นเพชรพลอยที่กลางหน้าผาก เป็นผู้ช่วยของบัพดาดา ในภาระกิจของท่าน เป็นผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลก เป็นภาพลักษณ์ผู้ซึ่งให้การค้ำจุนสำหรับโลก และเป็นตัวอย่างที่สูงส่งที่สุดที่อยู่เบื้องหน้าชาวโลก ลูกได้รักษาสำนึกความเคารพตนเองเช่นนี้ไว้หรือไม่ ลูกได้ดำรงอยู่นำความมั่นคงบนบัลลังก์แห่งความเคารพตนเองอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ (อเวียก 18/06/73)

ถ้าลูกมีธรรมชาติที่สูงส่งและแล้วลูกก็เป็นเหมือนพ่อ ความเคารพตนเองจบสิ้นความยะโสโอหัง ดังนั้น ทำตนเองให้มั่นคงอยู่ในสำนึกแห่งความเคารพตนเอง  รักษาสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดไว้ในสำนึกรู้ ลูกจะต้องไม่สนุกสนานเกินไปหรือเอาจริงเอาจังเกินไป จงมีความสมดุล จงสนุกสนานในเวลาที่ถูกต้อง และมีความเอาจริงเอาจังในเวลาที่ถูกต้อง สิ่งแรกจงรักษาความสมดุล (อเวียก 30/03/85)

ไตร่ตรองว่า : ทำไมฉันจึงไม่ประกาศสิทธิในอันดับหนึ่ง ทำไมฉันจึงไม่ทำตามบาบาและมาม่า และประกาศสิทธิในอาณาจักรของพวกเขา (ซาคาร์ 01/06/96)

ในสภาวะของการเป็นนายผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาด มันไม่ใช่สภาวะธรรมดา มันเป็นสภาวะที่สูงส่งที่สุด และมันก็เป็นสมญานามที่สูงสุดซึ่งได้รับโดยตรงมาจากพระเจ้า ดังนั้นลูกรักษาความซาบซึ้งนี้ได้มากเท่าไร สมญานามนี้ทำให้งานประสบความสำเร็จทั้งหมด สมญานามนี้ได้รับโดยตรงจากพระเจ้า ดังนั้นมันจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจและความสุข ถ้าลูกรักษาที่นั่งบนสมญานามนี้  ลูกก็จะมีประสบการณ์ของการมีอำนาจทั้งหมดเพื่องานรับใช้เสมอ ลูกจะมีประสบการณ์กับสิ่งนี้ว่ากำลังมีอยู่อย่างสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้จะเฝ้าคอยที่จะร่วมมือกับคำสั่งของลูก ดังนั้นให้ใช้ประโยชน์กับพรและมรดกของลูก ถ้าลูกไม่ทำตัวลูกให้มั่นคงอยู่ในสภาวะของความเคารพตนเอง  นั่นคือ การเป็นนายผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาด แทนที่จะใช้อำนาจในคำสั่ง ลูกก็เฝ้าแต่ร้องขออำนาจต่อบาบา "ให้อำนาจนี้กับฉัน เพื่อที่จะทำให้งานนี้สำเร็จ นี่ควรจะเกิดขึ้น นั่นควรจะเกิดขึ้น"  การนำมาใช้นั้นถูกใช้ในวิธีเช่นนี้ ผู้ซึ่งเฝ้าแต่ขอต่อบาบาจะไม่สามารถดำรงอยู่อย่างมั่นคงในความพอใจ สิ่งหนึ่งจะจบลง และอีกสิ่งหนึ่งจะเกิดขึ้น ดังนั้น จงเป็นนายใช้ยุทธิวิธีที่ถูกต้อง ขณะที่อยู่ในโยคะ และใช้เทคนิคที่ถูกต้องในเวลาที่ถูกต้อง และรับบริการจากผู้บริการ แล้วเราก็จะมีประสบการณ์ของสุขภาพที่มั่นคงโดยอัตโนมัติ นี่เป็นสิ่งที่รู้กันว่าเราได้รับพลังทางกาย (อเวียก 29/10/87)

จงรักษาสภาวะของการเคารพตนเองของการเป็นนายผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาดอยู่เสมอ ๆ รักษาความมั่นคงอย่างคงที่ในที่นั่งของความเคารพตนเอง ขณะที่เรานั่งประจำตำแหน่ง ดังนั้น คุณสมบัติของลูกก็ถูกพัฒนาขึ้น เมื่อมีสถานการณ์ใด ๆ เช่นนี้เกิดขึ้นตรงหน้าลูก แล้วลูกก็มั่นคงอยู่บนตำแหน่งนี้ เมื่อลูกไม่นั่งอยู่บนตำแหน่ง แม้แต่อำนาจก็จะไม่ยอมรับคำสั่งของลูก คำสั่งซึ่งถูกสั่งโดยบางคน ซึ่งอยู่ในตำแหน่งจะได้รับการเชื่อฟังเสมอ (อเวียก 18/11/93)

ลูกมีประสบการณ์ว่าตัวลูกเองเป็นดวงวิญญาณที่มีคุณค่าต่อการบูชาในทุกกัลป์หรือไม่  พื้นฐานของการกระทำภาระกิจคือความบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์ทำให้ลูกควรค่าแก่การบูชา เหมือนอย่างพ่อผู้เป็นที่สูงที่สุดในที่สูง เช่นกันดวงวิญญาณของลูกได้ก้าวหน้าไปพร้อมกับสำนึกว่าตัวลูกเองเป็นที่สูงที่สุดในที่สูงหรือไม่ เพราะว่าในทางโลกพ่อเป็นผู้ที่สูงที่สุดในหมู่ที่สูงและรองลงมาจากท่านก็คือเทพ แต่ลูกคือดวงวิญญาณบราห์มินซึ่งสูงส่งยิ่งกว่าเทพ ลูกคือเทวดานางฟ้า(ร่างแสง)       (อเวียก 10/01/94)

พูดว่า "เชิญท่านก่อน" หมายความถึงมั่นคงอย่างสม่ำเสมอในความเคารพตนเอง และการให้ความเคารพผู้อื่นหมายถึงการพูดว่า "เชิญท่านก่อน" มันไม่ควรที่ลูกจะพูดออกไปจากปากง่ายๆ ว่า "เชิญท่านก่อน" ขณะที่การกระทำนั้นแตกต่าง จงอยู่ในสภาวะของการเคารพตนเองและให้ความเคารพ และอะไรคือสัญลักษณ์ของการให้ความเคารพต่อผู้อื่น ขณะที่อยู่ในสภาวะของการเคารพตนเอง จงตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอถึงสองสิ่งนี้ สิ่งแรกคือท่าทีของความทะนงตน และอีกสิ่งหนึ่งคือท่าทีของการประฌาม ผู้ซึ่งมั่นคงอยู่ในสภาวะของความเคารพตนเองและเป็นผู้ให้ผู้ซึ่งให้ความเคารพต่อผู้อื่นจะไม่มีท่าทีทั้งสองนี้ ไม่ว่าจะเป็นความทะนงตนหรือการเยาะเย้ย อะไรคือทัศนคติของ "คนนี้ทำสิ่งนี้ อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ก็เกิดขึ้น"  นี่เป็นการประณามดวงวิญญาณในรูปแบบที่สูงส่ง  การที่จะคงอยู่ในสภาวะของความเคารพตนเองและให้ความเคารพ เป็นที่รู้กันในการพูดว่า  "เชิญท่านก่อน"   ด้วยการพูดว่า "ฉันก่อน" หมายถึงการปฏิบัติตามคติพจน์ที่ลูกได้สร้างขึ้นสำหรับตัวเอง ผู้ซึ่งยอมรับการรับผิดชอบคืออรชุน อรชุนหมายถึงดวงวิญญาณพิเศษ ดวงวิญญาณที่มีความพิเศษ ดวงวิญญาณที่มีสำนึกเป็นดวงวิญญาณ มีความพิเศษยิ่งกว่าใครทั้งหมด  บราห์มาบาบากลายเป็นอรชุน ท่านได้ฝึกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอตามคติพจน์ "ฉันก่อน" นั่นคือท่านได้กลายเป็นดวงวิญญาณอันดับหนึ่ง ตรวจสอบสองสิ่งนี้ มันไม่ควรจะมีท่าทีของการประฌามหรือหยิ่งทะนง  เมื่อไม่มีสองสิ่งนี้ก็จะมีความเคารพตนเอง ไม่ว่าลูกต้องการมันหรือไม่  ไม่ว่าลูกจะไตร่ตรองเกี่ยวกับมันหรือไม่  ทั้งผู้คนและธรรมชาติก็จะให้ความเคารพต่อลูกอย่างสม่ำเสมอ  

ลูกจะไม่ได้รับความเคารพ ถ้าลูกมีความปรารถนาแม้เพียงเล็กน้อยแม้แต่ในความคิด  การถ่อมตนหมายถึงการพูดว่า "เชิญท่านก่อน" สภาวะของความถ่อมตนจะทำให้ลูกสามารถได้รับความเคารพเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ การพูดว่า "เชิญท่านก่อน" ในสถานการณ์เช่นนั้น จะนำมาซึ่งความเคารพหมายความว่าได้กลับกลายมาเหมือนพ่อ  ในเรื่องเกี่ยวกับความเคารพบราห์มาบาบา ได้พูดเสมอ ๆ "ให้จั๊กกัดอัมบาก่อน  ให้แม่สรัสวาตีก่อน แล้วจึงเป็นพ่อบราห์มา" ถึงแม้ว่าบราห์มาจะเป็นแม่ ณ เวลาที่มีการให้ความเคารพ ท่านจะให้แม่จั๊กกัดอัมบาอยู่ข้างหน้าท่าน  ท่านได้ให้ลูก ๆ ของท่านอยู่ข้างหน้าในทุก ๆ งาน และในสภาวะของการทำตามความเพียรพยายาม ท่านจะทำตัวให้ท่านเป็นคนแรกในรูปแบบของหัวรถจักรอย่างสม่ำเสมอ (อเวียก 06/12/87)

มันมีคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ในการบริจาคที่แฝงตน และงานรับใช้ที่แฝงตน  ดวงวิญญาณเช่นนี้จะเต็มเปี่ยมภายในตนเองอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นจักรพรรดิผู้เบาสบายในประเด็นนี้ พวกเขาจะมั่งคงอยู่บนบัลลังก์ของความเคารพในตนเอง และจะไม่นั่งอยู่บนบัลลังก์ของการมีขีดจำกัดของการให้เกียรติจากผู้อื่น พวกเขาจะนั่งอยู่บนบัลลังก์ของความเคารพตนเอง บัลลังก์ที่เป็นอมตะ บัลลังก์ซึ่งไม่สามารถสั่นคลอนได้ และบรรลุถึงความสำเร็จอย่างสม่ำเสมอ (อเวียก 22/02/86)

บันทึกรายการสภาวะของความเคารพตนเองของลูก มันจะเป็นรายการที่ยาวมากตลอดทั้งกัลป์ ไม่มีดวงวิญญาณที่มีชื่อเสียงใดจะมีสมญานามของความเคารพมากมายเช่นนี้ ไม่ว่าเขาจะเป็นผู้ปกครอง นักแสดง มหาตมะ ถ้าลูกจะนับสมญานามของพวกเขา รายการบัญชีชื่อของพวกเขาจะไม่มีมากเท่าบัญชีแห่งความเคารพตนเองของลูก  ลูกไม่รู้ว่าจะเปิดสวิสซ์ของความเคารพตนเองได้หรือ ไม่ว่าเมฆดำเท่าไรที่จะบดบังแสงของดวงอาทิตย์  ลูกก็มีการเชื่อมต่อโดยตรงอย่างเป็นอัตโนมัติกับแสงของสิ่งสูงสุด สายตรงนี้ทรงพลังยิ่งนัก แล้วลูกมีสายตรงหรือสายที่ต้องมีการต่อผ่าน มันเป็นสายตรงใช่หรือไม่ แล้วทุกคนมีสายตรงเช่นนี้หรือ แล้วทุกคนได้รับสายตรงเช่นนี้หรือ และแล้วมันก็เป็นเพียงเมฆก้อนหนึ่ง แต่ถึงแม่ว่าจะมีเมฆหลายก้อน แล้วมันจะสร้างความมืดขึ้นมาได้หรือ ทันทีทันใดที่เราเปิดสวิตซ์ของสำนึกรู้กับสายตรง อะไรเกิดขึ้น มีแสงที่เจิดจ้า มันไม่เพียงแต่ลูกเท่านั้นที่อยู่ในแสง แต่ลูกก็ได้กลายเป็นประภาคารแห่งแสงสำหรับผู้อื่น ในความเป็นจริง แม้ถ้าลูกคิดถึงสภาวะของความเคารพตนเอง ของการเป็นนายผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาด และแล้วมันก็จะไม่มีปัญหาของความเพียรพยายามใดเลย (อเวียก 18/02/94)

ตอนนี้ลูกกำลังร้องสรรเสริญพ่อ ท่านเป็นรูปธรรมแห่งความจริง เป็นสิ่งมีชีวิต เป็นมหาสมุทรของความรู้ และเป็นมหาสมุทรแห่งความปิติสุข ลูกดวงวิญญาณก็กลายเป็นเช่นเดียวกับพ่อด้วย     (ซาคาร์ 15/06/96)

เฮ้  ลูก ๆ ลูกก็เป็นรูปธรรมแห่งความสงบ ลูกก็เป็นผู้ชำระให้สะอาดด้วย ไม่มีใครที่จะสามารถพูดเช่นนี้ มีคำกล่าวว่า พ่อเป็นเช่นไร ลูกก็เป็นเช่นนั้น ลูก ๆ รู้ว่าลูกนั้นเหมือนกับพ่อ พ่อผู้ไม่มีขีดจำกัดได้มาและให้โชคแห่งอาณาจักรอันไม่มีขีดจำกัด  ท่านสร้างเราให้มีค่าที่จะปกครองอาณาจักร ท่านทำให้เราบริสุทธิ์ (ซาคาร์ 18/06/96)

ขอให้ลูกเป็นรูปธรรมแห่งความสำเร็จ ผู้ซึ่งมั่นคงอยู่ในสภาพของความเคารพในตนเอง และด้วยเหตุนี้ก็จบสิ้นสำนึกแห่งความเป็นร่าง ลูก ๆ ผู้ซึ่งคงอยู่อย่างมั่นคงในสภาพของความเคารพในตนเอง เป็นผู้ที่สามารถที่จะทำให้คำสั่งของพ่อเป็นจริงได้อย่างง่ายดาย ความเคารพตนเองจบสิ้นสำนึกแห่งความเป็นร่างหลายรุปแบบ อย่างไรก็ตาม เมื่อลูกลืมคำว่า "ตน" จากความเคารพตนเอง ลูกก็จะติดกับอยู่ในความต้องการความเคารพและความนับถือ และแล้วด้วยความผิดของคำเพียงคำเดียว ลูกก็จะเริ่มทำความผิดอื่น ๆ อีกมากมาย และด้วยเหตุนี้ ด้วยการทำงานอย่างหนัก แต่ก็ได้รับผลแห่งความสำเร็จน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ด้วยการคงอยูู่อย่างสม่ำเสมอในความเคารพตนเอง  ลูกก็จะกลายเป็นรูปธรรมแห่งความสำเร็จ ในการทำความเพียรและการทำงานรับใช้ของลูกอย่างง่ายดาย (อเวียก 23/10/75)

เวลานี้ คือยุคแห่งการบรรจบพบกัน ถูกเรียกว่าเป็นยุคที่ได้รับประโยชน์ นี่คือยุคที่ได้รับประโยชน์ และลูกเป็นดวงวิญญาณที่ให้คุณประโยชน์  ดังนั้น ลูกคิดถึงความเคารพตนเองของลูกในการเป็นดวงวิญญาณผู้ให้คุณประโยชน์อย่างสม่ำเสมอหรือไม่ ภาระพิเศษแห่งยุคบรรจบพบกันคือการนำมาซึ่งผลประโยชน์  สิ่งแรกมันต้องมีประโยชน์สำหรับตนเองและพร้อมกับสิ่งนั้น  การก่อประโยชน์แก่ผู้อื่น  ดังนั้น ลูกมีประสบการณ์ด้วยตัวลูกเองถึงพลังที่นำมาซึ่งคุณประโยชน์หรือไม่ ลูกไม่ได้ถูกกระทบโดยอิทธิพลของบรรยากาศใช่ไหม  บรรยากาศในโลกเป็นสาเหตุแห่งการสูญเสียและเกิดผลร้าย  ขณะที่บรรรยากาศของลูกนำมาซึ่งคุณประโยชน์  ดังนั้นบรรยากาศที่ทำให้สูญเสียและเกิดผลร้ายมีพลังมากกว่า หรือบรรยากาศที่นำมาซึ่งคุณประโยชน์มีพลังเหนือกว่า ดังนั้น บรรยากาศของผู้อื่นไม่สามารถมีอิทธิพลเหนือลูก นั่นคือความอ่อนแอ ขณะที่ลูกคือผู้ทรงอำนาจ คนซึ่งเต็มไปด้วยอำนาจก็จะได้รับชัยชนะเหนือผู้ซึ่งอ่อนแอ  ผู้ซึ่งอ่อนแอไม่ได้รับชัยชนะเหนือผู้ซึ่งทรงอำนาจ ไม่ว่าบรรยากาศจะไม่บริสุทธิ์ขนาดไหน  ลูกคือผู้ร่วมทางของพ่อ ผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาด ที่ไหนมีพระเจ้าที่นั่นมีชัยชนะ 

ดังนั้น ลูกคือผู้ซึ่งเปลี่ยนแปลงบรรยากาศ ลูกได้ประกาศท้าทายว่าลูกเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลก  ยุคนี้เป็นยุคแห่งการให้ประโยชน์ ลูกเป็นดวงวิญญาณผู้ให้คุณประโยชน์ และพ่อก็เป็นผู้ให้คุณประโยชน์ด้วย  ดังนั้นมันมีอำนาจเป็นอย่างมาก ลูกมีอำนาจของเวลา ลูกมีอำนาจของตัวของลูกเอง แล้วลูกก็ยังมีอำนาจจากอำนาจของพ่อ ดังนั้นเพียงแต่คิดถึงสำหรับโลกแล้ว  มันเป็นเวลาแห่งการสูญเสียและเกิดผลร้าย ขณะที่สำหรับลูกมันเป็นเวลาแห่งผลประโยชน์ ผู้คนในโลกสามารถเห็นแต่การทำลายล้างเท่านั้น แต่สำหรับลูกพร้อมกับการทำลายล้าง ลูกีการก่อตั้งขึ้นเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น จงคิดถึงตนเองอย่างสม่ำเสมอ  และคิดถึงเวลา ตนุคือผู้ให้คุณประโยชน์ และเวลาก็เป็นประโยชน์ด้วย ด้วยสำนึกรู้นี้ ลูกก็จะดำรงอยู่ในการเป็นผู้พิชิตมายาและธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ มันไม่ควรจะมีการขึ้น ๆ ลง ๆ แม่เพียงเล็กน้อย ลูกควรจะเป็นผู้ที่ไม่สามารถสั่นคลอนได้ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และมั่นคง ไม่มีใครทำให้ลูกขึ้น ๆ ลง ๆ จากศรัทธานี้           (อเวียก 02/12/93)

มันกี่ภพกี่ชาติที่โชคนี้จะบันดาลให้เป็นไป โชคนี้บันดาลให้ภพแล้วภพเล่า มันไม่ใช่เพียง 21 ชาติ แต่มันเป็นโชคที่คงอยู่ตลอดทั้งกัลป์ และแล้วจากยุคทองแดงเป็นต้นมาผู้บูชาก็กราบไหว้ลูก  (อเวียก 02/12/93 กลุ่ม 3)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ


Saturday, November 4, 2023

คุณธรรม - ความจริงจังและกระตือร้น (Zeal and Enthusiasm)

 


การเฉลิมฉลองเทศกาลอย่างสม่ำเสมอ หมายถึงว่าลูกอยู่ในความจริงจังและกระตือรือร้น ชีวิต บราห์มินหมายถึงการมีความจริงจังและกระตือรือร้น ลูกมีความจริงจังและกระตือรือร้นอยู่เสมอสำหรับยุคใหม่และชีวิตของลูก ทุก ๆ ขณะเป็นขณะของความจริงจังและกระตือรือร้นสำหรับลูกดวงวิญญาณบราห์มิน  ความจริงจังและกระตืนรือร้น เป็นปีกทั้งสองของสภาพที่โบยบิน ลูกโบยบินอย่างสม่ำเสมอ ด้วยปีกทั้งสองของความจริงจังและกระตือรือร้น แม้แต่เมื่อลูกแสดงการ กระทำงานใด ๆ ลูกก็ทำในสภาพที่คงอยู่ในสภาพที่โบยบิน ในฐานะที่เป็นคาร์มาโยคี ดังนั้นลูกมีสภาพที่โบยบินใช่ไหม  ลูกไม่สามารถบินได้ถ้าปราศจากปีกทั้งคู่  

ดังนั้นลูกต้องมีปีกทั้งคู่คือความจริงจังและกระตือรือร้น สำหรับสภาพที่โบยบิน ความจริงจังและกระตือรือร้นนี้เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับลูกดวงวิญญาณบราห์มินทั้งหมด มันไม่ใช่ชีวิตที่เหี่ยวแห้งไร้รสชาติ ชาวโลกพูดว่า "เราจะทำอะไรได้"  ไม่มีความอ่อนหวาน มันช่างเหี่ยวแห้ง อย่างแท้จริง และลูกจะพูดว่าอะไร นั่นคือลูกจะต้องมีความอ่อนหวานของความจริงจังและกระตือรือร้นอย่างสม่ำเสมอ  ลูกจะต้องไม่ท้อถอย ลูกจะต้องมีความสุขในหัวใจของลูกอย่างสม่ำเสมอ เพราะว่า ไม่ว่าอะไรจะยากลำบากเพียงใด ความกระตือรือร้น ทำให้สิ่งที่ยากเป็นเรื่องง่าย ความกระตือรือร้นทำให้แม้แต่พายุกลายเป็นของขวัญ มันทำให้ภูเขาไม่ใช่กลายเป็นเพียงเมล็ดมัสตาด  แต่กลายเป็นสำลี  ความกระตือรือร้นทำให้ประสบการณ์ชนิดใดก็ตามที่เป็นข้อสอบและปัญหากลายเป็นเรื่องสนุก  ลูกมีความกระตือรือร้นว่าลูกเป็นคนเดิมเช่นกัลป์ที่แล้ว ใช่ไหม?  นั่นคือลูกคือคนเดิม ณ เวลานี้และจะเป็นคนนี้อีกหลายครั้ง ดังนั้นมันเป็นความกระตือรือร้นที่ไม่สามารถทำลายได้ใช่ไหม  ลูกเคยเป็น ลูกเป็น และลูกก็จะเป็นเสมอ

บัพดาดากำลังดูลูกดวงวิญญาณไม่ว่าเป็นผู้รักษาความจริงจังและกระตือรือร้นอันไม่สามารถทำลายได้ ต่างลำดับกันไปหรือเป็นอันดับหนึ่ง

ลูกเป็นอันดับหนึ่ง ลูกคือดวงวิญญาณผู้ได้รับชัยชนะ (อเวียก 31/12/93)

บาบานั้นรวมอยู่กับลูก และดังนั้นจะก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องด้วยความจริงจังและกระตือรือร้น ดังนั้นจงมอบความอ่อนแอและความสิ้นหวังให้กับบาบา อย่าได้เก็บมันไว้กับลูก  เก็บไว้เพียงความจริงจังและกระตือรือร้นกับตัวลูก ทำไมลูกจะต้องเก็บสิ่งซึ่งไม่มีประโยชน์ใด ๆ ไว้กับลูก  ดังนั้น จงเฝ้าแต่ร่ายรำด้วยความจริงจังและกระตือรือร้น เฝ้าแต่ร้องเพลงและรับประทาน  บราห์มาโบจัน  การเป็นร่างแสงหมายถึงการไปอยู่เหนือสำนึกแห่งการเป็นร่าง ปราศจากความยโสโอหัง ละวางจากความสัมพันธ์ของความหยิ่งทะนงของร่างกาย และได้รับความรักจากบาบา (อเวียก 26/03/93)

บราห์มาบาบามีความจริงจังและกระตือรือร้นอย่างสม่ำเสมอที่จะทำให้ทุก ๆ คน กลายเป็นคนพิเศษ  ลูกเห็นความพิเศษของการนำทุก ๆ ดวงวิญญาณไปสู่ความจริงจังและกระตือรือร้น โดยผ่านทัศนคติในหนทางที่ชัดเจน ทุก ๆ คำพูดของบาบาประเมินค่ามิได้ ยุคตียุค (ที่ถูกต้องแม่นยำตามความต้องการ) และเต็มไปด้วยความอ่อนหวานเสมอ คำพูดทำให้กล้าหาญ คำพูดให้ความหวังกับผู้ซึ่งสิ้นหวัง ทำให้ดวงวิญญาณที่อ่อนแอโบยบินด้วยวิธีการของสภาพที่โบยบินและคำพูดก็ทำให้ดวงวิญญาณ มีคุณค่าควรแก่งานรับใช้

แม้แต่เด็กเล็ก ๆ ก็พูดว่า "บาบาไม่รักผู้ใดมากเท่ากับที่บาบารักฉัน"  ดังนั้นการให้ความรักอันมากมายกับทุกคนเท่าที่ทุกคนคิด "นี่เป็นบาบาของฉัน"  เป็นความพิเศษของความสัมพันธ์และการติดต่อ  ด้วยการมองเช่นนี้ บาบาเห็นความพิเศษและคุณธรรมของแต่ละดวงวิญญาณ ในความคิดนี้ แม้จะรู้ว่าดวงวิญญาณนั้นกำลังจะไปเป็นลูกปัดเม็ดสุดท้ายของพวงปะคำ  ท่านก็ยังมีความคิดที่บริสุทธิ์สำหรับทุก ๆ ดวงวิญญาณที่จะให้กำลังใจพวกเขาให้ก้าวเดินไปข้างหน้า     (อเวียก 22/01/88)

ลูก ๆ ทั้งหมดมีประสบการณ์ว่าลูกเป็นดวงวิญญาณผู้ซึ่งโผบินด้วยความจริงจังและกระตือรือร้นหรือไม่  ความจริงจังและกระตือรือร้นของลูกได้เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ หรือว่าบางครั้งเพิ่มขึ้นบางครั้งลดลง  ลูกยิ่งมีความจริงจังและกระตือรือร้นมาก  ลูกก็จะทำให้คนอื่นโผบินด้วยความจริงจังและกระตือรือร้น  ลูกจะไม่ได้โบยบินเพียงตัวลูกเท่านั้น  แต่ลูกจะเป็นผู้ที่ทำให้ผู้อื่นโผบินด้วย  ความจริงจังและกระตือรือร้นเป็นปีกทั้งคู่ที่จะทำให้โผบินได้  ถ้าปีกทั้งคู่แข็งแรง ลูกก็จะสามารถบินได้อย่างรวดเร็ว  ลูกเป็นดวงวิญญาณที่มีความรับผิดชอบที่จะทำให้ดวงวิญญาณอื่นโผบิน

ความรับผิดชอบจบสิ้นความเกียจคร้านและความไม่ระมัดระวัง (อเวียก 16/12/93 กลุ่ม 2)

ความซาบซึ้งของสมญาที่ถูกทำลายได้ เป็นของที่ดับสูญได้และเป็นไปเพียงชั่วคราว ความซาบซึ้งของสมญาทางดวงวิญญาณนั้นเป็นอมตะ  บางคนมีความซาบซึ้งอันไม่สามารถถูกทำลายได้อยู่เสมอ  มีเสียงเพลงที่บรรเลงอยู่ในหัวใจของเขา  "ว๊าว โชคอันสูงส่งของฉัน !" มันบรรเลงโดยอัตโนมัติ ลูกไม่ต้องบรรเลงมัน  เครื่องจักรใด ๆ อาจจะทำงานอย่างถูกต้องเวลานี้ แต่พรุ่งนี้อาจจะผิดพลาด ขณะที่เพลงในหัวใจนั้นบรรเลงอย่างสม่ำเสมอ ลูกร้องเพลงนี้เป็นไหม เพลงไหน?  "ว๊าว โชคอันสูงส่งของฉัน" ในฐานะที่ลูกรู้หน้าที่การงานทางโลกของลูกโดยอัตโนมัติ  เพราะลูกรู้จักมัน ลูกไม่ลืมมัน เช่นเดียวกัน  ลูกก็ไม่ควรลืมหน้าที่การงานอันเป็นอมตะของการเป็นดวงวิญญาณที่สูงส่ง นี่คืออาชีพสำหรับทุก ๆ ชาติเกิด แต่อาชีพอื่นเป็นอาชีพแค่ชาติเกิดเดียว (อเวียก 01/02/94 กลุ่ม 2)

ดวงวิญญาณผู้มีสิทธิจะรักษาความซาบซึ้งทางดวงวิญญาณไว้เสมอ และความซาบซึ้งทางดวงวิญญาณนี้จะทำให้ลูกสามารถที่จะลืมโลกเก่านี้ได้อย่างง่ายดาย (อเวียก 25/01/94 กลุ่ม 2)

พวกเขาได้พัฒนานิสัยของการทำสิ่งง่ายให้ยาก บ่อยครั้ง สันสการ์ของความยากลำบากทำให้ พวกเขาไม่มีความหวัง แทนที่จะมีประสบการณ์ของความง่าย และเพราะว่าพวกเขาสิ้นหวังเพราะว่าพวกเขาขาดการซึมซับสิ่งนี้ พวกเขาตกอยู่ภายใต้อิทธิพล (อเวียก 07/11/89)

ทุก ๆ วัน ณ  อมฤตเวลา จงทำให้ประเด็นของความจริงจังและกระตือรือร้นปรากฏขึ้นในรูปต่าง ๆ กัน และโดยสำนึกนี้ลูกจะคงอยู่ในความจริงจังและกระตือรือร้นตลอดทั้งวัน

ทุกวันในมุรลี มีประเด็นที่แตกต่างสำหรับความจริงจังและกระตือรือร้น จดประเด็นสำคัญสำหรับความจริงจังและกระตือรือร้นจากมุรลี ทุก ๆ วัน ลูกสามารถทำบัญชีที่ยาวมาก จดลงในสมุดเช่นเดียวกับบันทึกไว้ในสติปัญญาของลูก  เมื่อบันทึกไม่ปรากฏในสติปัญญาของลูก  จงทบทวนมันจากสมุดบันทึก ประเด็นต่าง ๆ จะเพิ่มขึ้นตามความจริงจังและกระตือรือร้นของลูกทุก ๆ วัน      (อเวียก 19/03/90)

เพื่อนผู้ร่วมมืออย่างแท้จริงก้าวหน้าไปในการคิดถึงและงานรับใช้ตามความจริงจังและกระตือรือร้นของพวกเขา (อเวียก 30/03/85)

ดังนั้นอะไรเป็นปีกทั้งคู่ของสภาพที่โบยบิน (ญาณ และ โยคะ) พร้อมกับญาณและโยคะ ก็มีความกล้าหาญด้วย ตามความจริงจังและกระตือรือร้น ถ้าลูกมีความกล้าหาญ และเพราะความกล้าหาญนั้นลูกก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ที่ลูกต้องการ และนี่เองที่ทำให้มีการจดจำกันว่า ที่ใดที่มีความกล้าหาญ ลูกจะได้รับการช่วยเหลือจากพ่อ ดังนั้น ลูกมีความกล้าหาญ ความจริงจังและกระตือรือร้นหรือไม่  เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญที่จะมีความจริงจังและกระตือรือร้น เพื่อที่จะมีความสำเร็จในงานทุกอย่าง  ถ้าไม่มีความจริงจังและกระตือรือร้นแล้ว งานทั้งหมดก็จะไม่ประสบความสำเร็จ ทำไม ที่ใดไม่มีความจริงจังและกระตือรือร้น ที่นั่นจะมีความเหน็ดเหนื่อย  และผู้ที่เหนื่อยแล้วจะไม่ประสบความสำเร็จ  ลูกจะมีประสบการณ์ของสภาพที่โบยบินอย่างสม่ำเสมอ บนพื้นฐานของความกล้าหาญและความจริงจังและกระตือรือร้น (อเวียก 25/11/93)

ลูกทั้งหมดควรจะจดจำในตอนแรกของชีวิตบราห์มินของลูก  ลูกจำได้ไหมว่าความเพียรอะไรเคยเป็นเช่นไร ลูกเคยหมดความเพียร หรือลูกเคยใส่ใจที่จะทำความเพียร มันเป็นไปด้วยความตั้งใจและความจริงจังและกระตือรือร้น

ดังนั้นตรวจสอบตัวลูกเองเกี่ยวกับความเพียรของลูก งานรับใช้ของลูก ความจริงจังและกระตือรือร้นของลูกในตอนเริ่มต้น (อเวียก 26/01/95)

เครื่องมือผู้รับใช้ต่างแดนวุ่นอยู่ทั้งคืนและวันที่จะเปิดเผยพ่อด้วยความจริงจังและกระตือรือร้น  เสียงสะท้อนก้องในหูของพวกเขาว่าบาบาจะต้องได้รับการสรรเสริญในภารัตด้วยเสียงที่ดังจากต่างแดน เสียงเหล่านี้ส่งให้พวกเขาก้าวหน้าไปข้างหน้าในงานรับใช้ เหตุผลของความจริงจังและกระตือรือร้นของพวกเขาสำหรับงานรับใช้พิเศษนั้นคือ พวกเขามีความรักสำหรับบาบาจากหัวใจ (อเวียก 10/11/87)

การช่วยเหลือของบาบาให้ความจริงจังและกระตือรือร้นกับลูกเสมอ เช่นเดียวกับความกล้าหาญและพลังที่ไม่รู้เหนื่อย  เมื่อมีความจริงจังและกระตือรือร้นและไม่รู้เหนื่อยกับงานใด ๆ แล้ว งานนั้นจะลงเอยเช่นใด  มันลงเลยด้วยความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ ใช่ไหม  ดังนั้นบาบาไม่ได้ทำงานด้วยมือ แต่ท่านทำด้วยการให้ความช่วยเหลือลูก  ดังนั้น ชีวิตของการเป็นคาร์มาโยคีเป็นชีวิตที่ทำงานด้วยแรงทั้งสอง (อเวียก 13/02/92)

อย่าปล่อยให้ใครแม้แต่คนเดียวในครอบครัวไม่ได้รับพร ลูกได้รักษาความจริงจังและกระตือรือร้นเช่นนี้ไว้ในหัวใจของลูกหรือไม่  มีความกระตือรือร้นเช่นนี้ไหม หรือลูกถูกครอบครัวของลูกกลืนลูกไปเสียแล้ว การคงอยู่อย่างมั่นคงในสภาพอันไร้ขีดจำกัดและมีความคิดที่สูงส่งของการรับใช้ดวงวิญญาณอื่น เป็นวิธีที่ง่ายสำหรับความสำเร็จ (อเวียก 30/12/85)

ลมหายใจของชีวิตบราห์มินคือความจริงจังและกระตือรือร้น  ถ้าลูกหยุดหายใจ ลูกจะมีชีวิตอยู่ได้ไหม ลูกก็จะตายใน 1 วินาที ใช่ไหม ดังนั้น ในชีวิตบราห์มินก็เช่นกัน ถ้าไม่มีลมหายใจของความจริงจังและกระตือรือร้นแล้วชีวิตบราห์มินก็จบสิ้น แม้แต่เมื่อลูกพูดมันในภาษาของลูก บางครั้งก็เปลี่ยนไป ผู้ซึ่งมีความจริงจังและกระตือรือร้นจะพูดด้วยความซาบซึ้งทางดวงวิญญาณว่าพวกเขา เป็นบราห์มินซึ่งเต็มไปด้วยความจริงจังและกระตือรือร้นเสมอ เมื่อความจริงจังและกระตือรือร้นของบางคนได้ลงลง คำพูดของเขาก็เปลี่ยนไป  แล้วเขาจะพูดอะไร "มันเป็นความจริง มันควรเป็นเช่นนี้ มันจะเกิดขึ้น" ดังนั้น จึงมีความแตกต่างเป็นอย่างมากในภาษานี้และภาษานั้น ในภาษาอื่น (คำพูด) จะมีคำว่า "มันควรเป็น พวกเขาควรเป็นบราห์มิน แต่ว่า....."  ดังนั้นเมื่อลูกใช้คำเหล่านี้ "มันควรเป็น,  มันควรเป็น "เมื่อแรงกดดันของความจริงจังและกระตือรือร้นของลูกลดลง คำพูดอะไรปรากฏขึ้น ? คำพูดของความอ่อนแอปรากฏขึ้น  ดังนั้นความจริงจังและกระตือรือร้นของลูกไม่ควรจะลดลง

ทำไม ความจริงจังและกระตือรือร้นของลูกลดลง คำแรกที่ปรากฏขึ้นในทุก ๆ สถานการณ์ ไม่ใช่ "ว๊าว...ว๊าว"  แต่เป็น  "ทำไม"  บัพดาดาพูดว่า ลูกควรจะพูดว่า "ว๊าว...ว๊าว"  และคนอื่นพูดว่า "ทำไม ทำไม" ถ้าคำว่า ทำไม ปรากฏขึ้นมา พลังของความจริงจังและกระตือรือร้นก็ลดลง ปีที่แล้วก็เช่นกัน บัพดาดาบอกับลูกต่างชาติเป็นพิเศษให้เปลี่ยนคำว่า "ทำไม" ในพจนานุกรมของบราห์มิน เมื่อคำว่าทำปรากฏขึ้น จงจำคำว่า "บิน" และคำว่าทำไมก็จะจบสิ้นลง เมื่อสถานการณ์ใดที่ไม่สำคัญดูเหมือนเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก คำว่า "ทำไม" ก็จะมา ทำไมสิ่งนี้เป็นเช่นนี้ ? ทำไมสิ่งนี้เป็นเช่นนั้น ? และเมื่อลูกเริ่มบิน อะไรเกิดขึ้นกับสถานการณ์ มันกลายเป็นของเล่นเล็ก ๆ ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่คำว่า "ทำไม" มาในความคิดของลูก จงพูดกับตัวลูกเองว่า คำว่า "ทำไม" ไม่มีในพจนานุกรมของบราห์มิน แทนคำนั้นคือคำว่า "บิน"  ลูกสามารถทำสิ่งนี้หรือลูกเพียงแต่สามารถรับฟังมันเท่านั้น จากยุคทองแดงเป็นต้นมาลูกเฝ้าแต่พูดว่า "ทำไม ทำไม" "ทำไม ทำไม" ทำให้ลูกร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดว่า ไฮ ไฮ (Hai Hai) บัพดาดาประหลาดใจ เพราะว่าทางด้านหนึ่งลูกพูดว่า "ไม่มีโชคของผู้ใดสูงส่งเท่าของฉัน" หนึ่งนาทีต่อมา  ทันทีที่มีความกระตือรือร้นลดลง ลูกพูดว่า "ฉันไม่รู้ โชคของฉันเป็นเช่นนี้ ฉันมีโชคเพียงแค่นี้เอง"  และดังนั้น นี่คือการร่ำร้องด้วยความเจ็บปวด ใช่ไหม ดังนั้น เมื่อฉากใด ๆ ของการร้องไห้มาอยู่เบื้องหน้าลูก จงพูดว่า "ว๊าว...ว๊าว" และฉากก็จะเปลี่ยน และลูกก็จะเปลี่ยน (อเวียก 26/02/95)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ  เปี่ยมใจ





Friday, November 3, 2023

คุณธรรม - การมีคุณค่า (Worthiness)

 


สัญลักษณ์ของผู้ปกครองที่ควรค่าต่อการยกย่อง นั่นคือมีการโปรยดอกไม้ของความพึงพอใจและเพลงของการสรรเสริญเขาจากทุกคน ลูกได้ประกาศสิทธิ์ในการปกครองเช่นนั้นหรือไม่ ? ก่อนอื่นตรวจสอบเพื่อนผู้ใกล้ชิด ซึ่งก็คือประสาทสัมผัสของลูกในการกระทำ ว่ามันทำงานตามคำสั่ง ของฉัน ดวงวิญญาณ ซึ่งเป้นราชา ด้วยความรักและอำนาจ  นั่นคือด้วยความรักและด้วยกฏหรือไม่ ?  อวัยวะของลูกทำงานอยู่ในระเบียบเสมอหรือเพียงบางครั้ง ลูกทำให้มันทำงานด้วยการบังคับ หรือลูกให้มันทำงานด้วยความรัก หรือลูกเสแสร้งทำงานกับมัน หรือลูกทำงานกับมันด้วยหัวใจของลูก เช่นเดียวกัน ตรวจสอบตารางเวลาทั้งวันของลูก ความสัมพันธ์ในการกระทำของลูก และเพื่อนในการกระทำของลูก พร้อมกันนั้นตรวจสอบดวงวิญญาณทั้งหมดที่มาติดต่อกับลูก ว่ามีเท่าไรและกี่เปอร์เซ็น ที่ดวงวิญญาณคงอยู่อย่างพอใจและร่าเริงผ่านฉันดวงวิญญาณ ผู้ซึ่งมีสิทธิของการปกครอง นี่เป็นประสบการณ์ที่ถูกต้อง ของการมีสิทธิของผู้ปกครอง (อเวียก 10/01/91)

อะไรเป็นสัญลักษณ์ของลูกที่มีคุณค่า เหมือนอย่างเช่นมีการจดจำเกี่ยวกับพ่อว่า คลังสมบัติของพ่อนั้นเต็มอย่างสม่ำเสมอ เช่นกัน คลังสมบัติของลูก ๆ ผู้มีคุณค่าคงอยู่เต็มอย่างสม่ำเสมอ ด้วยพรของความรักจากหัวใจ ด้วยประสบการณ์ของความร่วมมือจากทุก ๆ คน และด้วยสมบัติทั้งหมด พวกเขาจะไม่เคยประสบว่าตัวเองเป็นผู้ที่ว่างเปล่าจากสมบัติใด ๆ ลูกเคยเห็นว่าพ่อบราห์มามีประสบการณ์ว่าตัวเองเป็นผู้ที่ว่างเปล่าจากสมบัติใด ๆ ลูกเคยเห็นว่าพ่อบราห์มา มีประสบการณ์อย่างสม่ำเสมออย่างไรว่าตัวท่านเองอยู่ในรูปรวมกับพ่อ และได้ให้ประสบการณ์นี้กับผู้อื่น ไม่มีใครสามารถแยกรูปรวมนี้ได้ เช่นเดียวกัน ลูกผู้มีคุณค่ามีประสบการณ์เสมอว่าตัวเองคงอยู่ในรูปรวมกับพ่อ ไม่มีอำนาจใดที่สามารถจะแยกพวกเขา เหมือนเช่นยุคทอง วัตถุธาตุเป็นผู้รับใช้ของเหล่าเทพ นั่นคือพวกมันจะคงอยู่ในความร่วมมืออย่างสม่ำเสมอตามเวลา ในเวลาเดียวกัน เพราะว่าสภาวะที่สูงส่งของลูก ๆ ที่มีคุณค่า อำนาจทั้งหมดและคุณธรรมทั้งหมด จะคงอยู่อย่างร่วมมืออย่างสม่ำเสมอกับพวกเขาตามเวลา นั่นคือพวกเขาคงอยู่ในอำนาจปกครองเหนือพลังอำนาจทั้งหมด และเหนือคุณธรรมทั้งหมด

พร้อมกันนี้ อะไรเป็นรูปของงานรับใช้ที่พิเศษของลูกที่มีคุณค่าเช่นนี้ เหมือนอย่างเช่นลูกทั้งหมดทำงานรับใช้อย่างต่อเนื่อง โดยผ่านคำพูด โดยผ่านความคิด พวกเขาก็ทำงานรับใช้เช่นนี้ด้วยเช่นกัน แต่งานรับใช้พิเศษคือว่า พวกเขาไม่ได้เพียงแต่ให้การบริจาคพลังอำนาจ และคุณธรรมจากพ่อกับทุกดวงวิญญาณ พวกเขาได้ให้ประสบการณ์ของความร่วมมือและการบรรลุผลด้วย พวกเขาได้ให้บริจาคกับดวงวิญญาณที่ไม่มีความรู้ใด ๆ และพวกเขาให้ความร่วมมือและการบรรลุผลกับดวงวิญญาณบราห์มิน เพราะว่าการบริจาคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการบริจาคคุณธรรมและพลัง การทำให้พวกเขาผู้ซึ่งอ่อนแอมีพลังอำนาจ คือการบริจาคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และการร่วมมือที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

จงเริ่มให้แล้วลูกจะรับมันโดยอัตโนมัติ และการรับของลูกก็จะได้รับมาโดยสมบูรณ์โดยอัตโนมัติ เพราะว่าบาบาได้ให้ทุกสิ่งกับทุกคน ท่านไม่ได้เก็บสิ่งใด ๆ ไว้กับตนเอง ท่านได้ให้ทุก ๆ สิ่งออกไป มันเป็นเพราะว่าผู้ซึ่งรับ (ไปจากบาบา) ไม่รู้วิธีที่จะดูแลรักษามัน ดังนั้น มากเท่าที่ลูกเฝ้าแต่ให้ ลูกก็จะได้ประสบการณ์ของการกลายเป็นความสมบูรณ์มากเท่านั้น ลูกเป็นลูกที่มีคุณค่าเช่นนี้ใช่หรือไม่ ลูกอยู่ในแถวของผู้ซึ่งมีคุณค่าใช่ไหมลูก หรือลูกอยู่ในแถวของผู้ซึ่งกำลังจะกลับมามีคุณค่า เหมือนเช่นในทางโลก พ่อแม่ของลูกมีคุณค่า ทำให้ลูก ๆ เต้นรำกับเขา นั่นคือ พวกเขาเฝ้าแต่ทำให้ลูก ๆ มีความสุขอย่างสม่ำเสมอ เต็มไปด้วยความจริงจังและกระตือรือร้น เช่นเดียวกัน ลูก ๆ ที่มีคุณค่าจะทำให้ผู้อื่นเต้นรำด้วยความจริงจังและกระตือรือร้น และทำให้พวกเขาบิน ในสภาวะที่โบยบิน (อเวียก 09/01/93)

สิ่งแรก ความเยือกเย็นของแม่จะทำให้ดวงวิญญาณมีคุณค่า และพลังของสัจจะ พระอาทิตย์แห่งความรู้ จะทำให้ดวงวิญญาณเป็นโยคี พลังของความเยือกเย็นของพระจันทร์แห่งความรู้ ทำให้ดวงวิญญาณมีคุณค่า สามารถที่จะมาอยู่ต่อหน้าพ่อ ถ้ายังไม่ได้มีคุณค่า ก็ยังไม่สามารถกลายเป็นโยคี ก่อนที่สัจจะสามารถที่จะเป็นที่เข้าใจ มันจะต้องมีความเยือกเย็นก่อน ต้องมีพลังเพื่อที่จะสามารถซึมซับความจริง (อเวียก 21/02/85)

บัพดาดาเห็นลูก ๆ เป็นลูก ๆ ที่มีคุณค่าอย่างสม่ำเสมอ ลูก ๆ คนไหนที่ถูกเรียกว่าลูกที่มีคุณค่า เขาผู้ซึ่งเชื่อฟังในทุก ๆ การกระทำ และได้ให้การพิสูจน์ต่อพ่อ การมีค่าหมายถึงผู้ที่ให้การพิสูจน์ ลูกกำลังรับประทานผลที่เห็นได้ทันทีใช่หรือไม่ หรือมันเป็นเพียงแต่การสะสมไว้สำหรับอนาคต และไม่ใช่ปัจจุบัน เมื่อก้าวไปหนึ่งก้าวในงานรับใช้ หรือคงอยู่ในการคิดถึง ลูกได้รับพลังและความสุขด้วย ลูกมีประสบการณ์นี้ไหม การรับประทานผลที่เห็นได้ทันทีหมายถึง การคงอยู่อย่างมีสุขภาพดี มีความสุข และมีความมั่งคั่ง ลูกที่มีคุณค่าหมายถึง ผู้ซึ่งมีประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอของการจับมือศรีมัทของบาบา และมีท่านร่วมทาง ที่ไหนมีมือของพ่อ ความสำเร็จเป็นที่ค้ำประกัน ศรีมัทคือมือของพ่อ หมายถึงมือแห่งพร เมื่อใดก็ตามที่ลูกทำงานใด ๆ ก็ตาม ให้มีสำนึกอยู่เสมอว่า ลูกมีมือแห่งศรีมัทเป็นเครื่องช่วย และมือแห่งพรเป็นเครื่องช่วยเหนือลูก มือแห่งพรนี้ไม่สามารถที่จะดึงออกไปได้เลย (อเวียก 18/02/94 กลุ่ม 3)

อย่าได้ล่าช้าในงานที่เป็นสิริมงคลใด ๆ ประกาศสิทธิในมรดกอย่างเต็มที่จากพ่อผู้บริสุทธิ์ ทำตัวลูกให้มีคุณค่าที่จะยืนอยู่บนขาของตัวลูกเอง ให้มีความรักอย่างสมบูรณ์ต่อพ่อผู้เดียว (ซาคาร์ 28/08/96)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ  เปี่ยมใจ

Thursday, November 2, 2023

คุณธรรม - คุณค่าที่ควรบูชา (Worship worthy)

 


ลูกจะกลายเป็นผู้ที่มีคุณค่าที่ควรแก่การบูชาตามระดับของการประฌามซึ่งลูกสามารถยืนหยัดอย่างอดทน และดังนั้นอย่าได้กลัว พวงมาลากำลังถูกตระเตรียมไว้ (อเวียก 14/11/79)

ลูกผู้ซึ่งมีบุคลิกภาพทางดวงวิญญาณจะไม่เพียงแต่เป็นผู้ที่รู้จักอย่างดี นั่นคือลูกจะไม่เพียงแต่กลายเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การสรรเสริญ แต่จะกลายเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การบูชาด้วย

สิ่งที่ทุกคนได้รับ พรของการได้รับความสุข การช่วยเหลือของปีกแห่งความกล้าหาญ ของความจริงจังและกระตือรือร้น ทำให้บางคนกลายเป็นลูก ๆ ซึ่งเป็นทายาท ขณะที่ดวงวิญญาณอื่นกลายเป็นดวงวิญญาณสาวก นี่เองที่พวกเขาได้กลายเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับการบูชานับชาติไม่ถ้วน ผู้ซึ่งมีความปรารถนาดีเป็นดวงวิญญาณผู้ซึ่งมีค่าสำหรับบูชาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน (อเวียก 10/11/87)

ในฐานะที่เป็น ซาลิแกรม ลูกเป็นผู้ที่มีคุณค่าที่ควรบูชาอย่างสูงสุด และในฐานะที่เป็นบราห์มิน และแล้วก็เป็นเทพ ลูกเป็นผู้ที่มีคุณค่าต่อคำสรรเสริญและบูชา

บัพดาดารู้ว่าดวงวิญญาณอาจจะอ่อนแอในการซึมซับความรู้ ในงานรับใช้ หรือในการจดจำ แต่พวกเขามีความพิเศษของการจำบาบาได้ เขามีสติปัญญาที่เปิดกว้างของการเป็นของบาบาและดูบาบาด้วยสายตาที่สูงส่ง ที่ซึ่งเหล่านักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงของวันนี้ไม่สามารถดูออกและไม่สามารถสำเร็จ และดวงวิญญาณเหล่านี้สามารถเข้าใจได้ อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็อยู่ในบัญชีของผู้ที่มีโชคเพียงกำมือเดียวจากหลายพันล้าน

ด้วยเหตุนี้พวกเขาได้กลายเป็นดวงวิญญาณพิเศษจากหลายพันล้านดวง

การได้รับความรักจากหัวใจ ความเคารพจากหัวใจ หมายถึง การกลายเป็นผู้มีค่าต่อการบูชา ณ ยุคบรรจบพบกัน ดวงวิญญาณผู้มีคุณค่าควรแก่การบูชา จะไม่ยอมให้สำนึกของคำว่า "ฉัน" เข้าไปรวมกับผล

เราจะต้องยอมรับใครก็ตามในฐานะ ที่เป็นดวงวิญญาณที่สูงส่งด้วยหัวใจสำหรับผู้ที่สูงส่ง เป็นที่รู้กันในฐานะของผู้ที่มีคุณค่าควรแก่การบูชา ในฐานะที่ดวงวิญญาณเหล่านั้นได้ยอมอุทิศตนให้กับบาบา เช่นเดียวกัน เมื่อดวงวิญญาณอื่น ๆ ดูดวงวิญญาณเหล่านี้ พวกเขาจะมีความกระตือรือร้นที่จะยอมอุทิศตนเองให้กับบาบา ดวงวิญญาณเช่นนี้มี "ตีลัค" ของการคิดถึงอย่างสม่ำเสมอ พวกเขากลายเป็นดวงวิญญาณที่ควรค่าแก่การบูชา ณ เวลานี้ ด้วยวิธีการทางดวงวิญญาณ บนหนทางของการบูชากราบไหว้เพื่อร้องขอ ดวงวิญญาณมีประสบการณ์ของความสงบ พลังและความสุข ด้วยการมีการติดต่อของสองขณะกับดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การบูชา เพียงแต่การเข้าไปอยู่เบื้องหน้าของตัวแทนเหล่านั้น เช่นเดียวกัน ด้วยการรับ "ดริชตี"  เพียงหนึ่งหรือสองขณะ โดยผ่านดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การบูชาแห่งยุคแห่งการบรรจบพบกัน  เมื่อพวกเขามาอยู่ต่อหน้าดวงวิญญาณเหล่านี้ หรือแม้แต่การได้รับการเหลือบมองเท่านั้น ดวงวิญญาณมีประสบการณ์ของความสงบและความสุข และพลังอำนาจของความจริงจังและกระตือรือร้น

ลูกเข้าใจไหมว่าลูกต้องการเป็นอะไร ผู้ที่มีค่าควรแก่การบูชาในปัจจุบันจะมีค่าควรแก่การบูชาในอนาคตด้วย ดวงวิญญาณเช่นนี้เป็นที่รู้จกกันในฐานะว่าเป็นดวงวิญญาณพิเศษอันดับหนึ่ง       (อเวียก 26/01/88)

ลูกมีประสบการณ์ว่าลูกเป็นดวงวิญญาณผู้มีค่าควรแก่การบูชาของทุก ๆ กัลป์หรือไม่ ลูกมีสำนึกว่าลูกเป็นดวงวิญญาณผู้ที่มีค่าควรแก่การบูชา ว่าลูกเป็นนั่นเป็นนี่ ลูกจะเป็นสิ่งนี้ อะไรคือวิธีการพิเศษที่จะทำให้ลูกกลายเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การบูชา ใครสามารถที่จะกลายเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การบูชา ผู้ซึ่งแสดงการกระทำที่สูงส่ง และพื้นฐานของการแสดงการกระทำที่สูงส่งคือ                ความริสุทธิ์  

ความบริสุทธิ์ทำให้ลูกมีค่าควรแก่การบูชา แม้แต่เวลานี้ ผู้ซึ่งเป็นผู้ที่บริสุทธิ์เพียงแต่ในนามเท่านั้นก็ได้กลายเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การบูชาด้วย อย่างไรก็ตาม ความบริสุทธิ์ไม่ใช่หมายถึงเพียงการถือพรหมจรรย์เท่านั้น ลูกจะไม่ได้กลายเป็นผู้ที่สูงส่ง เพียงแต่ว่าลูกได้อยู่ในพรหมจรรย์เท่านั้น แน่นอนนั่นก็สูงส่ง แต่พร้อมกับสิ่งนั้น ก็มีความบริสุทธิ์ที่มากกว่านั้น ถ้ามีความคิดที่เป็นโทษในจิตใจนั้นก็ไม่ถูกเรียกว่าบริสุทธิ์ ดังนั้น จงอย่าได้มีความคิดที่เป็นโทษเกี่ยวกับผู้ใด ถ้าแม้แต่ในคำพูด ถ้าลูกพูดคำพูดที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม แล้วนั่นก็ไม่ถูกเรียกว่าความบริสุทธิ์เช่นกัน ถ้าความคิดและคำพูดของลูกถูกต้อง แต่มีความแตกต่างในความสัมพันธ์และการติดต่อของลูก นั่นคือลูกมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับบางคน แต่กับอีกคนไม่ดีเหมือนคนแรก แล้วมันก็ไม่สามารถที่จะเรียกได้ว่าเป็นความบริสุทธิ์

ดังนั้น ลูกจะต้องมีความบริสุทธิ์ในความคิด คำพูด และการกระทำ นั่นคือการมีสัมพันธ์และติดต่อเช่นนี้หรือไม่ ถ้ามีบางสิ่งขาดไปจากรูปปั้น เขาจะถูกเรียกว่าเป็นรูปปั้นที่ไม่สมบูรณ์ รูปปั้นที่ไม่สมบูรณ์จะไม่ถูกนำไปบูชา ดังนั้น อย่าได้เป็นผู้ที่ไม่สมบูรณ์ในความคิด คำพูด และการกระทำของลูก นั่นคือ ไม่ควรจะมีความไม่บริสุทธิ์ใด ๆ แล้วเพียงแต่เท่านั้น ลูกก็จะถูกเรียกว่าดวงวิญญาณผู้มีค่าควรแก่การบูชา ลูกได้กลายเป็นผู้มีค่าควรแก่การบูชาระดับนี้หรือไม่ แม้แต่เมื่อรูปปั้นแตกหักมันก็จะไม่ได้รับการบูชา มันก็จะถูกตีราคาว่าเป็นเพียงก้อนหิน ไม่ใช่รูปปั้น พวกเขาจะนำรูปปั้นเช่นนี้ไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ ไม่ได้ไว้ในโบสถ์ ดังนั้นตรวจดูรากฐานของความบริสุทธิ์ของลูกด้วยวิธีนี้ เมื่อใดก็ตามที่ลูกมีความคิดอื่นใด แล้วจงมีสำนึกว่า ลูกเป็นดวงวิญญาณผู้มีค่าควรแก่การบูชาอย่างสูงสุด ลูกจำแค่นี้ได้ไหม หรือลูกลืมมันเมื่อมีอะไรเกิดขึ้น และลูกก็จำมันได้ในเวลาต่อมา และแล้วลูกก็เสียใจ คิดว่า ถ้าฉันไม่ได้ทำสิ่งนี้ มันจะต้องดีกว่านี้ ดังนั้นจดจำไว้เสมอว่า ฉันเป็นดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์ ฉันเป็นดวงวิญญาณที่ได้รับการชำระแล้ว

ความบริสุทธิ์หมายถึงความสะอาด ทุกคนรักความสะอาด ถ้ามีวัดและมีรูปปั้นที่เคารพ แต่ไม่มีความสะอาดใด ๆ ลูกจะชอบไหม ดังนั้นในชีวิตของลูกจงมีสำนึกอยู่เสมอว่า ฉันเป็นดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การบูชาอยู่ในโบสถ์ที่เป็นร่างกายนี้ อย่าได้เพียงแต่คิดเท่านั้น แต่จงมีสำนึกรู้นี้ในทางปฏิบัติจริงด้วย ลูกคิดอย่างมากมายว่า "ฉันเป็นนั่น ฉันเป็นนี่"  แต่จงมีประสบการณ์ที่เป็นจริงของสิ่งนี้ ดังนั้น ลูกจะคิดถึงอะไร ฉันคือดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การบูชาอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่สมบูรณ์ 80% แตกหัก 20% จงเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การบูชา 100% หมายถึงบริสุทธิ์ 100% ทุกคนชอบความสะอาดหรือทุกคนชอบความสกปรก ดังนั้นถามตัวลูกเองว่า ความคิดและสติปัญญาของลูกสะอาดหรือยัง หรือมันสะอาดเพียงเล็กน้อย หรือ สกปรกเพียงเล็กน้อย ถ้ามีความสกปรกเล็กน้อยที่นี่ ลูกจะนั่งตรงนี้ไหม ลูกจะไม่นั่งลงบนที่สกปรก ดังนั้นเช่นกัน จงคิดว่าใครก็ตามมีความสกปรกแม้เพียงเล็กน้อย บาบาไม่ชอบ ถ้ามีความสกปรกใด ๆ แล้วลูกก็จะไม่ใช่ลูกรักของพ่อ ลูกกลายมาเป็นบราห์มิน เพื่อที่จะได้เป็นที่รักของพ่อ ดวงวิญญาณที่มีค่าควรแก่การบูชาจะเป็นที่รักของทุกคน (อเวียก 10/01/94 กลุ่ม 3)

คนธรรมดาบูชาลูกดวงวิญญาณที่สูงส่ง เพราะว่าบราห์มินหมายถึง การกลับมาเป็นผู้บริสุทธิ์ มันเป็นความบริสุทธิ์ของลูกที่เป็นสิ่งบูชา เมื่อดวงวิญญาณธรรมดาซึมซับความบริสุทธิ์ พวกเขาก็จะถูกเรียกว่าดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ ลูกทั้งหมดเป็นดวงวิญญาณบริสุทธิ์ใช่ไหม (อเวียก 18/01/94)

การได้รับความรักจากหัวใจ ความเคารพจากหัวใจ หมายถึงการเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การบูชาในยุคบรรจบพบกัน ดวงวิญญาณผู้มีค่าควรแก่การบูชาจะไม่ยอมให้สำนึกของคำว่า "ฉัน" เข้ารวมกับผล เราจะต้องยอมรับคนอื่นในฐานะที่เป็นดวงวิญญาณที่สูงส่งด้วยหัวใจ สำหรับผู้ที่สูงส่งเป็นที่รู้จักกันในฐานะผู้ที่มีค่าควรแก่การบูชา (อเวียก 26/01/88)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ  เปี่ยมใจ

credit picture : flickr.com

Wednesday, November 1, 2023

คุณธรรม - ความไม่หวั่นไหว (Unshakable)

 ขอให้ลูกเป็นผู้ที่ไม่หวั่นไหวสั่นคลอน ด้วยการมีสภาวะของการกลายเป็นผู้เฝ้าดูที่ละวาง โดยผ่านประสบการณ์ความรู้ของละคร ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ด้วยความรู้เรื่องละคร คงอยู่อย่างมั่นคงสม่ำเสมอ ในสภาวะของผู้เฝ้าดูที่ละวาง และก็มีประสบการณ์ของสภาวะที่ไม่หวั่นไหวสั่นคลอน ดวงวิญญาณผู้ซึ่งมีประสบการณ์ของประเด็นของละคร จะไม่เห็นอะไรไม่ดีในสิ่งใด ๆ ที่ไม่ดี แต่จะเก็บเฉพาะสิ่งดี ๆ เท่านั้นจากสิ่งนั้น นั่นคือ ดวงวิญญาณเช่นนี้จะสามารถเห็นสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับตนเอง และบัญชีของความสูญเสียก็จะจบสิ้น พวกเขาเป็นลูก ๆ ของพ่อผู้ให้ และนี่คือยุคแห่งคุณประโยชน์ ด้วยประสบการณ์ของความรู้นี้ก็กลายเป็นผู้ไม่หวั่นไหวและสั่นคลอน (อเวียก 27/09/75)

ผู้ซึ่งสร้างสภาวะของพวกเขาตามสภาวะแวดล้อมไม่สามารถเป็นผู้ที่ไม่หวั่นไหวสั่นคลอน ลูกสามารถเห็นดวงวิญญาณที่มีชีวิตอยู่กับความไม่รู้ จะอยู่อย่างขณะหนึ่งมีความสุข แต่อีกขณะหนึ่งพวกเขาก็หงายท้องล้มลง และดังนั้นชีวิตทางดวงวิญญาณไม่ควรเป็นชีวิตที่ขึ้น ๆ ลง ๆ มันไม่ควรจะขึ้นอยู่กับสภาวะแวดล้อม (อเวียก 27/12/87)

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าอะไรจะเข้ามา ถ้าแม้ว่าความยากลำบากเท่าภูเขาที่ใหญ่ที่สุดมา ถ้าเมฆหมอกของการกระทบกันของสันสการ์มา ถ้าธรรมชาติมาทดสอบลูก จะเป็นเหมือนองคต จงอย่าให้ฐานของสติปัญญาและจิตใจของลูกหวั่นไหว คงอยู่อย่างไม่หวั่นไหว ถึงแม้ในอดีตลูกเคยหวั่นไหว อย่าได้นำสำนึกนั้นกลับมาในความคิดของลูกอีก จงใส่จุด "ฟูลสต๊อบ" จงทำให้ชีวิต ณ เวลานี้สูงส่งเหมือนกับชีวิตของบาบา ทำง่าย ๆ และมองดูอนาคตด้วยสิทธิของการมีความสำเร็จอย่างสม่ำเสมอ การบรรลุถึงความสำเร็จด้วยวิธีนี้ อย่าได้เริ่มในวันพรุ่งนี้ แต่จงเริ่มเดี๋ยวนี้เลย (อเวียก 31/12/91)

ลูกได้รับอาณาจักรที่ไม่หวั่นไหวสั่นคลอนได้อย่างไร โดยผ่านสภาวะของเวลาปัจจุบัน ถ้ามีเพียงพ่อแต่ผู้เดียว ไม่มีผู้อื่นจากบัดนี้ แล้วผลตอบแทนก็คือความไม่หวั่นไหวสั่นคลอน ลูกก็จะได้รับอาณาจักร ถ้าลูกไม่มีสภาพนี้ ณ เวลานี้ ลูกก็จะไม่สามารถประกาศสิทธิในสิทธิต่ออาณาจักรเช่นกัน ลูกมีสภาวะอะไร ลูกอยู่อย่างไม่หวั่นไหวหรือขึ้น ๆ ลง ๆ ลูกชอบสภาวะที่ไม่หวั่นไหว หรือว่าลูกชอบ เมื่อมีความขึ้น ๆ ลง ๆ ลูกไม่ชอบเช่นนั้นใช่ไหม เมื่อลูกมีเป้าหมายของการปกครองอาณาจักรที่ไม่หวั่นไหว แล้วเพียงแต่ถ้าลูกมีคุณสมบัติเช่นนี้เท่านั้น ที่เป้าหมายของลูกจะประสบความสำเร็จ ดังนั้น ณ เวลาปัจจุบัน เพียงเมื่อลูกซึมซับคุณสมบัติเท่านั้นที่ลูกจะสามารถบรรลุเป้าหมายของลูกได้ (อเวียก 17/03/91)

ไม่มีความขึ้นลงของความไร้สาระหรือสถานการณ์อื่น หรือของวัตถุธาตุ หรือว่ามี ผู้ซึ่งทำให้โลกไม่หวั่นไหวและมั่นคงจะกลับมาขึ้น ๆ ลง ๆ ด้วยตัวเขาเองได้อย่างไร ไม่ว่าสถานการณ์จะใหญ่โตขนาดไหน เมื่ออยู่ตรงหน้าสภาวะดั้งเดิมของลูก อะไรคือสถานการณ์ภายนอก มันไม่มีอะไรเลย ไม่มีใครสามารถทำให้มหาระตีหวั่นไหว ดังนั้นจงเป็นผู้ไม่หวั่นไหวและทำให้ผู้อื่นไม่หวั่นไหวเช่นกัน (อเวียก 01/02/94)

ในเวลาสุดท้าย เมื่อกองหญ้าแห้งถูกจุดขึ้น ลูกก็จะมมีสภาพไม่หวั่นไหว (ซาคาร์ 02/04/96)

ถ้าสภาวะของลูกขึ้น ๆ ลง ๆ เสมอ เหตุผลก็คือลูกนำสติปัญญาของลูกไปจากการชุมนุม นั่นคือไปจากการพบปะ นั่นคือลูกได้ทิ้งการชุมนุม และไม่ได้คิดว่ามันเป็นเกมส์ ดังนั้น จงจดจำสองคำไว้เสมอ คือ การชุมนุมและเกมส์ มันหมายถึงการกลมกลืนของสันสการ์ การพบปะของพ่อกับลูก ๆ และความสัมพันธ์ของการพบปะของการได้รับทุกสิ่ง โดยมีความสัมพันธ์ทั้งหมดกับพ่อ ทุกสิ่งรวมอยู่ในนี้ สิ่งหลักก็คือโลกนี้เป็นการละเล่น อย่างไรก็ตามการทดสอบต่าง ๆ และสภาวะของมายาที่มาก็เป็นการละเล่นของลูกด้วย ถ้าลูกเพียงแต่คิดว่ามันเป็นการละเล่น ลูกก็จะไม่โศกเศร้าด้วยการละเล่นนั้น ลูกจะหัวเราะอย่างสม่ำเสมอ และดังนั้น แม้แต่การทดสอบก็เป็นการละเล่น สิ่งที่สาม เมื่อลูกคิดว่ามันเป็นการละเล่น บทบาท มันเป็นการเล่นของผู้เล่นที่ลูกดู ด้วยสันสการ์ต่าง ๆ ของพวกเขาและก็ถูกกำหนดตายตัวในการละเล่นที่ไม่มีขีดจำกัดนี้ เมื่อลูกมีสำนึกนี้ สภาวะของลูกก็จะไม่ขึ้น ๆ ลง ๆ (อเวียก 08/07/73)

มันเป็นสัญลักษณ์ของโชคดี ถ้ามีความยากลำบากที่เข้ามา เพราะว่ามันมาเพิ่มพลังให้กับรากฐานของลูก ลูกคงอยู่อย่างไม่หวั่นไหวอย่างสม่ำเสมอใช่ไหม กัลป์ที่แล้วก็เช่นกันที่กองทัพของราวันพยายามที่จะเขย่าลูก และด้้วยเหตุนี้จึงทำให้ลูกไม่หวั่นไหว ความยากลำบากจะมาและผ่านไป แต่ลูกจะต้องเพิ่มสภาวะตัวของลูกอย่างสม่ำเสมอ ถ้าลูกหวั่นไหวในการเผชิญกับความยากลำบาก มันจึงทำให้สภาวะของตนเสียไป ดังนั้น ไม่ว่าอะไรที่เข้ามาจะยากสักเท่าใด จงกระโดดข้ามและก้าวเดินต่อไป ความยากลำบากจะมาเพื่อทดสอบศรัทธาของลูกว่าจะเขย่าได้ไหม แต่เมื่อลูกทำให้สภาวะของลูกแข็งแรง มันก็จะคารวะลูกแล้วก็จากไป การเริ่มต้น พวกมันจะมาในรูปที่ดุร้าย แต่หลังจากนั้น พวกมันก็จะกลายมาเป็นผู้รับใช้ของลูก และดังนั้นประเด็นสำคัญคือการท้าทาย "ฉัน คือ มหาวีระ"  เหมือนอย่างกับการไม่มีร่องรอยเหลืออยู่บนน้ำ ดังนั้นเช่นกันไม่ควรจะมีร่องรอยของความยากลำบากกับลูกผู้ซึ่งเป็นนายของมหาสมุทรแห่งความรู้ (อเวียก 26/11/79)

สมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ สมบัติของเวลาของยุคแห่งการบรรจบพบกัน มีสมบัติมากมาย (เพชรพลอยแห่งความรู้ พลังต่าง ๆ โดยการฝึกโยคะ คุณธรรมที่สูงส่งโดยผ่านการซึมซับ ความสุขที่ได้จากงานรับใช้ พรโดยผ่านครอบครัวบราห์มินและอื่น ๆ) แต่เมื่อลูกเพียงแต่ซึมซับไว้ภายในตัวลูก พลังของการรวบรวมสมบัติที่ลูกเพิ่งจะได้รับการบอกเล่า และเพราะว่าลูกเป็นผู้เต็มอยู่อย่างเสมอ ก็จะไม่มีการขึ้น ๆ ลง ๆ แม้แต่เพียงน้อยนิด มีการขึ้นลงเมื่อมีสิ่งหนึ่งว่างเปล่า อะไรก็ตามที่เต็มจะไม่ขึ้นลง ลูกยิ่งใช้สมบัติสำหรับตัวลูกเองหรือเพื่อรับใช้ผู้อื่น สมบัติยิ่งถูกใช้มาก มันก็จะเพิ่มขึ้นมากด้วยเช่นกัน (อเวียก 30/11/92)

ดังนั้น จดจำตนเองและเวลาอย่างสม่ำเสมอ ตนคือผู้ให้ เวลาก็เป็นประโยชน์ด้วย ด้วยสำนึกเช่นนี้ ลูกก็จะคงอยู่อย่างเป็นผู้พิชิตมายาและธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรจะมีการขึ้นลงแม้แต่เพียงเล็กน้อย ลูกควรจะไม่หวั่นไหวและโยกคลอน และมั่นคง ไม่มีใครทำให้ลูกผันแปรไปจากศรัทธานี้ (อเวียก 02/12/93 กลุ่ม 6)

ลูกมีประสบการณ์ว่าตัวลูกเป็นดวงวิญญาณที่มีทรัพย์สมบัติอย่างท่วมท้น นั่นคือเป็นดวงวิญญาณผู้ซึ่งเต็ม สัญลักษณ์ของความเต็ม นั่นคือ พวกเขาจะไม่หวั่นไหว พวกเขาจะไม่ขึ้น ๆ    ลง สิ่งใดที่ยิ่งว่างเปล่า ก็จะยิ่งขึ้น ๆ ลง ๆ ดังนั้น ถ้ามีความผันผวนใด ๆ ไม่ว่าจะโดยความคิดคำพูด ความสัมพันธ์ และการติดต่อ แล้วนั่นแหละคือเครื่องพิสูจน์ว่าลูกไม่เต็มด้วยสมบัติทั้งหมด ลูกควรจะไม่หวั่นไหวในความคิดของลูก และในความฝัน ลูกยิ่งมีสำนึกของการเป็นนายผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาดในรูปที่เห็นได้ การผันผวนก็จะยิ่งจมหายไปมากขึ้น สำนึกของการเป็นนายผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาดควรจะปรากฏขึ้นในรูปของการนำไปใช้จริงในชีวิต ในฐานะที่การครอบครองของกายธาตุคงอยู่ในรูปที่ปรากฏ มันมิได้หลบซ่อน ทำนองเดียวกันการงานของบราห์มินควรจะคงอยู่ในรูปที่ปรากฏให้เห็น ตรวจดูว่าไม่ว่ามันคงอยู่ในรูปที่ปรากฏ ตรวจดูไม่ว่ามันจะคงอยู่ในรูปที่ปรากฏหรือในรูปที่หลบซ่อน ถ้าคงอยู่ในรูปที่ปรากฏสัญลักษณ์ของสิ่งนี้คือ จะมีความซาบซึ้งในทุกกระการทำ และผู้อื่นก็จะมีประสบการณ์ว่าลูกเป็นดวงวิญญาณที่เต็มไปด้วยพลัง มีการกล่าวว่า ผู้นี้อยู่เหนือความผันผวนใด ๆ เขาไม่หวั่นไหว บ้านแห่งความมั่นคงเป็นอนุสรณ์ของลูก จงจดจำหน้าที่ของลูกอย่างสม่ำเสมอ ลูกคือนายผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาด พวกเขาเฝ้าแต่เล่าเรื่องความอ่อนแอ ใช่หรือไม่ พวกเขาไม่สามารถทำอะไรที่พวกเขาปรารถนา นี่เป็นเพราะว่าพวกเขาอ่อนแอ 

ขณะที่ลูกสามารถนำความคิดของลูกไปใช้ในทางปฏิบัติ สัญลักษณ์ของลูกที่เป็นนายผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาด นั่นคือความคิด การกระทำ ทั้งสองนั้นเหมือนกัน มันไม่ควรเป็นว่าความคิดของลูกนั้นสูงส่ง แต่เมื่อถึงเวลาการนำมันออกใช้ ลูกก็ไม่สามารถที่จะใช้ความคิดสูงส่งเหล่านั้นในทางปฏิบัติ นี่เองที่ไม่ถูกเรียกว่านายผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาด ดังนั้นตรวจดูว่าลูกสามารถที่จะนำความคิดที่สูงส่งไปใช้ในทางปฏิบัติหรือไม่ สัญลักษณ์ของนายผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาด ณ เวลานั้น เมื่อลูกต้องการพลังใดโดยเฉพาะ ลูกควรจะสามารถใช้พลังนั้นได้ในเวลาที่ต้องการ ลูกควรจะสามารถใช้พลังนั้น ณ เวลานั้น 

ลูกควรจะสามารถใช้พลังอะไรก็ตามที่ลูกต้องการ ณ เวลาที่ลูกต้องการมัน ลูกมีพลังควบคุมเช่นนั้นหรือไม่ ลูกไม่คิดว่าลูกไม่ปรารถนาจะให้มันเกิดขึ้น แต่มันได้เกิดขึ้น ใช่ไหม ขณะที่ตรวจสอบพลังแห่งการควบคุมของลูกอยู่เสมอ จงกลายเป็นผู้ที่ทรงพลังอย่างต่อเนื่อง

เมื่ออุปสรรคใด ๆ มา ลูกใช้เวลานานเท่าใดที่จะทำให้ลูกเป็นผู้พิชิตชัยชนะ มันต้องใช้เวลาหรือลูกเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความรู้ และดังนั้นลูกก็มีความรู้ของอุปสรรคด้วย ด้วยพลังแห่งความรู้ของลูก อุปสรรคก็จะไม่มาโจมตีลูก แต่พวกมันจะพ่ายแพ้แทน นี่คือสิ่งที่รู้กันว่าความเป็นนายผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาด ดังนั้นขอจงให้มีอยู่และคงอยู่ในรูปที่ปรากฏเห็นจาก              อมฤทเวลา และแล้วตรวจสอบตลอดทั้งวันอย่างต่อเนื่อง (อเวียก 02/12/93 กลุ่ม 2)

เมื่อลูกมีสภาวะขึ้น ๆ ลง ๆ เหตุผลคือ การฟัง การคิด การพูด หรือการทำบางสิ่งในทางลบ อย่าคิด พูด ฟัง หรือทำบางสิ่งที่ให้โทษ พลังของความสงบจะไม่สามารถเปลี่ยนบางสิ่งจากลบให้เป็นบวกได้เชียวหรือ ความคิด สติปัญญาของลูกควรจะเป็นเช่นที่ว่าพวกมันไม่แตะต้องสิ่งที่เป็นโทษใด ๆ ควรมีการเปลี่ยนแปลงในหนึ่งวินาที ลูกสามารถที่จะมีประสบการณ์ที่รวดเร็วเช่นนี้ไหม ความคิดและสติปัญญาควรจะกลายเป็นอาวุธที่รวดเร็วเช่นนั้น (อเวียก 26/02/95)


 จาก "หนังสือ 55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ

Tuesday, October 31, 2023

คุณธรรม - ความจริง (Truthfulness)


 เมื่อมีความจริง ดวงวิญญาณก็ร่ายรำอย่างต่อเนื่อง ดวงวิญญาณที่มีแต่ความจริงจะร่ายรำอยู่อย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ความสุขของพวกเขาจะไม่มากในบางครั้งและน้อยในบางครั้ง วันแลัววันเล่า    ทุก ๆ ขณะ ความสุขของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (อเวียก 11/12/91)

ถ้าแทนที่จะมีพ่อผู้เดียว ถ้าลูกรับแม้แต่ในความคิดว่าดวงวิญญาณใด ๆ หรือเครื่องมือใด ๆ ของธรรมชาติเป็นของลูก ถ้าลูกยอมรับการช่วยเหลือนั้น แล้วการทำงานของเครื่องจักรของพระเจ้าก็จะทำงานอย่างอัตโนมัติ ด้วยความเร็วเช่นนี้ นั่นคือวินาทีที่ลูกทำให้ใครก็ตามเป็นเครื่องค้ำจุน ณ วินาทีนั้น ความคิดและสติปัญญาก็ก้าวห่างไปจากพ่อ และเพราะว่าสติปัญญาก้าวห่างไปจากพ่อผู้เป็นความจริง มันก็เริ่มยอมรับอะไรที่ไม่จริงว่าเป็นจริง มันเริ่มรับสิ่งผิดว่าถูก มันเริ่มที่จะให้การตัดสินที่ผิด ไม่ว่าคนอื่น ๆ จะอธิบายให้เขาฟังเท่าใด ว่าสิ่งนั้นมันไม่ถูกต้อง พวกเขาก็จะพิสูจน์ว่าสิ่งซึ่งถูกต้องและเป็นจริงว่าเป็นสิ่งที่ไม่เป็นจริงด้วยอำนาจของความหลอกลวง และพิสูจน์ว่าผู้ที่พยายามอธิบายให้เขาฟังนั้นผิดด้วย ชัยชนะของความหลอกลวงนั้นมีอายุที่สั้น  ทำไมหรือ อาณาจักรของความหลอกลวงเป็นไปเพียงชั่วคราว ความพ่ายแพ้ของความจริงนั้นสั้น และชัยชนะของมันนั้นเป็นไปตลอดเวลา (อเวียก 24/09/92)

รากฐานของความจริงคือความบริสุทธิ์ และการพิสูจน์ในทางปฏิบัติของความจริงคือความสูงส่งบนใบหน้าของลูก และในการกระทำของลูก ดวงวิญญาณมากมายในโลกเรียกตนเองว่าเป็นความจริง  หรือคิดว่าตนเองนั้นเป็นความจริง แต่พื้นฐานของความจริงที่แท้จริงคือความบริสุทธิ์ ถ้าไม่มีความบริสุทธิ์ ก็จะไม่สามารถมีความจริงอย่างสม่ำเสมอ เป็นรูปธรรมของความจริงบนพื้นฐานของความบริสุทธิ์นั้นคงที่และง่ายดาย ความจริงนั้นไม่ใช่เป็นเพียงการพูดความจริงและทำสิ่งที่เป็นความจริง แต่ความจริงสิ่งแรกนั้นคือ โดยผ่านอำนาจของความบริสุทธิ์หรือำนาจของความจริง ซึ่งลูกได้รับมา 

ดังนั้นประเด็นแรกคือการรู้จักรูปที่แท้จริงของลูก : ฉันคือดวงวิญญาณ ลูกไม่เคยรู้จักรูปที่แท้จริงเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นความจริงแรกคือ การรู้จักรูปที่แท้จริงของตัวลูก ลูกมีรูปที่เป็นจริงบนพื้นฐานของ "ฉันเป็นนั่นเป็นนี่" หรือ "ฉันเป็นเช่นนั้นเช่นนี้" หรือไม่ การรู้จักรูปที่แท้จริงก็คือ สิ่งแรกที่ลูกจะต้องรู้จักรูปของลูก และแล้วก็รู้จักพ่อ ลูกรู้จักรูปที่แท้จริงของลูกดีไหม และลูกมีคำสอนที่แท้จริงของพ่อหรือไม่ สิ่งที่สาม ลูกรู้จักวงจรโลกด้วย ในรูปที่แท้จริงของมัน วงจรนี้เป็นอะไรและบทบาทในอดีตของลูกในวงจรเป็นอะไร

ลูกมีอำนาจของความจริงอย่างสม่ำเสมอ  เพียงเมื่อลูกมีสำนึกของรูปของความจริงของตนเองและของพ่อ แล้วดังนั้น ทุก ๆ ความคิดของลูกจะเป็นความจริงอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อเป็นการพิสูจน์ความจริง ไม่มีความจำเป็นจะต้องพิสูจน์มัน ถ้าลูกพิสูจน์ความจริงของตัวลูกเองด้วยความดื้อดึง ความสูงส่งนั้นก็จะไม่สามารถส่งประกายให้เห็น มันจะกลายเป็นบางสิ่งที่ธรรมดา เพราะว่าทุกคนในโลกก็ทำเช่นนี้ บัพดาดาให้คำจำกัดความของสัญลักษณ์ของความจริงในสุภาษิตหนึ่ง ซึ่งลูกได้ยินมาจากซาคาร์บาบาว่า ความจริงจะเห็นได้อย่างไร ที่ใดมีความจริง ที่นั่นดวงวิญญาณร่ายรำ ดวงวิญญาณจะร่ายรำในความสุขอย่างสม่ำเสมอ

ความหมายของความจริงคือ ความมั่นคงอยู่ในรูปของลูก และแล้วก็สร้างความคิด พูดคำพูด และแสดงการกระทำ

เพื่อที่จะดูดซึมพลังอำนาจของความจริง ลูกก็ต้องมีอำนาของความอดทนด้วย ด้วยอำนาจของความจริง ก็จะดูดซับความสูงส่ง ไม่สำคัญว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกต้องอดทน อย่าได้กลัว ความจริงจะปรากฏโดยอัตโนมัติตามเวลาของมัน ลูกพูดว่า "เรือแห่งความจริงอาจจะโคลง แต่มันจะไม่จม" ในกรณีนั้นมันจะพาลูกไปสู่ฝั่ง ดังนั้น อย่าได้กลัว ถ้าลูกต้องเผชิญกับสิ่งใดก็ตาม จงนำชีวิต     ของบราห์มาบาบาไว้เบื้องหน้าลูก มีสถานการณ์ของโลกมากมายมาอยู่ต่อหน้าบราห์มาบาบา และมีเหตุต่าง ๆ มากมายเกี่ยวข้องกับลูก ๆ อย่างไรก็ตาม ขณะที่คงอยู่ในการชุมนุม และมีความรับผิดชอบ ด้วยอำนาจของความจริง ท่านได้รับชัยชนะ (อเวียก 27/02/96)

ความนิยมตามสมัยมีอย่างมากมาย อย่าได้ถามเลย คนรวยทำลายความจริงในตนเอง คนจนนั้นดีมาก (ซาคาร์ 19/06/96)

วันนี้พ่อที่แท้จริง ครูและสัตกูรูที่แท้จริง ดูลูก ๆ ของท่านในทุกทิศทุกทาง ผู้ซึ่งเป็นรูปธรรมของอำนาจของความจริง

ทุกวันนี้ลูกใช้ภาษาที่พิเศษเป็นอย่างยิ่ง ลูกพูดว่าอะไร เราไม่สามารถทนดูความหลอกลวงใด ๆ เราไม่สามารถทนฟังความหลอกลวงใด ๆ และนี่เองที่ทำไมเมื่อเราเห็นบางสิ่งไม่จริงก็จะมีแรงต้านอย่างมากมายภายใน เมื่อเราได้ยินบางอย่างไม่จริง ก็จะมีแรงต้านภายในอย่างมาก คำพูดเช่นนี้ถูกต้องไหม จะทำสิ่งนี้เพื่อแสดงให้พวกเขาเห็น ฉันจะแสดงให้พวกเขาเห็นและทำให้สิ่งหลอกลวงหมดไป การท้าทายด้วยวิธีนี้ถูกต้องใช่ไหม หรือมันไม่ถูกต้อง ลูกทำดีในบางสิ่งเมื่อลูกทำมันเสร็จใช่ไหม ดังนั้นจงจำไว้เสมอว่า อะไรเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งหลอกลวง ผู้ที่ทำตามความจริงและต้องการจะหยุดยั้งสิ่งหลอกลวง  มีความปรารถนาดีที่เขาต้องการจะทำให้สิ่งหลอกลวงหมดไป อย่างก็ไรตาม เพื่อที่จะให้ความหลอกลวงหายไป ลูกก็ต้องการอำนาจของความจริงด้วยเช่นกัน 

ดังนั้นการใช้กำลังและความโกรธเป็นสัญลักษณ์ของความจริงหรือ มันจะมีการใช้กำลังด้วยหรือเมื่อมีความจริง ถ้าฉันรูสึกโกรธก็เพราะได้เห็นบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ฉันโกรธเมื่อได้เห็นบางสิ่งผิด ถูกต้องไหม มันไม่ถูกต้อง ลูกจะไม่รู้สึกร้อนหรือเมื่อบางคนจุดไฟขึ้น หรือลูกอยู่ได้อย่างไม่ถูกกระทบจากความร้อน ถ้าลูกมีความรู้ว่าสิ่งนั้นคือไฟของความหลอกลวง และลูกก็สามารถที่จะรู้สึกถึงความร้อนนั้น และลูกจะทำอะไรสำหรับตัวเอง ลูกจะดูแลตนเองให้ปลอดภัย ใช่ไหมลูก  หรือลูกจะพูดว่าลูกไม่สามารถหลบหนีจากความร้อนที่มาจากไฟ ลูกจะดูแลตนเองให้ปลอดภัย ใช่ไหม หรือว่าไม่เป็นไร ถ้าจะถูกไฟลวงสักเล็กน้อย 

ดังนั้นจงจำไว้เสมอว่า สัญลักณ์ของความจริงคือ มารยาท  ถ้าลูกเป็นคนจริงและลูกมีอำนาจของความจริง แล้วลูกก็จะไม่ยอมละทิ้งมารยาทของลูก จงพิสูจน์ความจริง แต่ด้วยมารยาทอย่างแท้จริง ถ้าลูกละทิ้งมารยาทของลูก และต้องการที่จะพิสูจน์ความจริงโดยปราศจากมารยาท ลูกก็จะไม่สามารถพิสูจน์ความจริง ในความจริงอะไรเกิดขึ้น นั่นคือ ลูกปรารถนาจะพิสูจน์ความจริง แต่ถ้าลูกละทิ้งมารยาทของลูกและพิสูจน์ความจริง และแล้วการพิสูจน์นั้นก็จะเป็นความดื้อดึง ไม่ใช่การพิสูจน์ สัญลักษณ์ของการขาดมารยาท คือ ความดื้อดึง และสัญลักษณ์ของมารยาทคือ ความถ่อมตน ผู้ซึ่งพิสูจน์บางสิ่งที่ผิดว่าเป็นความผิดจะคงอยู่อย่างถ่อมตนเสมอ และจะมีการโต้ตอบด้วยมารยาท ดังนั้น ลูกเคยได้ยินเกี่ยวกับความฉลาดชนิดที่สองหรือไม่ ดังนั้นจงฉลาดในหนทางเช่นนี้ นี่คือการบ้าน จงเลิกความฉลาดเช่นนี้เสียและกลายเป็นผู้ถ่อมตน ถ่อมตนอย่างสมบูรณ์แบบ การพูดว่า "ฉันถูก คนนี้ผิด" ไม่ใช่ความถ่อมตน

ผู้คนทางโลกก็พูดเช่นนี้เช่นกัน ถ้าใครบางคนต้องการจะพิสูจน์ความจริง แล้วมีบางสิ่งหรือบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง นี่ก็ได้กลายเป็นคำพูดของลูก ๆ บางคน "ฉันกำลังพูดความจริงทั้งหมด ฉันพูดความจริง 1000 เปอร์เซ็น" แต่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์ความจริง ความจริงนั้นเหมือนดวงอาทิตย์ ซึ่งไม่สามารถหลบซ่อนอยู่ได้ ไม่ว่าจะมีกำแพงสักกี่ชั้น แสงแห่งความจริงก็ไม่สามารถถูกบดบังได้ บุคคลที่เป็นคนจริงจะไม่เคยพูดว่า "ฉันกำลังบอกความจริง" ถึงแม้ว่าบางคนอาจพูดว่าลูกกำลังพูดความจริง (อเวียก 15/04/92)

ในฐานะที่มีการพูดกันว่า ผู้ที่มีศรัทธาในสติปัญญาจะพูดความจริงเสมอ บางคนมีศรัทธาในสติปัญญาในการรู้ บางคนมีศรัทธาในสติปัญญาในการเชื่อ และบางคนมีศรัทธาในสติปัญญาที่จะกลายเป็นสิ่งที่เขาศรัทธา ทุกคนเชื่อว่าพวกเราได้พบพระเจ้าแล้ว พวกเราเป็นของพระเจ้า การเชื่อและการรับรู้เป็นสิ่งเดียวกัน แต่ในการที่จะกลายเป็นสิ่งนั้นลูก ๆ ก็ต่างลำดับกัน ดังนั้นลูกรู้และลูกก็เชื่อด้วย แต่สภาวะที่สามหลังจากรู้และเชื่อคือ การกลายเป็นสิ่งนั้น ในทุก ๆ ย่างก้าว สัญลักษณ์ของการกลายเป็นผู้พิชิตควรจะเห็นได้ในรูปของการปฏิบัติ เพราะว่ามีความแตกต่างในสิ่งนี้ มีอันดับต่าง ๆ ลูกเข้าใจไหมว่าอันดับนัันถูกสร้างขึ้นอย่างไร นี่คืออะไรที่หมายถึงการเป็นอิสระจากการผูกพันยืดติด

สติปัญญาที่มีศรัทธา คือบันไดที่จะกลายเป็นผู้ที่มีอิสระจากการผูกพันยึดติด (อเวียก 25/11/85)

ผู้ซึ่งพิสูจน์ความจริง จะมีมารยาทเสมอ (อเวียก 11/12/91)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ


Sunday, October 29, 2023

คุณธรรม - ความอดทน (Tolerance)

 

ลูกคิดว่าตัวลูกเองเป็นรูปธรรมของความสำเร็จหรือไม่ เพื่อที่จะเป็นรูปธรรมของความสำเร็จ คุณธรรมหลักอะไรที่มีความสำคัญที่จะต้องซึมซับ?  เพื่อที่จะได้เป็นรูปธรรมแห่งความสำเร็จ ลูกต้องการคุณธรรมหลักของความอดทน  ความอดทนและความง่ายดาย จะทำให้ทุก ๆ ภาระกิจประสบความสำเร็จ เหมือนเช่นเมื่อคนที่มีความอดทนทำกิจการใด ๆ หลังจากไตร่ตรองอย่างดีแล้ว และดังนั้นจึงได้รับความสำเร็จ เช่นเดียวกัน ผู้ซึ่งมีความอดทนสามารถที่จะทำให้คนซึ่งมีสันสการ์ที่ไม่ดีเย็นลงได้ หรือทำให้งานที่ยากนั้นง่าย ด้วยพลังแห่งความอดทนของพวกเขา เขาผู้ซึ่งมีพลังของความอดทนจะมีความสุขุมและเป็นธรรมชาติอย่างแน่นอน ผู้ซึ่งมีความรับผิดชอบสูงจะสุขุม และเขาผู้ซึ่งมีความสุขุมลึกซึ้งจะไม่กลัวกับงานใด ๆ ที่จะต้องทำ พวกเขาจะได้รับความสำเร็จด้วยการเจาะลึก ผู้ซึ่งมีพลังของความอดทนจะไม่ยอมให้กระแสของการสนใจภายนอก หรือความคิดที่เกิดขึ้นมาทำให้เขาสับสน หรือทำให้พวกเขาเกรงกลัว ด้วยพลังของความอดทนของพวกเขาทำให้พวกเขามีพลังที่จะเผชิญกับสิ่งนั้นด้วย

อะไรคือสิ่งที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้ซึ่งมีคุณธรรมของความอดทน ใบหน้าของพวกเขาจะปรากฏความพึงพอใจอย่างสม่ำเสมอ สายตาและท่าทางของพวกเขาจะไม่เคยแสดงออกซึ่งความไม่พอใจเลย ดังนั้นผู้ซึ่งทำตนเองให้คงอยู่เป็นรูปธรรมของความพอใจก็จะทำให้ผู้อื่นพอใจด้วย ขณะที่เดินหรือเคลื่อนไหว พวกเขาจะมีประสบการณ์ของสภาวะการเป็นร่างแสง คุณธรรมของความอดทนเป็นคุณธรรมที่สำคัญมาก ยิ่งเห็นความอดทนในตนเองมากขึ้นเท่าใด ลูกก็จะรู้สึกพอใจในตนเองมากตามนั้น และผู้อื่นก็จะพอใจในลูก การมีความพอใจหมายถึงการได้รับความสำเร็จ มีคนที่เขาสามารถอดทนต่อทุกสิ่ง 

การอดทนต่อทุกสิ่งหมายถึงการเข้าถึงแก่นของมัน เหมือนเช่นเมื่อลูกดำดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทร ลูกก็จะทำให้เพชรพลอยปรากฏขึ้น เช่นเดียวกัน ผู้ซึ่งมีความอดทนลงไปสู่แก่น และโดยการเข้าถึงแก่นนี่เองที่ทำให้เขาได้รับอำนาจหลายชนิด มีเพียงผู้ซึ่งมีความอดทนเท่านั้น ที่จะได้รับอำนาจของการไตร่ตรอง  ผู้ซึ่งมีความอดทนจะคงอยู่อย่างไม่ว่างเว้นจากการไตร่ตรองอยู่ภายใน และผู้ซึ่งผูกพันอยู่กับการไตร่ตรอง ก็จะมีสภาวะของการที่พวกเขาหลุดหายเข้าไปในความรัก พลังของความอดทนสำคัญเป็นอย่างมาก ใบหน้าของพวกเขาจะเป็นรูปธรรมของคุณธรรม ลูกจะต้องใส่ใจเป็นอย่างยิ่งที่จะซึมซับพลังของความอดทน มีเพียงผู้ที่มีความอดทนเท่านั้นที่สามารถที่จะถือโล่แห่งละครได้ ถ้าลูกไม่อดทนก็เป็นการยากที่จะถือโล่แห่งละคร ผู้ซึ่งมีความอดทนเท่านั้น สามารถจะเป็นผู้เฝ้าดูที่ละวาง (อเวียก 08/06/71)

ผู้ซึ่งคงอยู่ในการคิดถึงทุกลมหายใจจะต้องมีคุณธรรมความอดทนอย่างแน่นอน และเพราะว่าการมีความอดทน ความร่าเริงและอำนาจจะปรากฏให้เห็น จะไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอบนใบหน้าของพวกเขาเลย (อเวียก 25/01/69)

ยิ่งมีอำนาจของความอดทนมากเท่าใด ความสำเร็จในงานรับใช้ก็จะมากตามนั้น พลังของความอดทนก็เป็นที่ต้องการด้วยเช่นกันเมื่ออยู่ในการชุมนุม พลังของความอดทนเป็นที่ต้องการในขณะที่กระดาษสอบสุดท้ายของการทำลายล้างมาถึง ลูก ๆ ส่วนใหญ่ ผลของพลังของความอดทนนั้นเปอร์เซ็นต่ำมาก 

ดังนั้นลูกต้องเพิ่มพลังนั้น ลูกจะพัฒนาพลังของความอดทนในตัวลูกอย่างไร? มากเท่าที่ลูกมีความรัก ลูกรักใครบางคนมากเท่าใด พลังก็จะมากขึ้นตามความรักนั้น ลูกเคยมีประสบการณ์ว่าลูกจะสามารถเพิ่มพลังของความอดทนโดยผ่านความรักอย่างไรหรือไม่ ดังตัวอย่างของแม่กับลูก เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นกับลูก เพราะแม่มีความรักต่อลูก เพราะความรักนั้น แม่จะอดทนได้ทุก ๆ สิ่ง แม่จะเตรียมที่จะทนทุกอย่างเพื่อลูกของแม่ ณ เวลานั้น แม่จะไม่กังวลเกี่ยวกับตนเองว่าจะเป็นเช่นไรทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าลูกมีความรักที่คงที่ด้วย และมันก็จะไม่เป็นการยากใด ๆ ที่ลูกจะทนต่อทุกสิ่ง เพื่อคนที่ลูกรัก เพราะความรักขาดหายไป พลังของความอดทนก็หายไปด้วย (อเวียก 26/05/69)

ลูกพูดว่า "บาบา ลูกเป็นของพ่อ ลูกจะไม่ไปที่ไหนแล้ว ลูกชอบความรู้และชีวิตโยคีมาก" แต่แล้ว อะไรที่เหลืออยู่? บางครั้งในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง จะต้องมีความอดทนเล็กน้อย ณ เวลานั้น ความคิดและสติปัญญาเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย "สิ่งนี้จะเกิดขึ้นนานเท่าใด? " "สิ่งนี้จะเกิดขึ้นอย่างไร? มีการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สลับกันไป บางเวลามันเป็นกับตัวเอง บางเวลากับงานรับใช้ บางเวลากับเพื่อนที่ทำงานรับใชด้วยกัน การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกิดความแตกต่างในความสม่ำเสมอ เปอร์เซ็นของพลังของความอดทนบางครั้งลดลงเล็กน้อย ลูกเข้มแข็ง แต่ว่าแม้แต่ผู้ที่เข้มแข็งบางเวลาก็ถูกกระทบด้วยสิ่งนี้ (อเวียก 13/02/91)

ณ เวลานี้บางคนก็ประฌามลูก เพราะงานของลูกแฝงตัว เมื่อนัยของมันปรากฏ แล้วเขาเหล่านั้นก็จะมาโค้งคารวะต่อหน้าลูก เขาประฌามลูกมากเท่าใด ดอกไม้ที่เขานำมาบูชาลูกก็จะมากตามนั้น

บาบาต้องอดทนต่อการประฌามมากมาย และตามนั้นท่านก็ได้รับการบูชาเป็นอย่างมากเช่นกัน ลูกจะกลายเป็นผู้มีค่าควรแก่การบูชา ตามระดับของการประฌามที่ลูกต้องทนทาน และดังนั้นอย่าได้กลัว พวงมาลัยกำลังถูกจัดเตรียม (อเวียก 14/11/79)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ

Saturday, October 28, 2023

คุณธรรม - การยอมอุทิศ (Surrender)

 


ใครคือผู้ที่ถูกเรียกว่าผู้ยอมอุทิศตัวอย่างเต็มที่? ผู้ซึ่งอุทิศตัวอย่างเต็มที่คือ ผู้ซึ่งยอมอุทิศทั้งร่างกาย ความคิด ความสัมพันธ์ และเวลาของพวกเขาทั้งหมด ถ้าลูกได้ยอมอุทิศความคิดของลูก ลูกก็จะไม่ใช้มันโดยปราศจากศรีมัท มันเป็นการง่ายที่จะใช้ทรัพย์ของลูกตามศรีมัท และก็ง่ายที่จะใช้ร่างกายเช่นกัน แต่สภาวะที่จิตใจไม่ได้สร้างความคิด แม้แต่ความคิดเดียวโดยปราศจากศรีมัท เป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็นสภาวะที่สมบูรณ์พร้อม นี่เองที่ทำไม "มานมานาบาพ" จึงเป็นมนตราหลัก ถ้าจิตใจได้ยอมอุทิศอย่างเต็มที่ แล้วลูกก็จะสามารถควบคุมร่างกาย จิตใจ ทรัพย์ ความสัมพันธ์ และเวลาของลูกต่อผู้เดียวนั้น

 ดังนั้น เรื่องหลักคือ การยอมอุทิศจิตใจ นั้นคือยอมอุทิศความคิดไร้สาระและความคิดที่เป็นกิเลส ผู้ซึ่งยอมอุทิศอย่างเต็มที่จะไม่คิดสิ่งใด ๆ นอกจาก คุณธรรมของบัพดาดา งานและความสัมพันธ์ด้วยความคิดของพวกเขา อะไรก็ตามที่ลูกยอมอุทิศไปแล้วจะไม่เป็นของลูกอีกต่อไป มันเป็นของคนที่ลูกอุทิศให้ไปแล้ว และดังนั้นก็จะไม่ควรใช้สิ่งนั้นของท่านสำหรับตัวลูกเอง (อเวียก 03/10/69)

ลูกได้สัญญาไว้ว่า : เมื่อพ่อมา พวกเราจะตัดความสัมพันธ์จากทุกคน และมีความสัมพันธ์กับพ่อผู้เดียว พวกเราจะยอมอุทิศตัวของเราให้พ่อ ภรรยาอุทิศตนเองให้สามี และสามีก็อุทิศตนเองให้ภรรยา ที่นี่ลูกจะต้องยอมอุทิศตัวลูกเองให้พ่อ เมื่อคนแต่งงานกัน เขาต่างอุทิศตนเองให้แก่กันและกัน

บัดนี้ บาบาพูดว่า : ลูกจะต้องไม่อุทิศตนเองให้กับมนุษย์คนใด

ลูกก็ให้สัญญาว่า : ลูกจะยอมอุทิศตนเองให้กับพ่อ ดังนั้นยอมอุทิศตัวเองให้กับพ่อ พ่อจะทำให้ลูกมีความสุขอย่างคงที่ถึง 21 ชาติเกิด มันเป็นมรดกที่ยิ่งใหญ่อะไรเช่นนี้ ลูกจะกลับกลายมาสูงส่ง ด้วยการทำตามศรีมัท อย่าได้ลืมสิ่งนี้ (ซาคาร์ 12/06/96)

ณ วันชิพราตรี มีการสังเวยคำว่า "ฉัน ฉัน" ผู้กราบไหว้ผู้ยากจนสังเวยด้วยการถวายแพะที่ร้องว่า "แม่ะ แม่ะ" (ฉัน ฉัน) แต่มันเป็น "ฉัน ฉัน" นี้ต่างหากที่ถูกสังเวยในการบูชายัญนี้ พวกเขาเฉลิมฉลองอนุสรณ์ของลูก ๆ ในรูปแบบต่าง ๆ ลูกได้สังเวยสิ่งนี้ หรือการสังเวยสำนึกของสำนึกว่าเป็นของ "ฉัน" ยังคงอยู่เล็กน้อย? ผลคืออะไร? ลูกได้สังเวยมันเรียบร้อยแล้วหรือ? มีการยอมอุทิศถวายทั้งหมดหรือไม่? ถ้าลูกต้องการที่จะทำสัญญา จงทำสัญญาเต็มที่

บาบาพูดด้วยว่า ลูกคือผู้ซึ่งมีความรักที่แท้จริง และลูกก็ได้ผ่านในสิ่งนี้ อะไรคือการสละละทิ้งเมื่อมีความรัก? ทำสัญญาด้วยจิตใจของลูก และจงให้มันเป็นสัญญาที่มุ่งมั่น (อเวียก 18/02/93)

อะไรได้เกิดขึ้นเมื่อบางสิ่งนั้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์ มีการฉลอง ณ เวลาของการเสร็จสิ้น และมีอะไรเกิดขึ้นในเรื่องราวทางจิต ? มีการสังเวย

การสังเวยสิ่งพิเศษด้วยความคิดและสติปัญญา ไม่ใช่แต่เพียงคำพูด ไม่ใช่เพียงอ่านมันออกมาเท่านั้น แต่จงสังเวยมันด้วยความคิดและสติปัญญา และตามดูว่าความก้าวหน้าได้เกิดขึ้นอย่างไรในตนเอง และในงานรับใช้ด้วยความเร็วสูง ดังนั้น คลื่นวันนี้คือการสังเวยกระแสที่ไร้ประโยชน์ที่มีต่อดวงวิญญาณอื่น ๆ ลูกเข้าใจไหม?

ลูกจะสังเวยสิ่งนี้ได้ไหม? หรือจะเก็บมันไว้นิดหน่อย? อย่าได้คิดว่า "คนนี้ก็เป็นของเขาเช่นนี้ ถ้าเป็นดังนั้นกระแสก็จะคงอยู่" ไม่สำคัญว่าคนอื่นจะเป็นเช่นไร ถ้าลูกเปลี่ยนความคิดที่มีกระแสลบและมีกระแสที่ให้ประโยชน์ ดวงวิญญาณนั้นจะเปลี่ยนอย่างแน่นอน จากด้านลบมาเป็นความคิดบวก ถ้ามีความคิดที่เป็นขยะเช่นนี้ ในความคิดและสติปัญญาในงานรับใช้ ที่นั่นก็จะไม่มีงานรับใช้ที่รวดเร็ว โดยกระแสทางดวงวิญญาณและทัศนคติของลูก 

ในขณะที่นั่งอยู่ที่หนึ่งที่ใด ลูกสามารถที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เต็มไปด้วยพลังบวกเท่าที่ปรารถนา เพราะว่าทัศนคตินั้นเป็นเหมือนกับจรวด มันเป็นจรวดทางดวงวิญญาณ ลูกสามารถส่งไปได้ไกลเท่าที่ลูกคิดและให้กับดวงวิญญาณได้มากเท่าที่ลูกปรารถนา ด้วยทัศนคติ ด้วยกระแสและบรรยากาศที่ทรงอำนาจของลูก ถ้าแม้ว่าในความเป็นจริงพวกเขาผิด ลูกจะต้องไม่รับเอาความผิดของพวกเขามาเก็บไว้ในความคิด ลูกเพียงแต่เข้าใจว่ามันผิด และทำไมลูกจะต้องดูดซับเอาความผิดนั้นซึ่งมันผิด นั่นมันเป็นศรีมัทหรือมันเป็นสิ่งหนึ่งที่่จะต้องเข้าใจ โดยทุก ๆ วิธี เต็มไปด้วยความรู้ แต่พร้อมกับการเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความรู้ จงคงอยู่อย่างทรงอำนาจ และอย่าได้ซึมซับมัน มันเข้าไปในความคิดของลูก แต่จงจบสิ้นมันเสีย มันเป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่จะต้องทำความเข้าใจ ไม่ต้องดูดซับไว้และจบสิ้นมันเสีย ดังนั้น ลูกเข้าใจว่า นี่ถูกต้องและนี่ผิด และเข้าใจว่าคนนี้เป็นเช่นนี้ และอย่าซึมซับไว้กับตัวลูก ลูกรู้วิธีที่จะดูดซึมมันไว้ แต่ลูกไม่รู้วิธีที่จะสลัดมันทิ้ง (อเวียก 26/03/93)

พวกครูมีโชคเป็นพิเศษของการเป็นผู้ที่ยอมอุทิศตนเอง แม้แต่ผู้ที่อยู่กับครอบครัวก็ยังยอมอุทิศด้วยความคิดของตน พวกครูมีโชคที่พิเศษ งานของพวกครูคือการคิดถึง และงานให้บริการ มีอะไรอีกล่ะ ไม่ว่าลูกจะเตรียมอาหารหรือซักเสื้อผ้า มันก็เป็นการรับใช้ยักน่า (yagya) เช่นกัน เหล่านั้นก็เป็นการรับใช้ทางดวงวิญญาณด้วย ผู้ซึ่งมีชีวิตครองเรือนจะต้องตอบสนองในความรับผิดชอบทั้งสองด้าน (อเวียก 06/01/90)

จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ

Thursday, October 26, 2023

คุณธรรม - ความมั่นคง (Stability)

 



พลังของการคิดถึงหมายถึง ความสามารถที่จะทำให้สติปัญญาของลูกมั่นคงอยู่ที่ใดก็ตามที่ลูกปรารถนา ลูกมีพลังเช่นนี้หรือไม่  ลูกสามารถที่จะเพ่งรวมสติปัญญาของลูกกับสิ่งใด ๆ ตามที่ลูกต้องการ และเมื่อใดก็ตามทันที หรือมันยังต้องใช้เวลา ลูกต้องใช้เวลานานเท่าไรจึงจะสามารถควบคุมมันได้ ไม่ว่าบรรยากาศจะเป็นเช่นไร ลูกจะต้องใช้เวลานานเท่าไร ที่จะทำให้จิตใจและสติปัญญาของลูกมั่นคง (หนึ่งวินาที) ถ้าสถานการณ์นั้นมันมีความปั่นป่วน บรรยากาศก็ไม่บริสุทธิ์     (ทาโมกุณี) และมายาก็พยายามที่จะทำให้ลูกเป็นของเธอ ด้วยความกล้าหาญของเธอ และลูกจะสามารถมั่นคงอยู่กับภายในตัวเองในหนึ่งวินาที  หรือต้องใช้เวลา จงฝึกหัดสิ่งนี้อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ แล้วลูกก็จะสามารถใช้พลังนี้ในเวลาที่ต้องการ นี่คือความรู้ของการทำให้ตัวลูกมั่นคง ตราบเมื่อลูกปรารถนา ไม่สำคัญว่าพายุของมายาของความคิดไร้สาระจะมากเท่าไร ซึ่งอาจจะมี มันก็กลายเป็นของขวัญที่จะผลักเราให้ก้าวหน้าไปใน 1 วินาที (อเวียก 18/01/94)

จงมั่นคงอยู่ในสภาวะของการเคารพตัวเองของลูกและให้ความเคารพต่อผู้อื่น และอะไรคือสัญลักษณ์ของการให้ผู้อื่น ในขณะที่อยู่ในสภาวะของการเคารพตัวเอง ตรวจสอบสองสิ่งอย่างสม่ำเสมอ  หนึ่งคือทัศนคติของความหยิ่งยโส  และอีกหนึ่งคือ ทัศนคติของการประฌาม  ผู้ซึ่งอยู่ในสภาวะของการเคารพตนเอง และเป็นผู้ให้ผู้ซึ่งให้ผู้อื่น จะไม่มีทัศนคติของสองสิ่งนั้น  ไม่ว่าความหยิ่งยโสหรือการประฌาม (อเวียก 06/12/87)

ดวงวิญญาณผู้ซึ่งมีพลังเดียวและการค้ำจุนเดียว  คงอยู่ในสภาวะที่มั่นคงอย่างสม่ำเสมอ สภาวะที่มั่นคงหมายถึงไม่มีความหวั่นไหวอย่างสม่ำเสมอ ไม่เคยขึ้น ๆ ลง ๆ

เมื่อลูกได้รับพลังทั้งหมดจากพ่อผู้เดียว ควรจะมีพลังเดียวและการค้ำจุนเดียว  มันเป็นเมื่อลูกลืมผู้เดียวนี้ จึงมีความขึ้น ๆ ลง ๆ เมื่อใดก็ตามที่มีสถานการณ์ของความเปลี่ยนแปลง  จงจดจำอนุสรณ์ของลูก บ้านที่มั่นคง (อเวียก 18/01/94 กลุ่ม 2)

จงกลายเป็นผู้ทรงอำนาจนั่นคือจิตใจและสติปัญญาของลูก คงอยู่ภายใต้การควบคุมของลูกอย่างสม่ำเสมอ และด้วยวิธีนี้ ตามคำสั่งของลูก อย่าได้ขึ้น ๆ ลง ๆ แม้ใน 1 วินาที หรือในความฝันของลูก  ความคิดไม่ควรจะนำนายของมันไปอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้อื่น  สัญลักษณ์ของดวงวิญญาณที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้อื่น นั้นคือ ดวงวิญญาณเช่นนี้จะไม่สามารถรับประสบการณ์ของความสุข ความสบาย หรือปิติ แม้แต่เมื่อเขาต้องการมัน ดวงวิญญาณบราห์มินจะไม่สามารถตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้ใด ไม่ตกอยู่ภายใต้แม้แต่อิทธิพลของสันสการ์หรือนิสัยที่อ่อนแอ  เมื่อใดก็ตามที่ลูกคิดเกี่ยวกับนิสัยของลูก หรือสันสการ์ของลูก  ขณะที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของความอ่อนแอของลูก อย่างเช่น "ฉันจะทำอะไรได้ นิสัยของฉันเป็นเช่นนี้"  แล้วเป็นดวงวิญญาณชนิดใด ที่พูดเช่นนี้ นี่เป็นคำพูดและความคิดของดวงวิญญาณที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสิ่งภายนอก  

ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่ลูกคิดว่า นิสัยของลูกเป็นเช่นนี้ จงทำตัวลูกให้มั่นคงในความหมายที่สูงส่ง ตามคำนั้น ถ้าสันสการ์มาปรากฏตรงหน้าลูก จงถามตัวเอง : นี่เป็นสันสการ์ของฉันดวงวิญญาณพิเศษหรือ ฉันได้พูดหรือว่านี่เป็นสันสการ์ของฉัน เพราะว่าลูกเรียกมันว่าสันสการ์ของลูก เพราะว่าการมีสำนึกของสันสการ์ "ของฉัน" ลูกจึงมิได้ละทิ้งแม้แต่สันสการ์ที่อ่อนแอ  มันเป็นกฏว่า ที่ใดมีสำนึกของความเป็น "ฉัน" ที่นั่นมีความรู้สึกของการเป็นเจ้าของ  และที่ใดมีความรู้สึกของการเป็นเจ้าของมันก็มีสิทธิ  ดังนั้น ลูกทำสันสการ์ที่อ่อนแอนั้นให้เป็นสันสการ์ของลูก และดังนั้นมันจึงไม่ทิ้งสิทธิของมัน ดังนั้น ขณะที่อยู่ภายใต้อิทธิพลใด ๆ ลูกร้องขอต่อพ่อให้ช่วยปลดปล่อยลูกให้เป็นอิสระ

เมื่อลูกพูดว่าสันสการ์  จงจำไว้ว่าสันสการ์ของลูกเป็นสันสการ์เดิมแท้และเป็นสันสการ์ที่เป็นอมตะ สันสการ์อื่นเป็นสันสการ์ของมายา ไม่ใช่ของลูก ดังนั้น ด้วยพลังของความมั่นคง จงเปลี่ยนสภาวะที่อยู่ภายใต้อิทธิพลใด ๆ และทำตัวลูกให้มั่นคงอยู่ในที่นั่งของการเป็นผู้อยู่ในสภาวะของการเป็นนาย (อเวียก 09/12/93)

การพิสูจน์ตนเองว่าถูกนั้นก็เป็นสัญลักษณ์ของการตกอยู่ใต้อิทธิพลของสันสการ์เก่าของลูก มันเป็นสิ่งหนึ่งที่จะแสดงความชัดเจนสำหรับบางสิ่งเพื่อความถูกต้อง แต่แตกต่างจากการที่จะพิสูจน์ด้วยความดื้อดันทุรัง เขาผู้ซึ่งจะพิสูจน์ด้วยความดันทุรัง จะไม่สามารถเป็นรูปธรรมของความสำเร็จได้เลย (อเวียก 25/10/87)

ลูกไม่กระทำการใด ๆ ภายใต้อิทธิพลของบ่วงพันธะ  แต่ลูกทำให้อวัยวะประสาทสัมผัสเป็นผู้รับใช้ ลูกได้กลายเป็นคาร์มาโยคี  และกระทำการใด ๆ ด้วยสิทธิอำนาจ ลูกไม่ได้ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของการกระทำ หรือภายใต้ประสาทสัมผัส ถ้าใครตกอยู่ภายใต้อิทธิพล แล้วดวงวิญญาณซึ่งตกอยู่ใต้อิทธิพลก็จะกลายเป็นผู้ที่สิ้นหวัง ดวงวิญญาณผู้ซึ่งเป็นนายจะไม่เคยท้อแท้สิ้นหวังต่อทุก ๆ สิ่ง 

แรงดึงของบ่วงพันธะจะดึงลูกเข้าไปหามัน บ่วงพันธะจะผูกดวงวิญญาณไว้แน่น ดังนั้น บัพดาดาเฝ้าแต่สอนบทเรียนนี้ จงเป็นอิสระและไม่อยู่ภายใต้อิทธิพล เป็นอิสระและอย่าให้มีอิทธิพล นั่นคือจงละวาง และให้ความรัก (อเวียก 29/12/89)

จงเฝ้าแต่รักษาสมญานามต่าง ๆ ของลูกไว้ในสติปัญญาอย่างสม่ำเสมอ และทำตัวลูกให้มั่นคง ในสภาวะนั้นขณะที่ลูกใช้ชีวิตไป และดูว่าจะมีความพอใจมากเพียงใด ที่ลูกจะได้รับประสบการณ์ (อเวียก 31/12/93)

สภาวะของลูกคือที่นั่งของลูก นั่นคือโดยสภาวะที่มั่นคงของลูกได้กลายเป็นที่นั่งของลูก ดังนั้น ลูกจะคงอยู่อย่างมั่นคงบนที่นั่งของลูก ลูกนั่งอยู่บนที่นั่งของลูก นั่นคือลูกมั่นคงในสภาวะของลูก  การที่ตัวลูกมั่นคงอยู่ในสภาพที่สูงส่ง หมายความถึงการนั่งอยู่บนที่นั่ง ร่างกายนั้นนั่งบนที่นั่งที่เป็นวัตถุ แต่ลูกจะต้องทำความคิดและสติปัญญาของลูกให้นั่งอยู่บนสภาวะที่สูงส่ง การทำตัวลูกให้มั่นคงในสภาวะโดยผ่านความคิดและสติปัญญา หมายถึงว่าลูกนั่งในสภาวะนั้น ลูกได้พบที่นั่งที่ดีใช่หรือไม่ ที่นี่ลูกมีที่นั่ง และในอนาคตลูกจะได้รับบัลลังก์ ในระดับที่ลูกคงอยู่บนที่นั่ง ดังนั้นลูกจะได้รับบัลลังก์ในอนาคต ถ้าบางครั้งขึ้น ๆ ลง ๆ และ บางครั้งมั่นคง แล้วบางครั้งลูกจะได้รับบัลลังก์ และบางครั้งก็ไม่ได้รับ (อเวียก 02/12/93)

ลูกต้องมีสำนึกของผู้ที่ดลใจให้เกิดทุกสิ่งในสองทาง หนึ่งคือบาบาคือผู้ดลใจทุกสิ่ง และอีกสิ่งหนึ่งคือ ฉัน ดวงวิญญาณ เป็นผู้แสดงการกระทำโดยผ่านอวัยวะทางร่างกายเหล่านี้  โดยสิ่งนี้ขณะที่กำลังแสดงการกระทำ ลูกจะไม่ได้รับอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็นทางที่ดีหรือทางที่เลว นี่เป็นที่รู้กันว่าเป็นสภาพคาร์มาทีท (สภาวะที่อยู่เหนือผลกระทบของการกระทำ) (อเวียก 10/03/96)

บางครั้งบางคราวพวกเขามีนิสัยของการทำสิ่งง่ายให้ยาก สันสการ์ของความยากลำบากทำให้พวกเขาสิ้นหวัง แทนที่จะมีประสบการณ์ของความง่าย และเพราะว่าพวกเขาสิ้นหวัง เพราะว่าขาดการซึมซับสิ่งนี้ พวกเขาก็ถูกอิทธิพลครอบงำ (อเวียก 07/11/89)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ  เปี่ยมใจ

Wednesday, October 18, 2023

คุณธรรม - อำนาจในการปกครองตนเอง (Self-Sovereignty)

 


ผู้ที่มีสิทธิในการปกครองตนเองยิ่งมีอำนาจมากเท่าไร  ผู้ที่ทำงานให้เขาจะให้ความร่วมมือในงานอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้คำสั่งของพวกเขามากเท่านั้น เมื่อผู้ที่มีอำนาจในการปกครองตนเองออกคำสั่ง "เธอจะต้องไม่ฟัง เธอต้องไม่ทำเช่นนี้" หรือ "เธอต้องไม่พูด" พวกเขาจะต้องทำตามที่สั่งไปภายใน 1 วินาที มันไม่ควรจะเป็นว่าลูกให้คำสั่ง  "อย่ามอง" แต่พวกเขายังมอง และแล้วหลังจากนั้นก็มาขอโทษ พูดว่า "ฉันทำผิด" ลูกจะว่าอะไร ถ้าพวกเขาคิดได้ภายหลังจากที่ได้กระทำไปแล้ว พวกเขาควรจะได้ชื่อว่าเพื่อนผู้มีสติปัญญาหรือไม่ ทันทีทันใดที่ลูกได้มีคำสั่งไปยังจิตใจไม่ให้มีความคิดไร้สาระ และให้ใส่จุดภายใน 1 วินาทีแล้ว มันไม่ควรจะใช้เวลา 2 วินาที (อเวียก 25/02/91)

ผู้ซึ่งมีอำนาจเหนือตนเองในขณะปัจจุบัน จะเป็นผู้ที่ครอบครองอำนาจการปกครองของอาณาจักรในอนาคต อำนาจในการปกครองตนเองยิ่งมากเท่าใด อาณาจักรที่ลูกจะปกครองก็จะยิ่งใหญ่ตามนั้น ตามระดับที่ลูกประกาศสิทธิทั้งหมดที่นี่ ดังนั้นก็จะเป็นระดับของสิทธิที่ลูกจะได้ครอบครอง ณ ที่นั่น

การกลายเป็นผู้ปกครองตนเองหมายถึง  ความสามารถที่จะทำให้ดวงวิญญาณอื่นประกาศสิทธิในอำนาจของการมีอำนาจในการปกครองตนเอง ลูกได้ประกาศสิทธิในสิทธิทั้งหมดหรือไม่ หรือลูกยังอยู่ในขบวนการขั้นตอน จากความเพียรพยายามของลูก มันก็สามารถที่จะรู้โชคของลูกได้ ถ้ามันได้มีความเพียรพยายามเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอ แล้วรางวัลที่จะได้รับก็จะมีระยะเวลาที่นาน บาบาได้ให้มรดกนี้เท่ากันทุก ๆ คน แต่แต่ละคนก็สามารถรักษาสมบัตินั้นตามแต่ขีดจำกัดของอำนาจของพวกเขา

ถ้ามีอำนาจแล้วทุกสิ่งจะเป็นไปตามคำสั่ง และดวงวิญญาณก็จะไม่พูดว่า "ดวงตาทำให้เกิดความเสียหายนี้" แต่พวกเขาจะออกคำสั่งและดวงตาก็จะมองแต่สิ่งนั้นเท่านั้น นี่คือความแตกต่างระหว่างผู้ซึ่งอยู่ในบ่วงพันธะกับผู้ที่มีอำนาจ การมีอำนาจเพียงบางครั้งนั้น หมายความว่า ลูกไม่สามารถโล้อยู่บนชิงช้ากับบาบาอย่างสม่ำเสมอ บนชิงช้าที่ให้ความสุขเหนือประสาทสัมผัส     (อเวียก 10/12/79)

สิทธิยิ่งใหญ่ที่สุดต่ออาณาจักร คือประสบการณ์ ณ บัดนี้ ณ ยุคแห่งการบรรจบพบกัน เช่นผู้ที่มีอำนาจในการปกครองตนเอง ลูกกำลังประสบกับความพอใจของการเป็นผู้มีอำนาจในการปกครองตนเอง ใช่ไหมลูก? ลูกมีความซาบซึ้งที่เป็นผู้ที่มีอำนาจในการปกครองตนเอง ใช่ไหมลูก? หรือลูกมีประสบการณ์ในยุคทองนั้นเมื่อลูกนั่งอยู่บนบัลลังก์?  ความซาบซึ้งของเวลาปัจจุบันยิ่งใหญ่กว่า หรือความซาบซึ้งของยุคทองยิ่งใหญ่กว่า? (เวลาปัจจุบัน) ดังนั้น ลูกได้พูดเสมอ ๆ ด้วยความซาบซึ้งว่า การประกาศสิทธิในสิทธิของการมีอำนาจในการปกครองตนเอง หมายถึง การประกาศสิทธิของอาณาจักรของโลก อำนาจในการปกครองตนเอง เป็นสิทธิโดยกำเนิดของชีวิตบราห์มิน ลูกจงจำสิ่งนี้ไว้ ลูกจำได้หรือไม่? หรือบางครั้งลูกก็กลายเป็นปวงประชา? การเป็นปวงประชาหมายถึง การเป็นผู้อยู่ใต้อำนาจ และการเป็นราชาหมายถึงการเป็นผู้ที่มีสิทธิที่ชอบธรรมโดยสมบูรณ์ (อเวียก 18/02/94 กลุ่ม 4)

มรดกของพ่อคืออำนาจในการปกครองตนเองและอาณาจักรโลก ดังนั้น การมีสิทธิต่อมรดกของพ่อหมายถึง การมีสิทธิในการใช้อำนาจในการปกครองตนเองและอาณาจักรของโลก โลกนี้กำลังจะมาอยู่ในมือลูก การเปลี่ยนแปลงจะจบสิ้น และจะมีความคงที่ ลูกจำได้ไหมว่ากี่ครั้งมาแล้วที่ลูกได้เคยปกครองโลก ? ลูกเคยมีประสบการณ์ไหมว่าลูกได้เคยทำสิ่งนี้มาหลายครั้ง (อเวียก 25/01/94 กลุม 2)

ลูกมีอาณาจักรทั้งสอง ไม่เพียงแต่อาณาจักรแห่งอนาคต ก่อนที่จะเป็นราชาในอนาคต ลูกได้ประกาศสิทธิในสิทธิของการมีอำนาจในการปกครองตนเอง ณ เวลาปัจจุบัน ดังนั้น ลูกเคยตรวจสอบการกระทำของการมีอำนาจในการปกครองตนเองของลูกในอาณาจักรของลูกบ้างไหม?  เหมือนอย่างที่ลูกร้องเพลงสรรเสริญให้กับอาณาจักรแห่งอนาคต นั้นคือมันเป็นอาณาจักรเดียว ศาสนาเดียว อาณาจักรของความสงบ ความสุข และความรุ่งโรจน์ เช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้คงอยู่อย่างสม่ำเสมอในอาณาจักรแห่งอำนาจในการปกครองตนเองของผู้ซึ่งเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานของอาณาจักรหรือไม่?

อาณาจักรเดียวหมายความว่า ฉัน ดวงวิญญาณ ควบคุมอวัยวะของร่างกาย ซึ่งใช้ในการทำงานของอาณาจักร อย่างไรก็ตามในระหว่างนั้น แทนที่จะเป็นผู้มีอำนาจในการปกครองตนเอง ลูกก็จะไม่ประกาศสิทธิในอาณาจักรของบุคคลอื่นใด  ใช่ไหมลูก ? อาณาจักรที่เป็นของคนอื่นเป็นอาณาจักรของมายา สัญลักษณ์ที่เป็นอาณาจักรของคนอื่นคือการขึ้นอยู่กับใครบางคน สัญลักษณ์ของการมีอำนาจในการปกครองตนเองนั้นคือ ลูกมีประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอว่าตัวลูกเองเป็นผู้ที่สูงส่ง ผู้มีสิทธิทั้งหมด

พร้อมกับสิ่งนี้  ก็มีศาสนาเดียว ธรรม หมายถึง คุณธรรม  ดังนั้น อะไรคือศาสนาเดียวนั้น หรือคุณธรรมเดียวของการมีอำนาจในการปกครองตนเอง? ความบริสุทธิ์ บริสุทธิ์ในทุกสิ่ง ในความคิดของลูก คำพูดทั้งหมด การกระทำ ความสัมพันธ์ และการติดต่อของลูก นี่คือสิ่งที่เรียกว่าศาสนาเดียว นั่นคือ คุณธรรมเดียว

ไม่ควรจะมีความไม่บริสุทธิ์ใด ๆ นั้นคือศาสนาอื่นในความฝันของลูก หรือแม้แต่ในความคิดของลูก ที่ใดก็ตามที่มีความบริสุทธิ์จะไม่สามารถมีชื่อและร่องรอยของความไม่บริสุทธิ์ นั่นก็คือคามคิดที่ไร้สาระหรือกิเลสใด ๆ ลูกได้กลายเป็นผู้ที่ทรงอำนาจหรือไม่? หรือลูกเป็นราชาที่อ่อนแอ? ลูกเป็นราชาประเภทใด? หรือว่าเป็นผู้ที่บางครั้งอ่อนแอ บางครั้งเข้มแข็ง?  ถ้าลูกยังไม่สามารถปกครองอาณาจักรนี้ของช่วงเวลาขีวิตสั้น ๆ นี้ แล้วลูกจะประกาศสิทธิต่ออาณาจักรถึง 21 ชาติได้หรือ? ลูกพัฒนาสันสการ์เหล่านั้นตั้งแต่บัดนี้เถิด โลกแห่งอนาคตจะถูกสร้างด้วยสันสการ์ที่สูงส่งของเวลานี้ ดังนั้นสันสการ์ของเวลาปัจจุบัน ของอาณาจักรเดียวและศาสนาเดียว เป็นรากฐานของโลกอนาคต

ดังนั้น ตรวจดูว่า ความสุข ความสงบ และความร่ำรวยของลูกอยู่บนพื้นฐานของการได้รับที่มีขีดจำกัดหรือไม่ หรือลูกมีความสุขเหนือประสาทสัมผัสทางดวงวิญญาณแห่งอาณาจักรสูงสุดของพระเจ้า? ประสบการณ์ของความสุขของลูก อยู่บนพื้นฐานบนวิธีการ ความสะดวกสบาย หรืออาณาจักรของลูกซึ่งเป็นควาสุขเหนือประสาทสัมผัส มีพื้นฐานอยู่บนการบรรลุถึงพระเจ้า? มีสถานการณ์ประเภทใด ๆ ของความไม่สงบมาทำลายความสงบที่สม่ำเสมอหรือไม่? สำหรับผู้ที่มีอำนาจในการปกครองตนเอง พายุของความไม่สงบใด ๆ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็กที่มีนั้น เพื่อทำให้พวกเขามีประสบการณ์ ดังนั้นก็กลายเป็นของขวัญของการยกระดับ นี่คือสิ่งที่รู้กันในนามของความสงบที่คงที่ ดังนั้นตรวจสอบว่า ลูกมีอำนาจในปกครองตนเองของความสงบที่คงที่หรือไม่?

เช่นกันสำหรับความร่ำรวย ความร่ำรวยของการมีอำนาจในการปกครองตนเอง คือ ความรู้ คุณธรรม และอำนาจ ลูกเป็นผู้ที่มีอำนาจในการปกครองตนเอง ผู้ซึ่งเพียบพร้อมด้วยความร่ำรวยทุกชนิดหรือไม่ สัญลักษณ์ของความเพียบพร้อมนั้นคือ ที่ใดมีความเต็มเปี่ยม ก็จะมีความพอใจอย่างสม่ำเสมอ และไม่มีชื่อและร่องรอยของการไม่ได้รับความสำเร็จใด ๆ ความไร้เดียงสาต่อความปรารถนาที่มีขีดจำกัด เป็นที่รู้กันว่าเป็นผู้ที่ร่ำรวย และการเป็นพระราชาหมายถึง การเป็นผู้ให้ ถ้ามีความปรารถนาที่มีขีดจำกัด หรือมีความปรารถนาต่อรางวัล แล้วแทนที่จะเป็นราชา ดวงวิญญาณเช่นนี้กลายเป็นขอทาน ถ้าลูกปรารถนาที่จะประกาศสิทธิต่อโชคแห่งอาณาจักรเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน มันคือผลของการมีอำนาจในการปกครองตนเอง ซึ่งคืออาณาจักรที่จะได้ครองอย่างยาวนาน พื้นฐานของการประกาศสิทธิต่ออาณาจักรตลอดระยะเวลาเต็มคือการมีอำนาจในการปกครองตนเองอย่างสม่ำเสมอ ณ เวลาปัจจุบัน (อเวียก 18/11/93)

เมื่อลูกมีอำนาจในการปกครองตนเอง ความคิด สติปัญญา และสันสการ์ของลูกจะอยู่ภายใต้การควบคุมของลูก แล้วมันจะไม่สามารถเกิดความผูกพันยืดติดใด ๆ 

ถ้าลูกมีความผูกพันยืดติด มันเป็นเหมือนกับลูกได้วางเท้าของลูกบนเรือสองลำข้างละลำ ติดอยู่ในโลกเก่าและก็ชอบโลกใหม่ด้วย ดังนั้นจงเป็นของพ่อแต่ผู้เดียว ไม่มีผู้ใดอื่น อะไรเกิดขึ้นกับเขาผู้ซึ่งมีขาทั้งสองอยู่ในเรือที่แยกลำ พวกเขาไม่ได้เป็นทั้งของที่นี่และของที่นั่น (อเวียก 02/12/93)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ


Monday, October 16, 2023

คุณธรรม - ความเรียบง่าย (Simplicity)


 ถ้ามีความสนใจเพียงเล็กน้อยที่จะสวมใส่เสื้อผ้าดี ๆ หรือรับประทานอาหารดี ๆ ถ้าเราสวมใส่เสื้อผ้าที่สวยงาม สติปัญญาของเราก็เฝ้าแต่วนเวียนอยู่กับสิ่งนั้น  แล้วเราก็กลายเป็นผู้มีสำนึกแห่งการเป็นร่าง  สิ่งเหล่านี้ สร้างอุปสรรคหลาย ๆ อย่าง ขัดขวางการไปถึงเป้าหมาย นี่เองทำไมบาบาจึงพูดว่า เราจะต้องรักษาความเรียบง่าย เราจะต้องลืมทุกสิ่ง เราไม่ควรแม้แต่จะระลึกถึงร่างกายของเรา เราละทิ้งโลกเก่า มันมีความแตกต่างเป็นอย่างมาก ในความเรียบง่ายของพวกเราและของพวกเขา เราจะต้องดำรงอยู่อย่างเป็นอิสระจากการดึงดูดของสิ่งใด ๆ เราจะต้องทำลายสำนึกแห่งการเป็นร่าง  ถ้าเราสวมใส่เสื้อผ้าที่แพงมาก เราก็จะกลายเป็นผู้ที่มีสำนึกแห่งการเป็นร่างอย่างรวดเร็วมาก  ณ เวลานี้ เรามีชีวิตอยู่ในความเรียบง่าย การอยู่ในความเรียบง่ายและอยู่ในระหว่างสภาวะของการปลดเกษียณเป็นสิ่งเดียวกัน (ซาคาร์ 18/04/96)

มีสิ่งล่อใจใด ๆ หรือไม่ที่จะสวมใส่สิ่งดี ๆ หรือรับประทานอาหารดี ๆ ถ้าเราสวมใส่เสื้อผ้าดี ๆ ณ ที่นี่ เราจะถูกลดคุณภาพ ณ ที่นั่น ณ ที่นั่นเราจะต้องดำรงอยู่ในความเรียบง่าย บาบาพูดว่า เราจะต้องลืมแม้แต่ร่างกายของเรา มันเป็นร่างกายที่ทาโมประทาน เรากำลังจะกลายเป็นนายแห่งสวรรค์ เราจะต้องเป็นผู้ที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับความรู้แห่งความปรารถนา บาบาพูดว่า เราจะต้องไม่ประดับเพชรนิลจินดาต่าง ๆ ที่นี่ (ซาคาร์ 27/06/96)

ความยิ่งใหญ่ควรรจะปรากฏเห็นได้ในความเรีบบง่ายของเรา เพราะว่ารูปปั้นที่ไม่มีชีวิตของเรา แม้แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังให้ประสบการณ์ของความยิ่งใหญ่ของเรา (อเวียก 30/10/92)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ

Friday, October 13, 2023

คุณธรรม - ความสูงศักดิ์ (Royalty)


 เช่นเดียวกันกับทางร่างกาย ดวงวิญญาณที่สูงศักดิ์ไม่เคยให้สติปัญญาหรือเวลาของพวกเขากับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ  ขณะที่เห็นบางสิ่งพวกเขาก็ไม่เห็นมัน ขณะที่ได้ยินบางสิ่งพวกเขาก็ไม่ได้ยินมัน  ดังนั้น ดวงวิญญาณที่สูงส่งทางดวงวิญญาณเช่นนี้ จะไม่เคยให้สติปัญญาและเวลาของพวกเขากับดวงวิญญาณใด ๆ ในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งไม่สูงศักดิ์ การมีทัศนคติที่สูงศักดิ์หมายถึง การมีปฏิสัมพันธ์กับทุกดวงวิญญาณ ด้วยทัศนคติของความรู้สึกที่บริสุทธิ์และปรารถนาดี ดริชตีที่สูงส่งหมายถึงการมีรูปของร่างแสง แล้วก็เห็นผู้อื่นในรูปของร่างแสงของพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ (อเวียก 03/11/92)

ความสูงศักดิ์ของความบริสุทธิ์เช่นนี้เป็นของจริง  นี่คือสัญลักษณ์ของความสูงศักดิ์ ถ้าลูกไม่มีสัญลักษณ์นี้แล้วก็เข้าใจได้ว่า ถ้าลูกยังไม่มีความสูงส่งของความบริสุทธิ์ หรือถ้าลูกมีเพียงเปอร์เซ็นใดเปอร์เซ็นหนึ่ง ยังไม่เต็มที่

ความพิเศษอย่างอื่นของความสูงศักดิ์  นั่นคือดวงวิญญาณจะไม่เคยมีสันสการ์ของการขอสิ่งใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือทางละเอียดอ่อน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? ดวงวิญญาณที่สูงศักดิ์สมบูรณ์พร้อมอยู่เสมอ เต็ม ผู้ที่เต็มทั้งภายนอก เต็มไปด้วยสิ่งของวัตถุ เต็มไปด้วยเครื่องมือทางวัตถุ และอย่า่งอื่นคือการเต็มในจิตใจ คนที่เต็มอยู่ในจิตใจจะไม่เคยมีความรู้สึกว่าตัวเขาขาดในสิ่งใด ถึงแม้ว่าถ้าเขาไม่เต็มด้วยสิ่งของที่เป็นวัตถุและเครื่องมือ เพราะว่าจิตใจของเขาเต็ม ถ้าแม้บางสิ่งไม่มีที่นั่น เขาก็จะมีความรู้สึกว่ามันอยู่ที่นั่น ถึงแม้ว่าดวงวิญญาณอาจจะเต็มไปด้วยสิ่งของทางวัตถุและเครื่องมือเท่าใดก็ตาม ถ้าจิตใจเขาไม่เต็มเขาก็จะไม่เคยคิดว่าตัวเขาเป็นผู้ที่เต็ม ถึงแม้ว่าดวงวิญญาณมีทุกสิ่งเขาก็ไม่เคยคิดว่าเขานั้นเต็ม  ดวงวิญญาณเช่นนี้จะร้องเพลงอย่างสม่ำเสมอว่า "ฉันต้องการ ฉันต้องการ" เป็นเพราะความปรารถนาตลอดเวลาดวงวิญญาณร้องเพลง "สิ่งนี้ควรเกิดขึ้น สิ่งนี้ควรจะทำ สิ่งนี้ควรจะได้รับ สิ่งนี้ควรจะเปลี่ยนแปลง" ดวงวิญญาณร้องเพลงอย่างสม่ำเสมอและดวงวิญญาณผู้ซึ่งเต็มในจิตใจก็ร้องเพลงอย่างสม่ำเสมอ "ฉันได้พบ ฉันประสบความสำเร็จ" ที่พูดว่า "นี่ควรจะเกิดขึ้น นี่ควรจะทำ" เป็นสันสการ์ของการขอที่สูงศักดิ์ ผู้ที่คิดเพื่อประโยชน์ของงานรับใช้ที่ไม่มีขีดจำกัด ที่ซึ่งลูกคิดว่า "นี่ควรจะเกิดขึ้น นี่ควรจะทำ" การคิดเกี่ยวกับต้องการบางสิ่ง สำหรับความไม่มีขีดจำกัดเพื่อประโยชน์ของงานรับใช้เป็นเรื่องที่แตกต่าง แต่การมีความคิดของความต้อการสำหรับการได้รับอย่างมีขีดจำกัดสำหรับตัวเอง เป็นการขอที่สูงศักดิ์ ความปรารถนาต่อชื่อเสียง ความปรารถนาต่อความเคารพ ความปรารถนาต่อเกียรติยศ และความปรารถนาต่อความรัก ฉันต้องการที่จะเป็นผู้ให้คำปรึกษา ทั้งหมดเหล่านี้เป็นเรื่องของความมีขีดจำกัด ดวงวิญญาณที่สูงศักดิ์ ไม่มีแม้แต่การมีร่องรอยของสันสการ์ของการร้องขอ ลูกเข้าใจสันสการ์ของความสูงศักดิ์ไหม (อเวียก 11/12/91)

พ่อผู้ไม่มีขีดจำกัดมาและให้โชคของอาณาจักรอันไม่มีขีดจำกัดแก่พวกเรา  ท่านทำให้พวกเรามีค่าต่อการปกครองอาณาจักร ท่านทำให้พวกเราบริสุทธิ์ (ซาคาร์ 18/06/96)

ในการเกิดทางดวงวิญญาณครั้งนี้ ลูกกำลังมีประสบการณ์ของความรักสูงสุดและความเมตตา ลูกได้กลายเป็นผู้ที่เป็นที่รัก เป็นลูก ๆ ที่สูงศักดิ์โดยได้รับความเมตตาที่สูงส่งนี้

ลูกที่สูงศักดิ์และเป็นที่รักหมายถึงราชาของเวลาปัจจุบัน และของอนาคตด้วย ลูกมีอาณาจักรทั้งสองแห่ง ไม่ใช่แต่เพียงอาณาจักรของอนาคต ก่อนที่จะเป็นราชาในอนาคต ลูกได้ประกาศสิทธิที่จะเป็นผู้ปกครองตนเอง ณ เวลาปัจจุบัน

อาณาจักรเดียวหมายความว่า ฉันดวงวิญญาณควบคุมอาณาจักรของอวัยวะทางร่างกาย ซึ่งทำงานสำหรับอาณาจักรอย่างสม่ำเสมอ สัญลักษณ์ของการปกครองตนเองนั้นคือ ลูกรู้สึกว่าตัวลูกเองเป็นผู้ที่สูงศักดิ์ด้วยสิทธิทั้งหมดอย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ซึ่งเป็นผู้ปกครองตนเอง พายุใด ๆ ของความไม่สงบไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก มีเพื่อทำให้เป็นประสบการณ์ และดังนั้นจึงกลายเป็นของขวัญสำหรับสภาวะที่โบยบิน มันกลายเป็นของขวัญสำหรับการยกระดับ นี่เป็นที่รู้จักกันในฐานะเป็นความสงบที่คงที่ ดังนั้น ตรวจสอบว่าลูกมีอำนาจในการปกครองตนเองของความสงบที่คงที่หรือไม่? ทรัพย์สมบัติของการปกครองตนเองคือ ความรู้ คุณธรรม และพลังอำนาจ ลูกเป็นผู้ปกครองตนเอง ผู้ซึ่งสมบูรณ์พร้อมด้วยทรัพย์สมบัติทั้งหมดเหล่านี้หรือไม่? สัญลักษณ์ของการเป็นผู้สมบูรณ์พร้อมนั้นคือ ไม่ว่าที่ไหนที่มีความเต็มจะมีความพอใจอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีชื่อหรือร่องรอยของการขาดแคลนของความสำเร็จใด ๆ การเป็นผู้ที่มีความโง่เขลาต่อความปรารถนาที่มีขีดจำกัดเป็นผู้ที่รู้กันว่าเป็นผู้ที่ร่ำรวย

ตรวจสอบดูว่า ลูกเป็นผู้ที่มีอำนาจในการปกครองตนเองของอาณาจักรเดียว ศาสนาเดียว และสมบูรณ์พร้อมไปด้วยความสงบและความสุขหรือไม่? (อเวียก 18/11/93)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ  เปี่ยมใจ


Thursday, October 12, 2023

คุณธรรม - ความเคารพ (Respect)

 ความเคารพตนเองและความเคารพผู้อื่นเกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน เขาผู้ซึ่งได้ประกาศสิทธิของการเคารพตนเอง คงอยู่ในสภาวะของการเคารพตนเองของพวกเขา และด้วยวิธีนี้ก็ได้รับความเคารพจากผู้อื่น และดวงวิญญาณเช่นนั้นพูด มองผู้อื่น และมีการติดต่อกับผู้อื่นด้วยความเคารพ ความหมายของคำว่าเคารพตนเอง คือการให้ความเคารพกับทุกคน บาบาเป็นผู้ซึ่งได้รับความเคารพจากดวงวิญญาณทั้งหมดในโลก ทุกคนให้ความเคารพท่านเป็นอย่างมาก แต่ความเคารพที่บาบาได้รับมากเท่าใด ท่านก็ให้ความเคารพกับลูก ๆ มากเท่านั้น ผู้ซึ่งไม่ได้ให้จะไม่กลายเป็นเทพ ลูกกลายเป็นเทพหลายชาติ ลูกกลายเป็นบราห์มินเพียงหนึ่งชาติ  แต่ลูกก็ปกครองในรูปของเทพหลายชาติ  และกลายเป็นผู้ควรค่าแก่การบูชา เทพคือผู้ให้ ลูกจะกลายเป็นเทพอย่างไรถ้าลูกไม่ได้ให้ความเคารพในระหว่างชาติเกิดนี้ ลูกจะรับความเคารพอย่างไรในหลาย ๆ ชาติ จงทำตามพ่อ (อเวียก 01/12/89)

ยิ่งมีอำนาจมากเท่าใด ลูกก็จะให้ความเคารพผู้อื่นมากเท่านั้น  ลูกไม่เพียงแต่มีอำนาจ การที่จะยกย่องใครบางคนซึ่งมีอำนาจก็คือ ผ่านการให้ความเคารพของเขา (อเวียก 10/1/91)

การพูดว่า "ท่านก่อน" หมายถึงการคงอยู่อย่างมั่นคงในสภาวะของความเคารพตนเอง การให้ความเคารพผู้อื่นหมายถึงการพูดว่า "ท่านก่อน" มันไม่ใครจะเป็นเพียงแต่ว่าลูกเพียงแต่พูดด้วยปากเท่านั้นว่า "ท่านก่อน" ขณะที่การกระทำแตกต่างไป จงมั่นคงอยู่ในสภาวะของความเคารพตนเองและให้ความเคารพ และอะไรเป็นสัญลักษณ์ของการให้ความเคารพต่อผู้อื่น ขณะที่อยู่ในสภาวะของการเคารพตนเอง จงตรวจสอบสองสิ่งอย่างสม่ำเสมอ หนึ่งคือท่าทีของความหยิ่งทะนง และอีกอันหนึ่งคือท่าทีการประฌาม ผู้ซึ่งมั่นคงอยู่ในสภาวะของการเคารพตนเองและเป็นผู้ซึ่งให้ความเคารพกับผู้อื่น จะไม่มีท่าทีทั้งสองนั้นไม่ว่าเป็นความหยิ่งทะนงหรือการประฌามเยาะเย้ย อะไรคือทัศนคติของ  "คนนี้ทำเช่นนี้ อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ก็เกิดขึ้น"  นี่ก็เป็นการประฌามดวงวิญญาณในรูปที่สูงส่ง  การมั่นคงอยู่ในสภาวะของความเคารพตนเองและให้ความเคารพนั้นรู้กันในคำพูดว่า "ท่านก่อน" ตรวจสอบสองสิงนี้ ไม่ควรจะมีท่าทีไม่ว่าของการประฌามหรือของความหยิ่งทะนง เมื่อไม่มีสองสิ่งนี้ ก็จะมีความเคารพตนเอง ไม่ว่าลูกจะเรียกร้องมันหรือไม่ ไม่ว่าลูกคิดเกี่ยวกับมันหรือไม่ ทั้งธรรมชาติและผู้คนก็จะให้ความเคารพต่อลูกอย่างอัตโนมัติและสม่ำเสมอ ลูกจะไม่ได้รับความเคารพ ถ้ามีความปรารถนาแม้เพียงเล็กน้อยต่อความเคารพแม้ในความคิด การถ่อมตนหมายถึง การพูดว่า "ท่านก่อน" สภาวะของการถ่อมตนจะสามารถทำให้ลูกได้รับความเคารพโดยอัตโนมัติ พูดว่า "ท่านก่อน" ในสถานการณ์นั้นจะนำมาซึ่งความเคารพ หมายถึงการกลายเป็นเหมือนพ่อ ในการให้ความเคารพบราห์มาบาบาพูดเสมอว่า "จั๊กกัดอัมบาก่อน      แม่สรัสวาตีก่อน แล้วพ่อบราห์มา"  ถึงแม้บราห์มาบาบาจะเป็นแม่ ในเวลาที่ให้ความเคารพท่านก็จะให้แม่จั๊กกัดอัมบาอยู่ข้างหน้า ท่านให้ลูก ๆ อยู่ข้างหน้าในทุก ๆ งาน และในสภาวะของการทำควมเพียร ท่านจะทำตัวท่านเองให้เป็นคนแรกในรูปของหัวรถจักรเสมอ (อเวียก 6/12/87)

ผู้ที่อยู่อย่างถ่อมตนได้รับความเคารพจากทุกคน  ถ้าลูกเป็นผู้ถ่อมตนแล้วผู้อื่นจะให้ความเคารพ ไม่มีใครให้ความเคารพกับผู้ซึ่งยโสโอหัง พวกเขาจะไปให้ไกลห่างจากผู้นั้น ถึงแม้ว่าลูกจะยิ่งใหญ่และถ่อมตนหรือไม่ สัญลักษณ์ของผู้ที่มีความถ่อมตนคือจะให้ความสุขต่อทุกคน ไม่ว่าทีใดที่พวกเขาไป อะไรก็ตามที่พวกเขาทำ มันจะเป็นสิ่งที่ให้ความสุข (อเวียก 25/11/63 กลุ่ม 2)

ขอให้ลูกเป็นนายและเป็นเด็ก ผู้ให้ความเคารพต่อคำแนะนำของทุก ๆ คน และโดยเหตุนี้ได้รับความเคารพจากทั้งโลก ไม่ว่าเขาจะเยาว์วัยหรือสูงวัย จงให้ความเคารพต่อคำแนะนำของทุกคนอย่างแท้จริง  เพราะว่าการปฏิเสธคำแนะนำของผู้ใดหมายถึงการปฏิเสธตัวลูกเอง  ดังนั้น แม้ว่าลูกต้องการให้ใครบางคนหยูดพูดเรื่องไร้ประโยชน์ สิ่งแรกจงให้ความเคารพและนับถือ ลูกจะได้รับความนับถือจากทั้งโลก สำหรับสิ่งนี้ให้กลายเป็นนายผู้ซึ่งเป็นเด็ก และให้กลายเป็นเด็กผู้ซึ่งเป็นนาย สติปัญญาของลูกควรจะอยู่ในสภาวะที่ไม่มีขีดจำกัด และเต็มไปด้วยความปรารถนาดี และเมตตากรุณา (ซาคาร์ 11/06/96)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ


Wednesday, October 11, 2023

คุณธรรม - ความพร้อม (Readiness)

 


การเป็นผู้พร้อมเสมอหมายถึง ลูกไปทันทีทันใดที่ได้รับคำสั่ง ลูกเป็นอิสระจากสำนึกว่า "ของฉัน" ถึงระดับนี้หรือไม่ ลูกได้รับการบอกก่อนแล้วว่าพร้อมกับสำนึกของการเป็นร่าง สำนึกที่ใหญ่ที่สุดของคำว่า "ของฉัน" นั่นคือมีเส้นด้ายเงินเส้นด้ายทองของความหยิ่งยโสของตนเองหลายเส้น ดังนั้น ตรวจสอบด้วยสติปัญญาที่ละเอียดอ่อน ไม่ใช่ด้วยสติปัญญาที่หยาบ  ว่าไม่มีสิ่งใดเป็นของลูก แต่ด้วยสติปัญญาที่ละเอียดอ่อนและบริสุทธิ์แล้ว  ตรวจสอบดูว่าไม่มีความซาบซึ้งใดที่เป็นการชั่วคราว เป็นเส้นด้ายที่จะกลายเป็นเครื่องมือที่จะดึงลูกให้ถอยหลัง (อเวียก 09/01/95)

บัดนี้ธรรมชาติกำลังปลุกลูกผู้เป็นนาย เพราะว่าลูก ๆ เป็นผู้ซึ่งไม่ได้ให้คำสั่งกับมัน ดูซิ มันสร้างความวุ่นวายมากเท่าไร เมื่อลูกผู้เป็นนายกลายเป็นผู้พร้อมแล้ว ธรรมชาติก็จะเชื้อเชิญลูก ลูกพร้อมแล้วใช่ไหมในวิธีนี้ ผู้เป็นนายพร้อมแล้วหรือยัง ลูกพร้อมแล้วหรือลูกยังกำลังจะพร้อม จนกระทั่งวันนี้ผู้บูชาลูกก็ยังร้องเพลงสรรเสริญถึงการตระเตรียมที่สมบูรณ์ของลูก ลูกรู้คำสรรเสริญของลูกหรือไม่ มันเป็นคำสรรเสริญที่ยาวมาก ๆ ลูกรู้ไหม ชาวต่างชาติกำลังพูดถึงคำสรรเสริญของลูก บัดนี้ตรวจดูลูกทั้งหมดควรจะมีคุณธรรมทั้งหมด ลูกควรจะปราศจากกิเลสอย่างสิ้นเชิง ลูกควรจะเป็นผู้ที่ไม่ก้าวร้าวรุนแรงอย่างสิ้นเชิง และลูกควรจะมีชีวิตอยู่ในกฏระเบียบอันสูงส่งที่สุด และเป็นผู้สมบูรณ์พร้อม 16 องศาสมบูรณ์พร้อม ลูกทั้งหมดได้กลายเป็นสิ่งนี้หรือไม่ ลูกเต็มในทุกสิ่งหรือไม่ ถ้าลูกเต็มในทุกสิ่งเหล่านี้ เป็นที่เข้าใจว่าผู้เป็นนายพร้อมแล้ว ถ้ายังมีเปอร์เซ็นในสิ่งนี้ (ยังไม่เต็ม) ผู้เป็นนายยังไม่พร้อม ลูกเป็นลูก แต่ลูกยังไม่กลับมาเป็นนาย ดังนั้น วัตถุธาตุจะเชื้อเชิญลูกหรือ ลูกเป็นลูก ๆ ของบาบา นั่นก็ดีมาก ลูกได้ผ่านในสิ่งนี้  อย่างไรก็ตาม การเป็นนายหมายถึงการเป็นผู้สมบูรณ์ในทั้งห้าประเด็นเหล่านี้ทั้งหมด ควรที่วัตถุธาตุจะได้รับคำสั่งหรือ ควรไหม ลูกจะไม่พูดว่าใช่กับสิ่งนี้หรือ (อเวียก 25/02/91)

คำถามของการทำลายล้างโลกได้แยกออกจากคำถามของการทำให้ตัวลูกเองพร้อมเสมอ ดังนั้น อย่าได้รวมทั้งสองสิ่งนี้ ดวงวิญญาณที่แตกต่างมีบทบาทที่แตกต่าง ดังนั้น อย่าได้คิดว่าลูกไม่มีส่วนในกลุ่มแอ๊ดวานซ์ปาร์ตี้ หรือว่าลูกมีบทบาทหลังการทำลายล้าง บางดวงวิญญาณมีบทบาทนั้น แต่ลูกควรจะคงอยู่ในความพร้อมเสมอ มิฉะนั้นร่องรอยของความไม่ระมัดระวังจะปรากฏขึ้น ลูกเฝ้าแต่คิดอะไร จงพร้อมเสมอ แล้วแม้แต่ลูกจะต้องอยู่อีก 20 ปี ก็จะไม่มีปัญหาใด ๆ แต่อย่าได้มีชีวิตอยู่บนพื้นฐานนั้น (อเวียก 26/01/90)

รูปในทางปฏิบัติของผู้ซึ่งพร้อมเสมอนั่นคือ พวกเขามีความสุขเสมอ ไม่สำคัญว่าข้อสอบอะไรจะมา ไม่ว่าสถานการณ์การทำลายล้างตามธรรมชาติ หรือความทุกข์ทรมานผ่านร่างกาย เพียงแต่ผู้ซึ่งผ่านทั้งหมดในข้อสอบเหล่านี้ทั้งหมด ถูกเรียกว่าเป็นผู้พร้อมเสมอ เหมือนเช่นเวลาไม่ได้คอยผู้ใดเช่นเดียวกัน ไม่มีการกีดขวางใดที่ควรจะหยุดลูก (ซาคาร์ 14/06/96)

ทุกคนมีความพร้อมเสมอและเป็นผู้ที่สามารถในทุกสิ่งหรือไม่ พร้อมเสมอหมายความว่า เมื่อมีคำสั่งมา ลูกก็ไปทันที ลูกได้รับคำสั่งและพูดว่า "ฮา จี - ใช่" ไม่ใช่ว่า "ฉันจะทำอะไร ฉันจะทำอย่างไร อะไรจะเกิดขึ้น จะเกิดขึ้นอย่างไร ฉันจะสามารถหรือฉันจะไม่" ถ้าความคิดเช่นนี้เข้ามา แล้วสมญานามว่าพร้อมเสมอ ก็ไม่สามารถให้ออกไปได้ ความพิเศษของผู้ทำความเพียรพยายามอย่างเข้มข้น คือพร้อมเสมอและมีความสามารถในทุกสิ่ง ไม่ว่าจะมีโอกาสได้รับใช้ผ่านความคิด คำพูด และการกระทำ ก็เป็นคนแรกในทุก ๆ กรณี (อเวียก 23/01/80)

ณ เวลาปัจจุบัน ลูกก็เปลี่ยนสีของลูกอย่างต่อเนื่อง แต่แล้วลูกจะถูกทาด้วยสีหนึ่ง ซึ่งติดแน่นซึ่งไม่สามารถจะถูกทาโดยสีอื่น ๆ และมันก็ไม่สามารถถูกลอกออกโดยใคร ๆ และมันก็ไม่จางหายไป หรือมันจะไม่ถูกทาโดยสีอื่นใด ลูกจะต้องเป็นผู้ตื่นตัวในทุก ๆ สิ่ง ลูกจะต้องคงอยู่อย่างพร้อมเสมอตลอดเวลาสำหรับการรับใช้ทุกชนิด เมื่อมีงานเกิดขึ้น ผู้ซึ่งตื่นตัวและรวดเร็วสามารถที่จะเข้าใจงานนั้นและบรรลุผลสำเร็จ ผู้ซึ่งไม่ตื่นตัวเฝ้าแต่คิดเกี่ยวกับงาน และพวกเขาก็จะไม่ได้รับความสำเร็จด้วย การตื่นตัวหมายถึงการมีความพร้อมเสมอ พวกเขาสามารถที่จะจำงานแต่ละงานได้ พวกเขาสามารถที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องในงานเหล่านั้น และก็ประสบความสำเร็จด้วย พวกเขาจะมีทั้งสามสิ่งนี้ เขาผู้ซึ่งหนักหน่วงไม่สามารถที่จะถูกเรียกว่าเป็นผู้ตื่นตัว ผู้ซึ่งมีความหนักหน่วงในความเพียรของพวกเขาหรือในสันสการ์ของพวกเขาไม่ได้ถูกเรียกว่าเป็นผู้ตื่นตัว ผู้ซึ่งตื่นตัวเป็นผู้พร้อมเสมอและง่ายดาย เมื่อตัวลูกเองกลายเป็นผู้ที่ง่ายดาย งานทั้งหมดก็ง่าย แล้วความเพียรทั้งหมดก็ง่ายดาย เมื่อตัวลูกเองไม่ได้กลายเป็นผู้ที่ง่ายดาย ไม่ว่าความเพียรหรืองานรับใช้ก็จะไม่ง่ายดาย แล้วลูกก็จะต้องเผชิญกับความลำบาก งานรับใช้ไม่ได้มีความยาก แต่สันสการ์ของลูกและความอ่อนแอของลูกปรากฏให้เห็นในรูปของความยากลำบาก (อเวียก 17/11/69)

การเป็นผู้พร้อมเสมอหมายถึง เป็นผู้ที่ทำความเพียรพยายามอย่างรวดเร็ว อย่าคิดว่าการทำลายล้างจะยังใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง และดังนั้น ลูกจะพร้อมในตอนนั้น อย่าได้รอจนขณะสุดท้าย ลูกไม่สามารถรู้ได้ว่าเมื่อไรจะเป็นเวลาสุดท้ายของลูก และดังนั้น จงพร้อมเสมอ ลูก ๆ ต่างชาติพร้อมเสมอหรือไม่ ลูกยังต้องทำอะไรอยู่อีกหรือ อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นตอนนี้จะเป็นสิ่งดี ลูกพร้อมถึงระดับนี้หรือไม่ หรือลูกยังมีความคิดว่าลูกยังต้องทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ ไม่ใช่ ขอให้ลูกเป็นผู้ที่เป็นอิสระจากความผูกพันยืดติดอย่างสม่ำเสมอ เป็นอิสระจากความคิดที่เป็นบาป เป็นอิสระจากสิ่งไร้สาระใด ๆ มันไม่ควรจะมีสิ่งไร้สาระแม้เพียงเล็กน้อย นี่เป็นที่รู้กันว่าเป็นผู้พร้อมเสมอ (อเวียก 02/12/93)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ