Sunday, October 8, 2023

คุณธรรม - ความเมตตา (Mercy)

 


ณ ขณะนี้งานพิเศษของลูก ลูก ๆ ของพ่อผู้เต็มไปด้วยความเมตตา คือ การเมตตาต่อทุกดวงวิญญาณ ลูกมีความเมตตาที่พิเศษต่อผู้ซึ่งโง่เขลาและผู้ซึ่งไม่มีความรู้  ผู้ซึ่งโง่เขลาทำอะไรกัน เมตตาหมายถึงการให้ความกล้าหาญในทุกรูปแบบ ให้อำนาจกับดวงวิญญาณที่อ่อนแอ นี่คือการเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความเมตตา (อเวียก 10/12/92)

จงมีเมตตากับตนเองและกับคนอื่น  อย่าพูดเกี่ยวกับสิ่งที่ลูกได้เห็นหรือได้ยินมา  อย่าเก็บมาคิด การไม่คิดเกี่ยวกับสิ่งนั้นซึ่งไร้สาระ  หมายถึง การมีความเมตตาต่อตนเอง การไม่ดูมันหมายถึงการมีเมตตาต่อตนเอง  จงมีเมตตาอย่างสม่ำเสมอ จงมีความเห็นใจต่อผู้ซึ่งทำบางสิ่งหรือพูดบางสิ่ง  นี่หมายความว่า การมีความปรารถนาดีและเมตตาต่อดวงวิญญาญที่ลูกได้เห็นหรือได้ยินเรื่องไร้สาระจากพวกเขา  ลูกไม่ได้มีความเมตตาในทางอื่น ลูกไม่ได้ให้พรด้วยมือของลูก  แต่การไม่เก็บสิ่งที่เห็นไว้ในความคิดหมายถึง การมีเมตตาต่อดวงวิญญาณนั้น ถ้าใครพูดเกี่ยวกับส่งไร้สาระที่ได้พบหรือได้ยิน  นั้นหมายถึงว่าเมล็ดของต้นไม้ที่ไร้ประโยชน์กำลังเติบโต  

เมื่อลูกแพร่กระจายสิ่งที่ไร้สาระไปในบรรยากาศ มันก็กลายเป็นต้นไม้  เพราะว่าใครก็ตามที่เห็นหรือได้ยินบางสิ่งที่ไม่ดี ไม่สามารถที่จะเก็บไว้ในจิตใจของเขาได้  เขาจะต้องพูดและบอกผู้อื่นเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ อย่างแน่นอน  และอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อพวกเขามาพบกัน  หลาย ๆ คนที่มาก็จะรับข้อมูลจากผู้นั้น  ดังนั้นเมื่อพวงประคำถูกสร้างขึ้นเป็นสาย  คนที่เริ่มต้นมันก็จะกลายเป็นผู้ที่ดื้อดึงยิ่งกว่าเดิมเพื่อจะพิสูจน์สิ่งไร้สาระ  และยิ่งขยายเรื่องไร้สาระนั้นกว่าเดิม ดังนั้นอะไรที่แผ่กระจายไปในบรรยากาศหรือ  กระแสที่ไร้สาระได้กระจายไป มันเป็นกระแสที่ไม่ดีได้กระจายไป  กระแสที่ไม่ดีนั้นเป็นพรหรือไม่  ดังนั้น จงสลายเรื่องไร้สาระที่ลูกได้เห็นมาด้วยความรัก ขณะที่ฟังเรื่องราวอย่าขยายความออกไป นี่เป็นที่รู้กันว่าความมีเมตตาต่อผู้อื่นด้วยการให้พร (อเวียก 31/12/87)

จงเป็นผู้มีความเมตตาต่อผู้ที่โง่เขลา ดวงวิญญาณที่โศกเศร้าก็อยู่ในครอบครัวเดียวกับลูก ลูกควรจะมีความเมตตาจากหัวใจ เพื่อความรวดเร็วในความเพียรพยายามของครอบครัวบราห์มิน และเพื่อความก้าวหน้าของตนเองด้วย  ก็มีความต้องการความเมตตาด้วย  เมื่อลูกมีความเมตตาก็มีความก้าวหน้าของตนเอง  เพราะว่าดวงวิญญาณที่เต็มไปด้วยความเมตตาอย่างเป็นธรรมชาติและสม่ำเสมอ มีทัศนคติความไม่ใส่ใจอันไม่มีขีดจำกัด  มันควรจะมีความเมตตาต่อตนเองว่า ฉันเป็นดวงวิญญาณผู้ซึ่งเป็นของพ่อสูงสุด  และมีเป้าหมายของการที่จะมาทัดเทียมพ่อ ควรจะมีความเมตตาจากหัวใจ  ความเมตตาจากหัวใจของลูกสามารถที่จะทำให้ลูกมีความไม่ใส่ใจต่อความอ่อนแอ ลูกเป็นรูปธรรมของจุด (.) แต่อะไรเป็นสิ่งที่ต้องการเป็นกรณีพิเศษ สำหรับการกลายเป็นตัวแห่งจุด ความเมตตาต่อตนเองและความเมตตาต่อผู้อื่น

บนหนทางของความรู้ก็เช่นกัน ผู้ซึ่งมีเมตตาอย่างถูกต้องจะไม่กลัวสามสิ่ง  แต่พวกเขาจะมีอำนาจที่จะก้าวพ้นต่อสิ่งนี้  สิ่งเหล่านี้คือ ความไม่ระมัดระวัง ความอิจฉา และความเกลียดชัง  90% ของเหตุผลของความอ่อนแอหรือข้อเสียใด ๆ คือสามประเด็นเหล่านี้ ความเมตตาจากหัวใจ จบสิ้นความไม่ระมัดระวัง และเมื่อมีความรู้สึกของความเมตตาต่อตนเอง ดังนั้น ในฐานะที่เป็นทัศนคติและสำนึกที่เป็นในทางเดียวกัน พวกเขาก็มีความเมตตาสำหรับบราห์มินทั้งหมดในโลกโดยอัตโนมัติ และความเมตตาอย่างถูกต้องนี้อยู่บนพื้นฐานความรู้  จะไม่ยอมให้ความรู้สึกอิจฉาหรือเกลียดชังปรากฏจากหัวใจ  พร้อมกับความเมตตาที่อยู่บนพื้นฐานของความรู้ ก็มีความซาบซึ้งทางดวงวิญญาณของตนด้วย แต่พร้อมกับความเมตตาก็จะมีความซาบซึ้งด้วย จะมีความสมดุลระหว่างสองสิ่ง ถ้าเป็นความเมตตาธรรมดาก็มีความเป็นไปได้ ที่จะถูกอิทธิพลของดวงวิญญาณนั้น ไม่ว่าในรูปของความผูกพันหรือในความอ่อนแอใด ๆ (อเวียก 31/03/90)

มีเพียงผู้ที่มีความเมตตาเหล่านั้นที่สามารถนำมาซึ่งประโยชน์ต่อผู้อื่น (อเวียก 09/12/93)

ลูกสามารถที่จะได้ยินการเรียกจากเวลาที่ละเอียดและของดวงวิญญาณทั้งหมดตามเวลาหรือไม่? หรือลูกคงอยู่อย่างวุ่นวายอยู่เสมอกับตัวลูกเอง ดวงวิญญาณที่กราบไหว้ลูกของกัลปที่แล้ว กำลังปลุกเรียกลูกซึ่งเป็นเทพที่วิเศษของพวกเขา พวกเขาสวดวิงวอน "โปรดมา โปรดมา"

ขณะที่พวกเขาลุ่มหลงอยู่ในเสียงเพลงที่ใช้ปลุกเรียก นั่นคือ ขณะที่บรรเลงเพลงอย่างมากมาย พวกเขาตะโกนด้วยเสียงอันดัง พวกเขาใช้วิธีการต่าง ๆ มากมาย ที่จะทำให้ลูกทุก ๆ คนมีความสุข ขณะที่ฟังพวกเขา ในรูปที่มีชีวิต ในวิธีที่แฝงตัว ลูกไม่มีความเมตตาต่อพวกเขาหรือ หรือลูกยังวุ่นวายอยู่กับความเมตตาสำหรับตัวลูกเอง ด้วยการทำตนให้มั่นคงอยู่ในรูปของผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลกเท่านั้น  ผู้สละที่ยิ่งใหญ่และผู้ให้แห่งพร ลูกจึงสามารถมีความเมตตา ลูกจะมีความเมตตาเมื่อลูกมีประสบการณ์ของตนเองในรูปของแม่ชาวโลกหรือพ่อของชาวโลก เพราะฉะนั้นลูกจะไม่มีความอดทนต่อความทุกข์  หรือไม่เข้าใจดวงวิญญาณใด อย่างไรก็ตาม ลูกก็คงอยู่ในรูปนี้อย่างมั่นคงชั่วเวลาที่สั้นมาก  ตามกำหนดของเวลา รูปของการทำงานรับใช้ จะต้องกว้างและไม่มีขีดจำกัด อะไรเป็นรูปของงานรับใช้ที่ไม่มีขีดจำกัด ลูกจะเรียกสิ่งที่ลูกทำอยู่ว่าเป็นงานรับใช้ที่ไม่มีขีดจำกัด  ลูกจะเรียกว่าอะไรที่ลูกทำ ณ เวลาปัจจุบัน ไม่มีขีดจำกัดหรือไม่ ว่าลูกมีการพบปะที่ไม่มีขีดจำกัดหรือไม่ ถ้าเปรียบกับเวลาช่วงแรก ลูกอาจจะเรียกมันว่าไม่มีขีดจำกัด แต่อะไรเป็นรูปอันไม่มีขีดจำกัดสุดท้าย (อเวียก 03/10/75)

ผู้คนจากทุกศาสนาร้องขอความเมตตา พวกเขาร้องขอสิ่งนี้อย่างแน่นอน มันไม่สำคัญว่าใครเป็นของศาสนาใด  แต่พวกเขาอาจจะไม่ร้องขอความสุข แต่พวกเขาต้องการความเมตตา ดังนั้น ใครจะเป็นผู้ให้สิ่งนี้กับพวกเขา ลูกคือผู้ให้ใช่ไหม หรือลูกเป็นผู้รับ ลูกเป็นกลุ่มผู้ซึ่งรับมาแล้วก็แจกจ่ายให้แก่ผู้อื่น ลูกเป็นลูก ๆ ของผู้ให้ ดังนั้น จงมีความเมตตาต่อพี่น้องชายหญิงของลูก และเมื่อลูกทำงานรับใช้ ขณะที่เป็นผู้ที่มีความเมตตา ก็จะมีความรู้สึกของการเป็นเครื่องมือโดยอัตโนมัติ ไม่สำคัญว่าเขาจะเลวเท่าใด ถ้าลูกมีความเมตตาสำหรับดวงวิญญาณนั้น ลูกจะไม่มีความรู้สึกที่ไม่ชอบอิจฉาหรือโกรธต่อดวงวิญญาณนั้น ความรู้สึกเมตตานำมาซึ่งความรู้สึกของการเป็นเครื่องมือ มันไม่ควรจะมีความรู้สึกเมตตาที่อยู่บนพื้นฐานของความเห็นแก่ตัว แต่จงมีความเมตตาที่แท้จริง ภายในลูกอาจจะมีความผูกพันกับดวงวิญญาณบางดวง แต่ลูกคิดว่าลูกมีเมตตาต่อดวงวิญญาณนั้น ดังนั้นนั่นคือความเมตตาที่เห็นแก่ตัว ไม่ใช่เมตตาที่แท้จริง จะไม่มีความผูกพันใด ๆ ในความเมตตาที่แท้จริง จะไม่มีสำนึกของความเป็นร่างใด ๆ หรือชื่อ หรือร่องรอยของการดึงดูดทางร่างกาย

บัดนี้ตรวจดูว่า ลูกมีความเมตตาที่ไม่เห็นแก่ตัวหรือไม่? ลูกมีแมตตาซึ่งเป็นอิสระจากการผูกพันยึดติดหรือไม่? (อเวียก 10/03/96)

จงตรวจสอบเสมอว่า "เมื่อได้กลายมาเป็นลูกของพ่อผู้เต็มไปด้วยความเมตตา ฉันได้ให้ความเมตตากับดวงวิญญาณไปมากเท่าใด"  ไม่เพียงแต่ด้วยคำพูด แต่ผ่านความคิดของลูก ทัศนคติและบรรยากาศ ลูกควรจะสามารถที่จะให้พลังอำนาจที่ได้รับจากพ่อกับดวงวิญญาณทั้งหมด  (อเวียก 17/03/91)

ความปรารถนาดีหมายถึงการเป็นผู้มีความเมตตา ในฐานะที่มีเพียงบาบาที่ให้การช่วยเหลือกับผู้ซึ่งได้รับอันตราย ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นดวงวิญญาณชนิดใดที่มาอยู่ที่เบื้องหน้าลูกตอนนี้ ด้วยสภาวะจิตที่มีเมตตา ความปรารถนาดีของลูกก็เปลี่ยนแปลงพวกเขา (อเวียก 21/01/80)

ลูกจะมีอำนาจของความอดทนใช่ไหม? ลูกจะมีอำนาจของการหลอมเป็นหนึ่งเดียวใช่ไหม? ลูกจะมีอำนาจของความอดทนใช่ไหม? มันเป็นที่เข้าใจกันแล้ว เมล็ดนี้หลอมเป็นหนึ่งเดียวกับเมล็ดของการให้และการรับของพร ต้นไม้ก็หลอมรวมอยู่ในนี้โดยอัตโนมัติ และวิธีของสิ่งนี้คือการจดจำสองคำ คำแรกคือ การแก้ไขให้ถูกต้อง  หรือการสอน และอีกคำหนึ่งคือ ให้อภัยหรือเมตตา ลูกได้เพียรพยายามอย่างมากที่จะทำการแก้ไข แต่ลูกไม่รู้ว่าจะให้อภัยอย่างไร ลูกจะต้องให้อภัย การให้อภัยก็จะเป็นเหมือนกับให้การแก้ไข เมื่อลูกให้การแก้ไข ลูกก็ลืมที่จะให้อภัย แต่ถ้าลูกให้อภัย แล้วการแก้ไขก็จะเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ มันเป็นการง่ายมากที่จะเป็นครู ลูกจะกลายเป็นครูทันทีที่ลูกจบหลักสูตร 7 บท ลูกจะต้องมีการให้อภัย ลูกจะต้องมีเมตตา ลูกจะต้องไม่เป็นเพียงแต่ครูเท่านั้น ถ้าลูกให้อภัย และเพียงแต่ลูกซึมซับสันสการ์นี้จากบัดนี้ ลูกจึงจะสามารถให้พรได้ ถ้าลูกทำสันสการ์ของการให้พรให้เข้มแข็งจากบัดนี้ไป แล้วผู้คนก็จะมารับพรจากลูกรูปปั้นที่ไร้ชีวิตของลูกอย่างต่อเนื่อง (อเวียก 30/11/92)

ความเมตตานี้ ปกติแล้วมีสำหรับผู้ซึ่งเป็นผู้ที่กำลังประสบกับความทุกข์ (อเวียก 13/01/86)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความ โดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ


Saturday, October 7, 2023

คุณธรรม - ความเป็นผู้ใหญ่ (Maturity)

 


การเคารพตัวเอง จบสิ้นความยโสโอหัง ดังนั้น ทำตัวลูกให้มั่นคงอยู่ในความเคารพตนเองของลูก  รักษาสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดไว้ในสำนึกของลูก ลูกไม่ควรที่จะให้ความบันเทิงมากเกินไปหรือจริงจัง และเคร่งเครียดเกินไป จงมีความสมดุล จงให้ความบันเทิงในเวลาที่ถูกต้อง และจริงจังเคร่งเครียดในเวลาที่ถูกต้อง ก่อนอื่นรักษาความสมดุล (อเวียก 30/03/85)

ผู้ซึ่งมีพลังอำนาจของความอดทน เขาจะเป็นผู้ที่ล้ำลึกและเป็นผู้ใหญ่ด้วยอย่างแน่นอน ผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ดำดิ่งไปสู่ความลึก  ผู้ที่ดำดิ่งไปสู่ความลึกจะไม่เคยกลัวต่องานใด ๆ พวกเขาจะได้รับความสำเร็จด้วยการเจาะลึกเข้าไปสู่ส่วนลึก (อเวียก 08/06/71)

คุณธรรมของความเป็นผู้ใหญ่สามารถทำให้ลูกก้าวหน้าไปอย่างใหญ่หลวง ถ้าลูกปล่อยบางสิ่งออกไป ลูกอาจคิดว่าลูกได้ทำดีแล้วด้วยการทำเช่นนั้น  แต่ในความเป็นจริงลูกได้เพียงครึ่งเดียวของประโยชน์  ลูกได้ผลเพียงครึ่งหนึ่งและได้สะสมประโยชน์ไว้เพียงครึ่งเดียว  ผู้ซึ่งเป็นผู้ใหญ่จริง ๆ จะสะสมทั้งหมด มีการพูดว่าแม่จั๊กกัดอัมบา คงอยู่อย่างเป็นผู้ใหญ่มาก  ถึงแม้ว่าเธอได้ทำงานรับใช้ทางร่างกายน้อยกว่าลูกทั้งหมด ลูกทั้งหมดกำลังทำงานรับใช้อย่างมากมาย  แต่คุณธรรมของความเป็นผู้ใหญ่ทำให้จั๊กกัดอัมบา สามารถเก็บรวบรวมรายได้ของเธออย่างเต็มที่ เธอไม่ได้สูญเสียสิ่งใดเลยจากรายได้นั้น

ผู้คนมากมายทำงานอย่างมาก แต่พวกเขาได้เสียหายไปครึ่งหนึ่งหรือสามส่วนสี่ของประโยชน์จากงานรับใช้ แต่เมื่อบางสิ่งเกิดขึ้น ลูกสูญเสียทั้งหมดของประโยชน์ หรือไม่ก็ถ้าบางสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เกิดขึ้น ลูกก็เสียไปสามส่วนสี่ของประโยชน์จากงานรับใช้  เช่นเดียวกัน ถ้าลูกพูดบางสิ่งเกี่ยวกับเรื่องของตนเอง ลูกก็เสียประโยชน์ไปแล้วครึ่งหนึ่ง แล้วอะไรจะเหลืออยู่  เพราะว่าความพิเศษของจั๊กกัดอัมบาคือ การเก็บรวบรวมในรายได้ด้วยการเป็นเทวี ของความเป็นผู้ใหญ่ เช่นเดียวกับลูกทั้งหมด ควรจะมีความเป็นผู้ใหญ่เป็นอย่างมาก ไม่ว่าลูกจะอยู่ในมธุบัน หรืออยู่ที่ศูนย์ของลูก  บัพดาดากำลังมองดูทุกคน ให้สะสมคะแนนผ่านความเป็นผู้ใหญ่ เพราะว่าด้วยการพูดเกี่ยวกับสิ่งใด ๆ ลูกก็ทำลายประโยชน์ทั้งหมด ไม่สำคัญว่า ไม่ว่าลูกจะพูดถึงสิ่งดีหรือไม่ดี  ถ้าลูกพูดเกี่ยวกับสิ่งที่ดี นั่นคือความหยิ่งทะนง  ถ้าหากลูกพูดเกี่ยวกับสิ่งร้าย และใครล่ะ ที่ลูกกำลัง ประฌามแต่ละคน ควรจะปรากฏเป็นเทพและเทวีของความเป็นผู้ใหญ่ มีความต้องการเป็นอย่างมากสำหรับความเป็นผู้ใหญ่ ณ เวลาปัจจุบัน แล้วอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อลูกให้การบรรยาย และดังนั้น ลูกก็พัฒนานิสัยของการพูดมาก  ดังนั้นลูกจะพูดอะไรก็ตามที่เข้ามาในความคิดของลูก อย่างไรก็ตาม อิทธิพลที่ลูกสร้างขึ้นโดยความเป็นผู้ใหญ่ไม่สามารถสร้างผ่านคำพูด (อเวียก 07/11/95)

จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ"(The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ

Friday, October 6, 2023

คุณธรรม - มารยาท (Manners)

 


ทั้งใบหน้าและการกระทำของดวงวิญญาณที่สูงส่ง จะให้ประสบการณ์ของมารยาทแห่งสัจธรรม  ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ดวงวิญญาณที่สูงส่งเป็นที่รู้จักกันว่า เทวีแห่งมารยาท การพูดของพวกเขา การเดินของพวกเขา การรับประทานและการดื่มของพวกเขา การนั่งและการยืน ทุก ๆ การกระทำของพวกเขา จะเปิดเผยมารยาทและสัจธรรมอย่างอัตโนมัติ  มันไม่ควรจะเป็นเช่นว่า ลูกทำเพื่อพิสูจน์ความจริง แต่ว่าลูกไม่มีมารยาทใด ๆ ลูก ๆ หลายคนพูดว่า   "โดยปกติฉันไม่มีความโกรธ แต่เมื่อใครพูดโกหก ฉันก็จะโกรธ"  บางคนพูดโกหก แต่ลูกพูดด้วยความโกรธ  ทั้งสองคนนี้ใครถูกต้อง ผู้ซึ่งพิสูจน์ความจริง  จะมีมารยาทเสมอ บางคนฉลาดและพูดว่า "ฉันไม่ได้โมโห แต่เสียงของฉันดัง  และเสียงของฉันดุ" ด้วยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เราสามารถลดหรือเพิ่มเสียง  ดังนั้น ลูกทำไม่ได้หรือ  ด้วยพลังอำนาจของความเงียบ ลดหรือเพิ่มเสียงของลูก (อเวียก 11/12/91)

ความฉลาดอื่นใดที่บาบาเห็น ทุกวันนี้ลูกใช้ภาษาที่พิเศษมาก ๆ ลูกพูดว่า เราทนไม่ได้ที่จะเห็นความหลอกลวง  เราไม่สามารถที่จะทนที่จะได้ยินเกี่ยวกับความหลอกลวงใด ๆ และนี่เองที่ทำไม เมื่อเราเห็นบางสิ่ง มันมีอำนาจเป็นอย่างมาก เข้ามารบกวนภายในเรา เมื่อเราได้ยินบางสิ่งไม่ถูกต้อง มีพลังอำนาจเป็นอย่างมาก (ความหงุดหงิด กระวนกระวาย) ภายในเรา ดังนั้นมันถูกต้องหรือ  ภาษานี้ถูกต้องหรือ  ควรจะมีพลังอำนาจเมื่อมีบางสิ่งไม่จริง  ควรมีหรือ ถ้ามีความไม่ถูกต้อง และลูกกลายเป็นผู้ทรงอำนาจ เห็นว่านั่นไม่ถูกต้อง พลังอำนาจของลูกจริงหรือเท็จ มันเป็นอะไร  ดังนั้น พลังอำนาจนั้นไม่ถูกต้อง ใช่หรือไม่  "ฉันจะทำสิ่งนี้เพื่อแสดงให้พวกเขาดู"  "ฉันจะจบสิ้นความไม่ถูกต้องและทำให้พวกเขาดู"  การท้าทายในรูปแบบนี้ถูกต้องหรือไม่  หรือว่ามันไม่ถูกต้อง ลูกกำลังทำบางสิ่งที่ดี เมื่อลูกทำให้มันจบสิ้น มันเป็นอย่างนั้นหรือไม่ 

ดังนั้น จำไว้เสมอว่าอะไรคือสัญลักษณ์ของความไม่ถูกต้อง คนที่ทำตามความถูกต้องและต้องการที่จะจบสิ้นความไม่ถูกต้อง มีจุดประสงค์ที่ดีว่าเขาต้องการที่จะหยุดความไม่ถูกต้อง  อย่างไรก็ตามเพื่อให้ความไม่ถูกต้องจบลง ลูกต้องการอำนาจที่ถูกต้องด้วย แล้วการบีบบังคับและความโกรธ เป็นสัญลักษณ์ของความถูกต้องหรือ?  มันจะมีพลัง เมื่อมันมีความถูกต้องหรือ  ควรจะมีแม้แต่เพียงเล็กน้อยหรือไม่ ไม่ควรจะมีเลย  ถ้าฉันรู้สึกโมโหจากการเห็นว่าสิ่งนั้นไม่ถูกต้อง  ถ้าฉันโกรธที่เห็นว่าบางสิ่งนั้นมันผิด  มันถูกต้องหรือ มันไม่ถูกต้อง  ลูกจะไม่รู้สึกร้อนหรือถ้ามีใครบางคนจุดไฟ  หรือลูกสามารถอยู่อย่างถูกกระทบโดยความร้อน ถ้าลูกมีความรู้ว่า นี่คือไฟของความไม่ถูกต้อง แล้วลูกสามารถรู้สึกของความร้อนนั้น แล้วลูกจะทำอะไรเพื่อตัวลูกเอง ลูกจะรักษาตัวลูกเองให้ปลอดภัยใช่หรือไม่  หรือลูกจะพูดว่าลูกไม่สามารถจะหนีจากความร้อนของไฟนั้น ลูกจะรักษาตัวลูกให้ปลอดภัยใช่หรือไม่  หรือมันจะไม่เป็นไรที่ถูกไฟลวกเล็กน้อยด้วยความร้อนของไฟนั้น

ดังนั้น ให้คิดไว้เสมอว่า สัญลักษณ์ของความถูกต้องคือมารยาท ถ้าลูกเป็นคนจริงและลูกมีอำนาจที่ถูกต้อง ลูกก็จะไม่เคยทำให้ตัวลูกเองไม่มีมารยาท พิสูจน์ความจริงแต่เต็มไปด้วยมารยาท  ถ้าลูกเสียมารยาทของลูก และปรารถนาที่จะพิสูจน์ความจริงโดยไม่มีมารยาท ลูกจะไม่สามารถพิสูจน์ความจริง ในความเป็นจริง อะไรที่เกิดขึ้นคือ ลูกปรารถนาจะพิสูจน์ความจริง  แต่ถ้าลูกไม่มีมารยาทและพิสูจน์ความจริง แล้วการพิสูจน์ความจริงก็จะกลายเป็นความดื้อรั้น  ไม่ใช่การพิสูจน์ สัญลักษณ์ของการขาดมารยาทคือความดื้อรั้น  สัญลักษณ์ของมารยาทคือความถ่อมตน  ผู้ที่พิสูจน์ว่าบางสิ่งผิดและยอมรับผิด  จงคงอยู่ในความถ่อมตนอย่างสม่ำเสมอ และจะโต้ตอบด้วยมารยาท 

ดังนั้น ลูกเคยได้ยินเกี่ยวกับความฉลาดชนิดที่สองหรือไม่ ดังนั้น อย่าได้ฉลาดในวิธีนี้ นี่ก็เป็นการบ้าน  จงทิ้งความฉลาดเช่นนี้และกลับมาถ่อมตนอย่างสมบูรณ์  การพูดว่าฉันถูก คนนี้ผิด มันไม่ใช่ความถ่อมตน ผู้คนชาวโลกพูดเหมือนกันว่า  ถ้าใครบางคนต้องการพิสูจน์ความจริง มันต้องมีบางสิ่งที่ไม่ค่อยถูกต้อง  นี่ได้กลายเป็นภาษาของคนบางคน  "ฉันกำลังบอกท่านถึงความจริงที่สมบูรณ์ ฉันกำลังบอกความจริง 100% แต่ไม่มีความต้องการที่จะต้องพิสูจน์ความจริง  ความจริงเหมือนดวงอาทิตย์ ซึ่งไม่สามารถคงอยู่อย่างซ่อนเร้น  ไม่ว่าจะมีผนังสักกี่ชั้นมากั้นอยู่ตรงหน้า มันก็ไม่สามารถปกปิดแสงของความจริง บุคคลซึ่งเต็มไปด้วยความจริงจะไม่เคยพูดว่า  ฉันกำลังพูดความจริง ถึงแม้ว่าคนอื่นอาจพูดว่า ลูกกำลังพูดความจริง (อเวียก 15/04/92)

เป็นจักรพรรดิผู้เบาสบายจากสิ่งไร้สาระ  บางคนนำไปใช้ผิด ๆ เมื่อมันมาในรูปของกฏระเบียบ พวกเขาพูดว่า บัพดาดาได้เคยพูดไว้ให้กลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้กังวล  อย่างไรก็ตาม อย่าได้กลายเป็นความไร้กังวลในกฏระเบียบ (อเวียก 09/01/95)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul)  ถอดความโดย BK. ทรงยศ เปี่ยมใจ



Thursday, October 5, 2023

คุณธรรม - ความเบาสบาย (Lightness)

 


เมื่อพ่ออยู่กับลูก อย่าได้แบกภาระด้วยตัวลูกเอง จงมอบภาระให้กับพ่อและจงเบาสบาย เมื่อลูกเก็บภาระไว้ด้วยตนเอง ลูกก็จะเศร้าโศก  จงรักษาความเบาสบายและลูกก็จะเฝ้าแต่โบยบิน ให้ทุก ๆ สิ่งกับพ่อ เมื่อลูกไม่มีสิ่งใดแล้วภาระจะมาจากที่ใด  มันเป็นเพราะว่าลูกได้เก็บบางสิ่งไว้นั่นเองที่ลูกมีภาระและกลายเป็นผู้โศกเศร้า (อเวียก 31/12/93 กลุ่ม 2)

จงทำตนเองให้มั่นคงอยู่ในสภาวะไร้ร่าง เมื่อใดก็ตามที่ลูกเลือก และกลายเป็นคาร์มาโยคี เมื่อใดก็ตามที่ลูกต้องการ การฝึกฝนนี้ควรจะลึกอย่างยิ่ง มันไม่ควรจะเป็นว่าลูกปรารถนาจะเป็นผู้ไร้ร่าง แต่ถ้าพันธะทางร่างกาย พันธะของกรรม  พันธะของสิ่งที่มีการครอบครอง หรือบ่วงพันธะของลักษณะนิสัย  หรือสันสการ์ดึงดูดลูกไปยังพวกมัน  และไม่ปล่อยให้ลููกอยู่อย่างไร้ร่าง มันเป็นเช่นเดียวกับเสื้อผ้าที่คับ เมื่อใครก็ตามสวมเสื้อผ้าที่คับ และเมื่อมีความต้องการหรือมีความปรารถนาที่จะถอดออกในหนึ่งวินาที พวกเขาก็จะทำไม่ได้และต้องพยายามมาก ทำไมเป็นอย่างนั้น เพราะว่า มันเกี่ยวกับติดกับร่างกาย เช่นกัน การดึงของบ่วงพันธะใด ๆ จะดึงลูกเข้าหามัน บ่วงพันธะทำให้ดวงวิญญาณอึดอัด ดังนั้น บัพดาดาจะสอนสิ่งนี้บ่อย ๆ จงเป็นอิสระและไร้ซึ่งอิทธิพลครอบงำ เป็นอิสระและจงอย่าให้มีอิทธิพลครอบงำ นั่นคือละวางและมีความรัก  จะต้องมีการฝึกฝนที่ยาวนาน รับฟังความจริง ให้ความจริงกับผู้อื่น และการทำงานรับใช้ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง แต่การฝึกฝนนี้สำคัญที่สุด เพื่อที่จะผ่านอย่างมีเกียรติ มันสำคัญที่จะต้องผ่านการฝึกฝนนี้ ดังนั้น จงขีดเส้นเน้นสองเส้นใต้และใส่ใจต่อการฝึกฝนนี้ แล้วเพียงเท่านี้ลูกก็จะสามารถกลายเป็นผู้ที่เบาสบายและเป็นร่างแสง บรรลุถึงสภาวะคาร์มาทีท (kamateet) และประกาศสิทธิในมงกุฏทั้งสอง (อเวียก 29/12/89)

ลูก ๆ ทั้งหมดเป็นโยคีที่ง่ายดายใช่หรือไม่ การมีความสัมพันธ์ทั้งหมดหมายถึง การกลายเป็นโยคีอย่างเป็นธรรมชาติและโยคีที่ง่ายดาย  ถ้ามีความสัมพันธ์มันก็ง่าย การคิดว่า ฉันเป็นดวงวิญญาณโยคีที่ง่ายดาย หมายถึง ปัญหาทั้งหมดจบสิ้นลง เพราะความเป็นโยคีอย่างเป็นธรรมชาติ โยคีที่ง่ายดาย หมายถึงการมีบาบาอยู่ร่วมทางด้วยอย่างสม่ำเสมอ ทีใดมีพ่อเป็นผู้ร่วมทาง พ่อผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาด ก็จะมีประสบการณ์ของอำนาจทั้งหมดด้วย และดังนั้น ปัญหาก็เปลี่ยนรูปไปเป็นการแก้ไขปัญหา แล้วบาบาก็เข้าใจปัญหาและเป็นผู้รับผิดชอบกับปัญหานั้น ด้วยอำนาจของความสัมพันธ์ปัญหาก็จบสิ้นลง ดังนั้น จะไม่มีปัญหาที่ว่า "ฉันจะทำอะไรได้" บาบารู้ว่าควรจะทำอะไร  บาบารู้เกี่ยวกับปัญหา ฉันเป็นผู้ที่ละวางและเป็นที่รักของ บาบา และดังนั้นปัญหาทั้งหมดจึงเป็นของท่าน แล้วลูกก็จะเบาสบาย

เมื่อลูกรู้สึกเบาสบายแล้ว สิ่งอื่น ๆก็จะเบาสบาย ถ้ามีความกังวลแม้แต่เล็กน้อยก็จะมีความหนักหน่วง  แล้วทุก ๆ สิ่งก็จะดูหนักหน่วง  และดังนั้นจงทำให้ดวงวิญญาณเบาสบาย ละวาง แล้วก็จะมีความเบาในทุกสิ่ง นี่คือวิธีการ และด้วยวิธีการนี้ก็จะประสบความสำเร็จ และก็เช่นกัน แม้แต่บัญชีกรรมในอดีตก็จะถูกสะสางไปด้วย จะไม่มีประสบการณ์ของภาระที่ต้องรับผิดชอบ ลูกจะเป็นผู้เฝ้าดูที่ละวาง ดูว่าบัญชีกรรมในอดีตกำลังจบสิ้นลง

วิธีการทำให้บัญชีกรรมในอดีตเบาลง คือการทำให้ปัจจุบันเต็มไปด้วยพลังอำนาจ ปัจจุบันที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ และโดยการรักษาการบรรลุผลแห่งปัจจุบันไว้เสมอ ณ เบื้องหน้าลูก ทุกสิ่งก็จะง่ายดายมาก อดีตก็จะเปลี่ยนจากความทุกข์ทรมานไปเป็นหนามเล็ก ๆ แล้วก็จะไม่มีคำถามอื่นอีกต่อไป "มันคืออะไร ทำไมมันเป็นเช่นนี้" มันเป็นอดีต และดังนั้นอะไรคือเป้าหมายของการดูเรื่องในอดีตล่ะ ถ้ามีความรัก และอุปสรรคก็ดูไม่หนักหน่วง มันดูเหมือนเป็นเกมส์ ด้วยพรและยาแห่งความสุขของปัจจุบัน บัญชีทั้งหมดสามารถที่จะถูกสะสาง (อเวียก 10/04/84)

ในระดับที่ลูกคงอยู่อย่างละวาง ตามระดับนั้นนั่นเองที่ลูกจะได้รับความรักจากพ่อ ไม่สำคัญว่า สภาวะแวดล้อมจะเป็นเช่นไร หรือมีปัญหาอะไร ลูกไม่ได้เป็นผู้ที่อยู่ใต้อำนาจของปัญหา แต่ขณะที่เป็นผู้มีสิทธิอันสมบูรณ์  ลูกก็เอาชนะปัญหาทั้งหมด ในฐานะที่ว่าลูกเพียงแต่กำลังเล่นเกมส์มีความสุขอย่างสม่ำเสมอขณะที่เล่นเกมส์  ไม่สำคัญว่าเกมส์นั้นจะเป็นเกมส์อะไร และเพราะมันเป็นเพียงเกมส์  ไม่สำคัญว่ามันเป็นบทอะไรที่ลูกต้องเล่น  ลูกจะมีประสบการณ์ของความสุขภายใน  ใช่ไหม?  แม้แต่ถ้าภายนอก มันเป็นบทที่ลูกจะต้องร้องไห้  ก็จงคงสำนึกภายในไว้ว่า  นี่เป็นเพียงเกมส์ทั้งหมด  ดังนั้นด้วยวิธีนี้  อะไรก็ตามที่มาอยู่เบื้องหน้าลูกคือเกมส์ที่ไม่มีขีดจำกัด  ซึ่งลูกเรียกมันว่าละคร และลูกทั้งหมดก็คือผู้แสดงที่เป็นวีรบุรุษของละคร

บางครั้งลูกลืมว่า นี่คือเกมส์และมีประสบการณ์กับปัญหาว่ามันคือปัญหา ใช่ไหม ไม่ว่าจะยากอย่างไร สภาวะการณ์ที่มาอยู่ตรงหน้าของลูก  โดยการพิจารณาว่าทุกสิ่งคือเกมส์ แม้แต่สถานการณ์จะยาก  ก็กลายเป็นเบาสบาย  ดังนั้นเพราะความเบาสบาย ผู้ซึ่งมีความรักและละวาง จะคงอยู่อย่างเบาสบาย และมีสภาพเป็นแสงอย่างสม่ำเสมอ พวกเขาจะไม่มีประสบการณ์ของภาระที่ต้องแบกใด ๆ เพราะการกลายเป็นของพ่อหมายถึงการให้ภาระที่ต้องแบกไว้ทุกสิ่งกับพ่อ  เมื่ออันธพาลรู้ว่าบางคนมีทรัพย์และพวกเขาสามารถจะเอาบางสิ่งจากคนเหล่านั้น  พวกเขาก็เข้ามาขโมยเอา  ถ้าพวกเขารู้ว่า พวกเขาไม่สามารถเอาอะไรได้  พวกเขาจะมาขโมยอะไร ถ้าลูกเก็บแม้แต่ของเล็กน้อยไว้  แล้วอันธพาลนั่นคือมายาก็จะต้องมาอย่างแน่นอน  เธอก็จะมาและเอาของที่เป็นของเธอพร้อมกันก็จะเอาพลังอำนาจที่ลูกได้รับจากพ่อไปด้วย  นี่เองที่ลูกจะต้องไม่เก็บสิ่งใด ๆ ไว้ ลูกได้ให้ทุกสิ่งแล้ว การเป็น "ดับเบิ้ลไลท์" (เป็นแสงและเบาสบาย) หมายถึง การให้ทุกสิ่งกับพ่อ (อเวียก 23/12/93)

ลูกคือดับเบิ้ลไลท์ใช่ไหม? หรือบางครั้งลูกมีประสบการณ์ของภาระหนี้กรรม บัพดาดาบอกลูก ๆ ทั้งหมด "ลูกทั้งหมดคือจักรพรรดิผู้ไร้กังวล"  เมื่อลูกกลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้กังวล มันจะไม่มีภาระหนี้กรรมใด

การเป็นลูกหมายถึง การเป็นอิสระจากความกังวล ดังนั้นลูกคือลูก ๆ ใช่ไหม หรือลูกได้โตขึ้นแล้ว ความกังวลอะไรที่ลูก ๆ มีอยู่ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น จงมอบให้บาบา ผู้ซึ่งรู้วิธีให้กับบาบาดำรงอยู่อย่างดับเบิ้ลไลท์อย่างสม่ำเสมอ (อเวียก 26/10/91)

สัญลักษณ์ของสภาพที่โบยบินคือ การเป็นดับเบิ้ลไลท์อย่างสม่ำเสมอ ถ้าลูกไม่เป็นดับเบิ้ลไลท์ ลูกก็จะไม่มีสภาพที่โบยบิน แล้วแม้ว่าภาระหนี้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จะดึงลูกให้ต่ำลง มันเป็นเพียงในสภาพเมื่อลูกนั่งเครื่องบิน  ถ้ามีความสกปรกแม้น้อยนิดในเครื่องยนต์หรือน้ำมัน แล้วอะไรจะเกิดขึ้น จากสภาพที่กำลังบิน มันก็จะไปสู่สภาพที่ตกลงต่ำ  ดังนั้นที่นี่ด้วยเช่นกัน ถ้ามีภาระที่หนักชนิดใด ไม่ว่าจากสันสการ์ของลูกเอง บรรยากาศ หรือเมื่อมาติดต่อหรือมีสัมพันธ์กับดวงวิญญาณอื่น ถ้ามีภาระหนี้ที่หนักหน่วง และแล้วจากสภาพที่โบยบิน ลูกก็เกิดการเปลี่ยนแปลง

พวกเขาจะพูดว่า "แน่นอน ฉันสบายดี แต่เพราะเหตุผลที่มีบ่วงพันธะของสันสการ์นี้ของคน ๆ นี้  หรือของบรรยากาศ"  แต่ไม่สำคัญหรอกว่าเป็นเหตุผลอะไร ไม่สำคัญว่ามันคืออะไร ผู้ที่มีความเพียรพยายามอย่างรวดเร็ว จะข้ามพ้นทุกสิ่งที่เข้ามา เหมื่อนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาจะไม่คิดว่ามันเป็นการเพียรพยายาม แต่เป็นเครื่องบันเทิงใจ

จรวดสามารถบินได้รวดเร็วมาก เมื่อมันอยู่พ้นแรงดึงดูดของโลก แม้กระนั้นมันไม่สามารถจะบินสูง มันจะต้องตกลงมาแม้ว่ามันจะต้องการบินสูง ความดึงดูดชนิดใด ๆ ก็ตามจะไม่สามารถทำให้ลูกบินสูงได้ มันจะไม่ยอมให้ลูกเข้าสู่สภาพสมบูรณ์ ดังนั้นตรวจสอบดูว่า ไม่มีการดึงดูดใด ๆ แม้แต่ในความคิดของลูก นอกจากพ่อแล้วไม่ควรจะมีการดึงดูดใด ๆ (อเวียก 09/12/93 กลุ่ม 1)

สัญลักษณ์ของการเป็นรูปธรรมแห่งคุณธรรม นั่นคือ ลูกเป็นดับเบิ้ลไลท์อย่างสม่ำเสมอ ไม่สำคัญว่าความรับผิดชอบที่ลูกมีจะใหญ่เท่าใด ลูกเป็นรูปธรรมแห่งคุณธรรมอย่างสม่ำเสมอ และลูกก็คงอยู่อย่างดับเบิ้ลไลท์อย่างสม่ำเสมอ การเป็นดับเบิ้ลไลท์ แม้แต่ถ้ามีงานฉลองหรือการแสดง และสัญลักษณ์ของดวงวิญญาณที่สามารถทำงานรับใช้ คือ เป็นเครื่องมือที่ถ่อมตนอย่างสม่ำเสมอ (อเวียก 04/12/95)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ

Tuesday, October 3, 2023

คุณธรรม - การตรวจสอบตนเอง (Introversion)

 


มีความแตกต่างราวกับกลางวันและกลางคืน ระหว่างความอ่อนโยนของการตรวจสอบตนเองและของคำพูดและพฤติกรรม ดวงวิญญาณที่มีการตรวจสอบภายในตนเอง จะมีประสบการณ์ว่า ตัวเองกลายเป็นรูปธรรมของตปาเซียในกระท่อมแห่งหน้าผาก (อเวียก 14/01/90)

การใช้ยุทธวิธีที่ถูกต้องขณะอยู่ในโยคะ และการใช้เทคนิคในเวลาที่ถูกต้องเป็นเรื่องของดวงวิญญาณ ความพิเศษและสถานภาพของบราห์มิน ซึ่งดวงวิญญาณอยู่ในการละวางและความรัก วิธีการง่าย ๆ ที่จะคงอยู่ในยุทธวิธีที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอก็คือ เคลื่อนไหวด้วยสำนึกของการพิจารณาว่าตัวเองเป็นผู้ขับขี่พาหนะ และเป็นผู้เฝ้าดูอย่างสม่ำเสมอ ดวงวิญญาณผู้สูงส่งทั้งหมด เป็นผู้ขับขี่พาหนะเหล่านั้น ดวงวิญญาณเป็นผู้ขับเคลื่อนพาหนะ สำนึกนี้จะทำให้ลูกละวางโดยอัตโนมัติจากพาหนะ นั่นคือจากร่างกาย มันทำให้ลูกละวางจากสำนึกแห่งการเป็นร่างในทุก ๆ รูปแบบ (อเวียก 09/12/89)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ

Monday, October 2, 2023

คุณธรรม - ความไร้เดียงสา (Innocence)

 ลูก ๆ มากมายได้กลายเป็นผู้ไร้เดียงสาอย่างมากกับบัพดาดา  และได้มีการสนทนาจากใจถึงใจ  พูดว่า "มีความศรัทธาเต็มเปี่ยม..  บาบา ฉันเป็นของท่าน ท่านเป็นของฉัน"  นี่คือสิ่งที่แน่นอน  มันไม่ใช่เพียงแค่ 100% เต็มเปี่ยมแห่งศรัทธา  แต่เป็น 50%  ศรัทธาที่เต็มเปี่ยม  แต่มันมีการ        เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงด้วย  ดังนั้นแล้ว อะไรล่ะ ที่บัพดาดาสามารถจะทำได้ แล้วเพื่อเป็นการทำให้บาบาสบายใจขึ้น ลูกจะเน้นความสำคัญของมันเพื่อบาบา  ด้วยการพูดว่า ท่านเป็นของฉันไม่ใช่หรือ ลูกพูดอย่างไร้เดียงสามาก  ฉันเป็นของท่าน ฉันเป็นอะไรก็ตาม ฉันเป็นของท่าน ดังนั้น บาบาก็พูดด้วยเช่นกันว่า "ลูกเป็นอย่างไรก็ตาม ลูกเป็นอะไรก็ตาม ลูกเป็นของพ่อ"  อย่างไรก็ตาม บาบาเป็นของลูกอย่างที่ท่านเป็น และอะไรก็ตามที่ท่านเป็นหรือ?  มันเป็นสิ่งที่ดีที่จะเป็นผู้ไร้เดียงสา แต่จงเป็นผู้ไร้เดียงสาในหัวใจของลูกและเป็นคนดี  อย่าเป็นผู้ไร้เดียงสาในคำพูดของลูกและการ กระทำของลูก ผู้ซึ่งมีความไร้เดียงสาในหัวใจ จะได้รับความรักจากพระเจ้าผู้ไร้เดียงสา  ถ้าลูกไร้เดียงสาในคำพูดของลูก ลูกก็หลอกลวงตัวลูกเองและลูกก็หลอกลวงผู้อื่น และเมื่อลูกไร้เดียงสาในการกระทำของลูก ลูกก็จะทำให้เกิดความเสียหายในตัวของลูกเอง และลูกก็จะทำความเสียหายในงานรับใช้ ดังนั้น จงไร้เดียงสาในหัวใจของลูก เป็นนักบุญอย่างเต็มที่ จงเป็นผู้ไร้เดียงสาเช่นนั้น นักบุญหมายถึงดวงวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ (อเวียก 15/04/92)

บัพดาดากำลังมองดูความไร้เดียงสาของผู้ซึ่งได้บรรลุผลเป็นอย่างมาก ผู้ซึ่งในทางโลกนั้นธรรมดาอย่างมาก ผู้ที่ถูกทำให้รับผิดชอบ ทำไมหรือ? โดยปกติคนทางโลก เป็นคนที่มีความรู้ทางโลก หรือ ทางวิทยาศาสตร์ หรือมีอำนาจแห่งอาณาจักร หรือผู้นำทางศาสนา เขาเป็นผู้ซึ่งพิเศษ แล้วความพิเศษอย่างไหนล่ะ ที่บัพดาดาเห็น ?

สิ่งแรก ลูก ๆ ซึ่งเป็นบราห์มินมีความพิเศษของการรู้จักตนเองและรู้จักพ่อ ผู้ที่มีชื่อเสียงไม่มีคุณสมบัตินี้  เพราะความไร้เดียงสาและความธรรมดา ลูกก็ประกาศสิทธิ์ในพรจากผู้ประทาน และกลายเป็นผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา ผู้มีชื่อเสียงของวันนี้ก็ก้มลงและสวดบูชาต่อผู้ที่มีค่าควรแก่การกราบไหว้บูชา  ลูกได้กลายเป็นดวงวิญญาณที่พิเศษเช่นนั้น แล้วลูกได้มีประสบการณ์ของความซาบซึ้งทางดวงวิญญาณเช่นนี้หรือไม่ ?

อะไรที่ปรากฏจากปากของของลูก จากหัวใจของลูก ? "เราได้พบท่านแล้ว" ลูกได้กลายเป็นผู้สมบูรณ์พร้อม  และผู้ซึ่งเฉลียวฉลาดทั้งหลายได้ใช้เวลาและความพยายามเพื่อจะค้นหาท่าน และนี่เองที่ทำไมท่านจึงถูกสรรเสริญว่าเป็นพระเจ้าผู้ไร้เดียงสา ความพิเศษของความสามารถจำได้นี้นี่เองที่ทำให้ลูกเป็นดวงวิญญาณที่พิเศษ (อเวียก 30/12/85)

จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ

Sunday, October 1, 2023

คุณธรรม - ความถ่อมตน (Humility)

 


ดวงวิญญาณเป็นที่รู้กันว่าเป็นผู้ที่สามารถที่จะสร้างสรรค์ไปถึงระดับที่ซึ่งสติปัญญานั้นถ่อมตน มันเป็นสติปัญญานั่นเองที่สร้างสรรค์ความใหม่ (อเวียก 27/12/87)

ความถ่อมตนหมายถึงรูปของความรัก ผู้ซึ่งมีความรักต่อทุกดวงวิญญาณ จะสามารถคงอยู่ในความถ่อมตน ถ้าไม่มีความรักเขาก็จะไม่สามารถกลายเป็นผู้เมตตา และไม่สามารถกลายเป็นผู้ถ่อมตน และนี่เองที่ทำไม จึงต้องมีความถ่อมตนและรูปของพลังอำนาจ นั่นคือลูกมีความถ่อมตนถึงระดับใด ควรจะมีความรู้สึกของความเป็นนายในระดับนั้น  ควรจะมีความรู้สึกของการเป็นนายในรูปของพลังอำนาจและในความถ่อมตน  ควรจะมีคุณธรรมของงานรับใช้  ควรจะเป็นงานรับใช้และความรู้สึกของการเป็นนายด้วย (อเวียก 20/12/69)

ควรจะมีสำนึกของการเป็นเครื่องมืออย่างสม่ำเสมอ และในหนทางนี้ก็ก้าวไปข้างหน้า และกระตุ้นให้ผู้อื่นทำตามเช่นกัน  สำนึกของการเป็นเครื่องมือจะทำให้ลูกได้รับความสำเร็จเสมอ ๆ เป็นเครื่องมือโดยสม่ำเสมอ และเป็นความพิเศษของความถ่อมตนสม่ำเสมอ  รักษาสิ่งนี้ไว้กับลูกสม่ำเสมอ และด้วยความพิเศษนี้ ลูกก็จะกลายเป็นดวงวิญญาณพิเศษ (อเวียก 10/04/84)

บางคนยิ่งใหญ่ไปถึงระดับใดก็ตาม  ฉะนั้นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ก็เห็นได้ไปถึงระดับนั้น และในระดับนั้น เขาก็จะถ่อมตนด้วย เพราะว่าเขาเป็นดวงวิญญาณซึ่งเต็มและสมบูรณ์ เช่นเดียวกับการที่พูดเปรียบเทียบกับต้นไม้ ระดับใดที่มันเต็ม  ระดับนั้นมันก็จะโน้มลง และทำงานรับใช้ด้วยความถ่อมตน ความจริงต้นไม้ที่โน้มลงนั้นคือมันกำลังงานรับใช้  ถ้ามันไม่โน้มลงมันก็จะไม่สามารถทำงานรับใช้  ดังนั้น ทางด้านหนึ่งมีความยิ่งใหญ่  และอีกด้านหนึ่งมีความถ่อมตน  ผู้ซึ่งมีความถ่อมตนได้รับความเคารพจากทุกๆ คน ถ้าลูกเป็นผู้ที่ถ่อมตน  แล้วผู้อื่นก็จะให้ความเคารพ  ไม่มีใครให้ความเคารพต่อผู้ซึ่งยโสโอหัง  พวกเขาจะถอยไปให้ไกลจากคนเหล่านั้น ไม่ว่าลูกจะยิ่งใหญ่หรือถ่อมตนหรือไม่  สัญลักษณ์ของผู้ที่ถ่อมตนจะให้ความสุขกับทุกคน ไม่ว่าที่ใดที่พวกเขาไป ไม่ว่าอะไรที่พวกเขาทำ มันจะเป็นสิ่งซึ่งเขาให้ความสุข ถ้ามีความถ่อมตนน้อย ลูกก็ไม่สามารถที่จะให้ความสุข (อเวียก 25/11/93 กลุ่ม 2)

เหล่าดวงวิญญาณผู้ซึ่งควบคุมตนเองอย่างสม่ำเสมอกับความพิเศษของความถ่อมตน จะประสบความสำเร็จอย่างง่ายดาย จดจำไว้ว่าการเป็นผู้ถ่อมตนคือ การรักษาความเคารพตนเอง และนั่นคือวิธีกาที่ง่ายที่จะได้รับความเคารพจากทุกคน การเป็นผู้ถ่อมตนไม่ได้หมายถึงการโค้งคำนับ แต่ทำให้ทุกคนโค้งคำนับต่อความพิเศษและความรักของลูก (อเวียก 20/12/92)

สัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่คือความถ่อมตน ความถ่อมตนยิ่งมากเท่าใด ดวงวิญญาณจะกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในหัวใจของทุกคนโดยอัตโนมัติมากเท่านั้น ถ้าปราศจากการถ่อมตน ลูกก็ไม่สามารถกลายเป็นนายผู้ให้ความสุขกับทุกคน ความถ่อมตนทำให้ลูกปราศจากความหยิ่งยโสโดยง่ายดาย  เมล็ดของความถ่อมตน สามารถทำให้ลูกได้รับผลของความยิ่งใหญ่โดยอัตโนมัติ ความถ่อมตนเป็นวิธีที่ง่ายของการประกาศสิทธิต่อพรจากหัวใจของทุก ๆ คน ดวงวิญญาณที่มีความถ่อมตนจะได้รับที่ว่างของความรักโดยง่ายดายในหัวใจของทุก ๆ คน ความถ่อมตนทำให้ลูกควรค่าต่อคำสรรเสริญโดยอัตโนมัติ สัญลักษณ์พิเศษของการกลายเป็นผู้ที่ปราศจากความหยิ่งทะนงคือ ความถ่อมตน

จงมีความถ่อมตนในทัศนคติของลูก ความถ่อมตนในดริชตีของลูก  ความถ่อมตนในคำพูดของลูก และความถ่อมตนในการติดต่อและสัมพันธ์ของลูกด้วย ลูกไม่ควรจะพูดว่า "มันไม่ใช่ทัศนคติของฉัน แต่เป็นเพียงคำพูดที่ปรากฏเท่านั้น" ไม่ใช่ อะไรก็ตามที่อยูในทัศนคติของลูก ดริชตีของลูกก็จะเป็นเช่นนั้น อะไรก็ตามที่เป็นดริชตีของลูก คำพูดของลูกก็จะเป็นตามนั้น และอะไรก็ตามที่อยู่ในคำพูดของลูก มันก็จะอยู่ในการติดต่อและสัมพันธ์ของลูกด้วย จะต้องมีความถ่อมตนในทั้งหมด 4 อย่าง ถ้ามีความถ่อมตนในสาม และไม่มีในหนึ่ง แล้วก็จะมีช่องว่างเผื่อไว้สำหรับความหยิ่งยโส (อเวียก 26/03/93)

ที่ใดก็ตามที่มีความหยิ่งยโส ก็จะมีความรู้สึกของการประฌามในระดับที่มากกว่า บางครั้งก็มีความหยิ่งยโส บางครั้งก็มีการประฌาม ลูกเฝ้าแต่เล่นกับสิ่งทั้งสองนี้  เมื่อบางคนไม่มีความหยิ่งยโสใด ๆ ถ้าคนนั้นถูกประฌาม เขาจะไม่รู้สึกว่าถูกประฌาม เขาจะคงอยู่ในความถ่อมตนด้วย และก็ไม่ว่างเว้นอยู่ในงานของการปรับปรุงใหม่ เพียงแต่เป็นผู้ถ่อมตนก็สามารถที่จะปรับปรุงบางสิ่ง การฉลองชีพราตรีหมายถึง การอยู่อย่างถ่อมตนและผูกพันตนเองอยู่ในงานของการปรับปรุง ลูกเข้าใจไหม (อเวียก 01/03/92)

สัญลักษณ์ของมารยาทคือความถ่อมตน คนผู้ซึ่งพิสูจน์บางสิ่งผิดและยอมรับว่าผิด จะคงอยู่อย่างถ่อมตนสม่ำเสมอ และโต้ตอบด้วยมารยาท การพูดว่า "ฉันถูก คนนี้ผิด" มันไม่ใช่ความถ่อมตน (อเวียก 15/04/92)

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ธรรมชาติของลูกควรจะอยู่ในความอ่อนโยนเสมอ ธรรมชาติที่อ่อนโยนนี้เป็นสัญลักษณ์ของความถ่อมตน (อเวียก 26/11/94)

จงให้ความเมตตาต่อผู้ที่โง่เขลา ดวงวิญญาณที่ทุกข์โศกเป็นของครอบครัวของลูก ควรจะมีความเมตตาจากหัวใจ

สำหรับการทำความเพียรที่รวดเร็วของครอบครัวบราห์มิน  และสำหรับความก้าวหน้าของตนเองด้วย มีความต้องการความเมตตาด้วย เมื่อลูกเต็มไปด้วยความเมตตา มีความก้าวหน้าของตนเอง เพราะว่าดวงวิญญาณที่เมตตาอย่างธรรมชาติและสม่ำเสมอ มีทัศนคติของความสิ้นเยื่อใยไร้ความปรารถนาอย่างไม่มีขีดจำกัด ควรจะมีความเมตตาสำหรับตัวเองว่า ฉันเป็นดวงวิญญาณผู้เป็นของพ่อสูงสุด และมีเป้าหมายที่จะมาเท่าเทียมกับพ่อ ด้วยเหตุนี้ถ้ามีความอ่อนแอใด ๆ ในธรรมชาติและสภาพดั้งเดิมที่สูงส่ง และสันสการ์ของการเท่าเทียมกับพ่อ ควรจะมีความเมตตาจากหัวใจ ความเมตตาจากหัวใจของลูก สามารถที่จะทำให้ลูกมีความวางเฉยต่อความอ่อนแอ (อเวียก 09/12/93)


จากหนังสือ "55 คุณธรรมดั้งเดิมของดวงวิญญาณ" (The original virtues of the soul) ถอดความโดย BK.ทรงยศ เปี่ยมใจ