Friday, February 7, 2014
อดิเทพ ตอนที่ 2 # 7
เมื่อการร่ายรำใกล้จะจบ ฉันถามคนหนึ่งในนั้นว่า เขาได้ประสบการณ์อะไร แต่ฉันเห็นทันทีว่าเขายังคงอยู่ในอารมณ์ที่ล้ำลึก ห่างไกลจากเสียง และยังไม่สามารถหรือพร้อมที่จะจากดินแดนแสนสุขเพื่ออธิบาย มันจะต้องยากมากแม้แต่จะให้เธอพูดออกมา และเสียงที่ดูว่างเปล่า เธอพูดอย่างอ้อยอิ่งว่า ฉันจะบอกท่านในวันพรุ่งนี้ ฉันมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะได้ฟังว่าเธอจะพูดอะไร ดังนั้น ฉันจึงไปบอกบาบาให้ส่งรถไปรับฉันในวันพรุ่งนี้ ฉันจะมาที่นี่
บาบาพูดว่า "ตกลงลูกรัก แล้วเราค่อยว่ากันพรุ่งนี้" ฉันรู้สึกไม่ชอบเลยกับคำตอบของบาบา ฉันพูดว่า "บาบาทำไมบาบาถึงพูดเช่นนี้"
บาบาบอกว่า "เรามีความคิดว่าจะส่งรถไปรับ แต่เราจะดูซิว่าอะไรจะเกิดขึ้นพรุ่งนี้"
ฉันได้ถูกเลี้ยงขึ้นมา เมื่อต้องการได้อะไรก็ได้ทุกสิ่งที่ฉันขอ มีความกระวนกระวายเพราะไม่เคยเตรียมตัวมาก่อนกับคำตอบเช่นนั้น บาบาไม่เคยพูดกับฉันมาก่อนเลยด้วยท่าทางที่เคลือบแฝงและในความโง่เขลาของฉัน ฉันถือว่ามันเป็นการเย้ยหยัน เมื่อก่อนถ้าฉันบอกบาบาให้นำดาวบนท้องฟ้าขอบสวรรค์ ท่านก็จะนำมาให้ บัดนี้ท่านลังเล แม้แต่จะให้ฉันยืมรถใช้ ฉันโกรธมากและออกจากบ้านไป แต่บาบาตามฉันมา และพาฉันไปที่รถ ขับรถไปส่งฉันยังบ้านพ่อสามี ทำให้แน่ใจว่าฉันมาถึงอย่างปลอดภัย แต่ฉันคิดว่าท่านพยายามที่จะแก้ไขสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น และเมื่อฉันลงจากรถ ณ บ้านพ่อสามี
ฉันพูดอย่างฉุนเฉียว " ถ้าพ่อไม่ส่งรถมาพรุ่งนี้ ฉันจะไม่มา"
ฉันจำได้อย่างชัดเจนว่าบาบาตอบว่าอะไร เพราะมันกระแทกฉันทันที ดวงตาของท่านแย้มยิ้ม แม้ว่าเสียงนั้นจะข่มอารมณ์
ลูกรัก ท่านพูด "ลูกจะรู้หรือว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้"
ฉันตอบ " อะไรจะเกิดก็ตามในวันพรุ่ง เราจะดูว่าเป็นอะไร" แล้วฉันก็เข้าบ้านไป
ฉันรู้สึกง่วงนอนทันทีทันใด แต่ประมาณตีสองหรือตีสองครึ่ง ฉันตื่นขึ้นอย่างฉับพลัน มันเป็นแสงที่เต็มห้อง ไม่ใช่แสงที่พบเห็นบนโลก ฉัีนรู้! มันไม่มีแหล่งกำเนิดที่เป็นวัตถุ ในท่ามกลางของแสงนั้นฉันเห็นบาบาตอนแรก ฉันไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น เมื่อนิมิตเริ่มจางลง ฉันหลับตาลงและพยายามจะนอนต่อไป ฉันบอกตัวเองว่าเป็นเพราะการพูดกันเมื่อตอนหัวค่ำกับบาบา ท่านจึงเข้ามาในความคิดที่เต็มพลังเช่นนั้น มันไม่มีอะไรมากกว่าการฝันธรรมดา ๆ
อีกครู่เดียว...ห้องก็ปกคลุมไปด้วยแสงเช่นเดิมอีกครั้ง มันมากเกินกว่าจะเชื่อ! ฉันบังคับตัวเองให้หลับอีกครั้ง มันมากเกินกว่าที่ความคิดของฉันจะเข้าใจได้ แต่ก็ไม่มีทางหนีจากสัจจะได้
ในครั้งที่ 3 บาบา ปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมกับศรีกฤษณะยืนอยู่ข้าง ๆ
บาบา บาบาพูดกับฉันด้วยเสียงที่แสนหวานที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ...
"ลูกรัก.... ตื่นเถอะ ลูกต้องทำงานเพื่อการยกระดับโลกนะลูก"
คำพูดของบาบา เหมือนกับลูกธนูที่พุ่งมาปักหัวใจของฉัน ฉันรู้สึกเปลี่ยนไปเพียงแค่คำำพูดเดียวทันทีทันใด
บาบา ฉันพูดตอบ.... บาบามีพระเจ้าอยู่ภายในกับท่าน "ฉันไม่ได้ตระหนักสิ่งนี้เลย ฉันจะทำทุกอย่างตามที่ท่านบอก"
ฉันหลับไปอีกครั้งด้วยความรู้สึกของจิตที่มีความปิติเต็มเปี่ยม ในตอนเช้า ภาพต่าง ๆ ได้กลับมาวนเวียนในความคิดของฉันอีกหลายรอบ และฉันรู้สึกว่าฉันควรจะไปพบบาบาเี่ดี๋ยวนี้เลย
แต่ทันทีที่ฉันพยายามจะลุกขึ้นจากเตียง ฉันรู้สึกปวดและเจ็บไปทั้งตัว จนต้องล้มตัวลงนอนลงไปอย่างหมดหนทาง
ฉันระลึกถึงคำพูดของบาบา ที่พูดว่า "ลูก ..อะไรก็ตามที่เกิดขึ้น แล้วคอยดูกัน" คำพูดนั้นก้องอยู่ในหู บาบารู้อนาคต บาบารู้ล่วงหน้า ฉันดำดิ่งอยู่ในความคิด ความเจ็บปวดทั้งหมดลืมเลือน ในความคิดมีแต่ บาบา พระเจ้าได้มาใช้ร่างของพ่อจริง ๆ ความรู้ทั้งหมดที่ท่านพูดกับฉันเสมอ ๆ ฉันพยายามนึกย้อนไปอีกครั้ง ฉันจำได้เพียงเล็กน้อย เราไม่สามารถจดจำพระเจ้าในลักษณะที่แท้จริงดั้งเดิมของท่าน ในขณะที่ท่านอยู่ในร่างของคนธรรมดา พลังเช่นนั้น เรายังไม่สามารถจะจดจำมันได้
ใกล้พระอาทิตย์ตก พ่อได้มาหาฉัน เมื่อท่านเข้ามาในห้อง น้ำตาแห่งความรักก็นองหน้า ฉันไม่สามารถควบคุมมันได้ ภายในเต็มไปด้วยการยอมรับและรู้สึกสำนึกผิด
ฉันกอดพ่อ "บาบา ฉันพูดทั้งน้ำตา ลูกจำ บาบา ได้แล้ว ตอนนี้ฉันจะทำทุก ๆ อย่างที่พ่อต้องการให้ฉันทำ"
จากวันนั้น ฉันก็ก้าวเข้าสู่เส้นทางชีวิตใหม่
อ่านต่อ >>> อดิเทพ ตอนที่ 2 # 8
Thursday, February 6, 2014
อดิเทพ ตอนที่ 2 # 6
เสียงสะท้อนกลับของครอบครัว
ดาด้าทำอย่างดีที่สุด เพื่อให้ญาติ ๆ ของท่านสนใจที่จะมารับมรดกจากชิพบาบา ด้วยการเชื่อเช่นนั้นว่า การทำกุศลที่ดีใด ๆ นั้นต้องเริ่มต้นที่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ คนทั้งประเทศได้มาเพื่อจับตามองปรากฏการณ์อันสูงส่งของการลงมาของพระเจ้า และรับเอาพรที่ไม่สามารถบรรยายได้ในช่วงของการสัมผัสแค่ 1 วินาที เป็นความจริงหรือ แล้วทำไมล่ะ ควรหรือที่ญาติทางร่างของดาด้า จะไม่ควรได้รับความเจริญบ้างจากเหตุการณ์นี้ ท่านไม่ควรจะปล่อยใหพวกเขาผ่านไปโดยไม่ได้รับอะไรในโอกาสทองครั้งนี้ โดยปราศจากการทำความเพียร
ภรรยาและลูกสะใภ้ของดาด้าเป็นคนที่มีจิตใจฝักใฝ่ในทางศาสนา และมีความเคารพดาด้าอย่างสูงส่งเสมอ ผู้ซึ่งตลอดชีวิตของท่านไม่เคยหันเหไปจากความมั่นคงและความซื่อตรง พวกเขารู้โดยปราศจากร่องรอยของความสงสัยว่ามีใครมาใช้ร่างของดาด้าอย่างสม่ำเสมอ และใช้ปากของดาด้าพูด และเป็นพลังบุคลิกอื่นใช้อำนาจที่เข้มข้นและปิติสุขมาชี้นำนั้นทั้งสูงและสูงส่ง ภาษาที่ร้อยกรอง ความคิดที่มีอิสระ และเป็นที่กระจ่างชัดสำหรับพวกเขาว่า บุคคลผู้นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ชีว่า ดวงวิญญาณสูงสุด
ดังนั้นพวกเขาจึงเพียรพยายามอย่างดีที่สุดที่จะทำตามหนทาง พวกเขาเพียรพยายามสร้างสำนึกของความเป็นดวงวิญญาณของพวกเขา พวกเขาเพียรพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อความสมบูรณ์ในจิตใจในจุดต่าง ๆ ของความรู้ พวกเขาทำให้คุณธรรมและการละวางของพวกเขาพัฒนาขึ้น หาหนทางให้ตนเองอยู่ในหนทางที่ถูกต้อง ความสนใจของดาด้ามุ่งไปที่บุตรสาวคนโต
ก่อนหน้าที่ชิพบาบาจะลงมา ดาด้าได้จัดตกแต่งลูกคนนี้ไปกับครอบครัวที่ร่ำรวยในชุมชนซินดิ บัดนี้หลังจากได้เรียนรู้ความรู้ของพระเจ้า ท่านรู้สึกว่าท่านผิดพลาดที่ทำให้เธอตกต่ำ ที่ส่งเธอไปมีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศ ถึงแม้ว่าท่านเป็นเหตุให้เธอตกต่ำ ดังนั้นหน้าที่ของท่านจะต้องแสดงให้เธอเห็นหนทางของความบริสุทธิ์ ท่านประสบความสำเร็จในสิ่งนี้ด้วยการช่่วยเหลือจาก พระเจ้า
นี่่คือลูกสาวของท่าน Dadi Nirmal Shanta (ตอนที่ท่านเป็นหัวหน้าในเขตเบงกอลและอินเดียตะวันออก รับใช้จากสาขาจาการ์ตาของมหาวิทยาลัย) ที่จะพูดเกี่ยวกับประสบการณ์
ก่อนจะเข้ามาเป็นเครื่องมือของพระเจ้า ชีวิตของพ่อเต็มเปี่ยมไปด้วยความงดงามอย่างเจ้าชายอยู่แล้ว พร้อมกับความเลื่อมใสบูชา ดังนั้นบาบาจัดการให้ฉันแต่งงานกับคนที่ร่ำรวยและมีสติปัญญาสูง เป็นมุคคี (Mukhi - เป็นผู้ที่มีฐานะอำนาจทางการเมือง) ของเมือง ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง ณ ที่บ้านพ่อของสามี ถ้ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับทางโลก ก่อนที่ฉัีนจะแต่งงาน เมื่อยังอยู่กับบาบาฉันมีความสุขมากและมีอิสระอย่างเต็มที่ บาบาไม่เคยปล่อยให้เรารู้สึกว่าเราขาดแคลนอะไร ท่านเลี้ยงดูให้เราเติบโตมาด้วยความรักและเอาใจใส่อย่างมาก ฉันไม่ได้รู้สึกอะไร ตราบจนกระทั่งภายหลัง ใช่! ฉันไม่เคยใส่ใจต่อการบูชาหรือกราบไหว้ ฉันมีทุกสิ่ง ดังนั้นฉันจะสวดอ้อนวอนเพื่ออะไร แต่ทันทีที่พ่อสูงสุด ชีว่า เข้ามาในร่างของพ่อฉัน ทุกสิ่งเปลี่ยนไปสำหรับฉัน มันดูเหมือนความรักและความเอาใจใส่จากพ่อได้หายไป แน่นอน เมื่อฉันไปเยี่ยมท่าน ฉันรู้สึกว่า ท่านอ่อนโยนและน่ารักกว่าที่เคยเป็น แต่มันแตกต่างกัน บัดนี้ท่านดื่มด่ำอยู่ในความรักของพระเจ้า โลกทั้งโลกได้กลายเป็นครอบครัวของท่าน ฉันไม่สามารถพูดกับพ่ออย่างเช่นพ่อที่เคยเป็น ตอนที่พวกเขาสอนฉัีนด้วยความรู้ของพระเจ้าในทุก ๆ โอกาส มันทำให้ยุ่งและฉันไม่เข้าใจในตอนแรก ๆ ว่าท่านเอาใจใส่ความสุขของฉัน ท่านต้องการให้ฉันเดินตามหนทางสูงสุดเพื่อจะได้ไม่พลาดโอกาสทอง แต่ในตอนแรก สัจจะทั้งหมดได้ผ่านมาและก็ผ่านไป ฉันเห็นเพียงแต่ว่าพวกเขาเปลี่ยนไปและห่างไกลออกไปทุกที และแล้ววันหนึ่งความจริงว่าอะไรมันเกิดขึ้นก็เกิดผลกับจิตใจของฉัน
งานเทศกาลก็ได้จัดเฉลิมฉลองขึ้น และบาบา ก็เชิญฉันไปงานเลี้ยงอาหารค่ำ เมื่อฉันไปถึงที่นั่น ฉันเห็นกลุ่มเด็กหญิง และบรรดาแม่นั่งฟังความรู้อย่างตั้งใจ แต่อีกกลุ่มหนึ่งกำลังเต้นรำอย่างสนุกสนาน มันไม่ใช่การเต้นรำธรรมดา พวกเขาดูเหมือนอยู่ในการเพ่งพินิจอย่างล้ำลึก ฉันได้เข้าไปสังเกตใกล้ๆ ในตอนแรกฉันไม่ชอบลีลาการเต้นที่พวกเขาเต้น แต่แล้วฉันก็เปลี่ยนมาดูจังหวะที่เท้าของพวกเขา และเริ่มสังเกตที่ใบหน้าของพวกเขา ใบหน้าของพวกเขาฉายไว้ด้วยสีหน้าที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน แค่นั้น ฉันจดจำได้ทันที สภาพของความสมบูรณ์พร้อม ความปิติจากอีกมิติหนึ่ง พวกเขาอยู่ในภวังค์ ไม่ได้รับรู้สิ่งใด ๆ ที่มีอยู่ในโลก ณ ขณะนั้นเลย "ภาพอะไรที่พวกเขาเห็นด้วยตาแห่งความรู้" พวกเขาทำอย่างไรที่ทำให้ท่วงท่าลีลาประสานกันอย่างพร้อมเพรียงในขณะที่เคลื่อนไหว
การเต้นของพวกเขาดูยากยิ่งขึ้นที่จะเข้าใจได้ และแล้วฉันก็คิดว่าพวกเขาเหล่านั้นคือนักเต้นที่ช่ำชองและมีพรสวรรค์ แต่ในความเป็นจริง แม้แต่นักเต้นมืออาชีพก็ไม่สามารถจะเต้นได้สวยงามและช่ำชองชำนาญเช่นนั้น พวกเขาไม่เคยเต้นมาก่อนเลยและขณะนี้พวกเขาทำได้อย่างไร เต้นได้สมบูรณ์แบบเช่นนี้ ฉันรู้ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในสภาพหรือสำนึกที่ธรรมดา แต่ฉันไม่รู้เลยว่า ภายในนั้นพวกเขาได้ถูกเคลื่อนย้ายเข้าไปอยู่ในยุคทองเสียแล้ว ไปสวรรค์ และพวกเขากำลังร่ายรำอยู่กับศรีกฤษณะจริง ๆ ขณะนั้น ขณะที่พวกเขาอยู่ในอนาคต ในภพหน้าของพวกเขาในยุคทอง มันเป็นนิมิตที่พิเศษอย่างยิ่ง ที่มอบให้โดยพระเจ้า ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถและมีพลังจนร่ายรำออกมาเช่นนั้น บนใบหน้าของพวกเขาฉันเห็นความสงบ ความรัก และความเป็นหนึ่งกับพระผู้เป็นเจ้า ฉันสัมผัสได้กับพลัง สัมผัสกับความงดงาม อำนาจของความบริสุทธิ์ ซึ่งแผ่กระจ่ายอยู่ในบรรยากาศรอบ ๆ
อ่านต่อ >>> อดิเทพ ตอนที่ 2 # 7
Wednesday, February 5, 2014
อดิเทพ ตอนที่ 2 # 5
หนึ่งในจำนวนผู้คนที่เพิ่มขึ้นที่เข้ามารับประโยชน์จากความรู้เพื่อยกระดับชีวิตตนเอง เด็กหญิงคนหนึ่งโดดเด่นขึ้นมาจากจำนวนทั้งหมด เธอรับเอาสารสาระทั้งหมดของบาบาไว้ในหัวใจของเธอ เธอแต่งงานตัวเธอเองกับพระเจ้าอย่างสิ้นเชิง เธอยอมจำนนในทุก ๆ ความคิดให้กับหนทางที่พระผู้เป็นเจ้าต้องการ เป็นเพราะการอุทิศอย่างสิ้นเชิงนี้เอง เธอเปลี่ยนแปลงตัวเองให้กลายเป็นหนึ่งในที่สุดของผู้ที่มีบุคลิกภาพที่มีความพิเศษที่สุดในโลก
เธอชื่อ "ราเด้" พวกเขาเรียกเธอว่า "โอมราเด้" เธอดูเหมือนว่าจะเป็นเทวีจริง ๆ เลย ไม่ใช่ แค่เพียงเพราะว่าเธอมีผมที่ยาวสลวยและดวงตาทั้งสองที่เป็นประกาย แต่เป็นเพราะคุณธรรมและบุคลิกภาพที่เต็มไปด้วยอำนาจ เธอมีมารยาทที่น่าเกรงขาม แต่ก็ยังแยกจากกันกับความเมตตาที่มีในเวลาเดียวกัน สติปัญญาของเธอได้กลายเป็นตำนานที่กล่าวขาน และเธอสามารถจะย่อยความรู้ของบาบาอย่างที่ไม่มีผู้ใดสามารถทำได้ เธอปรับปรุงภายในจิตของเธอ และสามารถที่จะถ่ายทอดออกมาในหลาย ๆ นัยที่ละเอียดอ่อน
ในวิทยาลัยก็เช่นกัน เธอจะเป็นที่หนึ่งในชั้นเรียนเสมอ บัดนี้เธอสามารถระดมแหล่งของสติปัญญาทั้งหมดของเธอมาใช้ในงานรับใช้ของพระเจ้า เธอกลายเป็นมือขวาของบาบาในการทำงานยกระดับของสังคม โอมราเด้เป็นนักร้องที่เสียงดีที่สุดในอินเดีย ความประเสริฐสุดของความพิเศษดูเหมือนจะกระตุ้นทำให้เสียงของเธอเต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ครั้งแรกที่เธอได้ยินบาบาพูดความรู้ จิตใจของเธอก็เริงร่าอยู่ในความสุข มันไม่เคยหยุดตลอดทั้งชีวิตของเธอ ในการเปรียบเทียบกับความปิตินั้น เธอจำได้อย่างทันทีว่าความสุขทางประสาทสัมผัสที่ทางโลกมีให้ มันได้หมดรสชาติ และความดี "นี่แหละ คือ น้ำทิพย์ที่แท้จริงของชีวิต"
เธอตัดสินใจทันทีที่จะใช้ชีวิตที่ถือพรหมจรรย์และโยคะ และสละตนเองเพื่อประโยชน์ของโลก โอมราเด้เห็นว่าบาบา นั้นไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา แต่เป็นบุคลิกภาพที่แตกต่าง ทำไมล่ะหน้าผากของท่านส่องแสงดังเช่นแสงเพชร แผ่กระจายความซาบซึ้งที่สูงส่งมาจากดวงตาที่บริสุทธิ์เช่นดอกบัวเช่นนั้น แรงดึงดูดที่แผ่กระจายมาจากเสียงของท่าน ใครก็ตามที่ได้ยินท่านภาวนาคำว่า โอม จะไปสู่การเข้าสู่ภวังค์ที่ปิติสุข โอมราเด้ร้องเพลงดังเช่นนกที่ไม่ได้อยู่ในกรงขัง เพลงของเธอเป็นสิ่งซึ่งปลอบประโลมหัวใจ
และนี่คือเพลงๆ หนึ่งที่เธอเข้ามาในสถาบันใหม่ๆ
โอ้เพื่อนรัก ฉันจะแสดงอะไรให้เธอดูละ
และฉันจะสามารถแสดงว่าฉันได้มาพบอะไรได้อย่างไร
ฉันได้พบอะไรในโอมมันดาลี
โอ้เพื่อนรัก ฉันจะสามารถอธิบายความสุขเช่นนั้นได้อย่างไรล่ะ
เสียงของ...โอม....
เหมือนกับลูกธนูที่แทงเ้ข้าไปในจิตใจฉัน
และเยือกเย็น และสงบนิ่ง ฉันได้กลายเป็นเช่นนั้น
และปัญหาทั้งหมดของฉัน
เรื่องราวทั้งหมดของฉัน
ความทุกข์ทั้งหมดของฉันได้ตายจากฉันไป
ก่อน โอมราเด้ จะเริ่มมายังสัตสัง หรือก่อนพบบาบา เรื่องของเธอได้ปรากฏขึ้นก่อนแ้ล้วกับจาโชด้าจิ ภรรยาของบาบา เรื่องนั้นก็คือ ครั้งหนึ่งเคยมีประสบการณ์ว่า ราเด้จะเป็นจักรพรรดิณีลักษมีในอนาคต และเธอจาโชด้า จะมอบอาณาจักรของเธอให้ ทันทีที่ราเด้มาถึงและอุทิศตน ความหมายองนิมิตนั้นชัดเจน เพราะราเด้ได้กลายเป็นห้องเก็บความคิดและพลังของพระเจ้าอย่างรวดเร็ว และดังนั้นชื่อของเธอได้เปลี่ยนไปเป็น "จักกัดอัมบา สรัสวาตี เทวีแห่งความรู้ แม่ของโลก " เพราะบทบาทลับๆ ของเธอเป็นเช่นนั้น คุณสมบัติของเธอเหมาะสมกับบทบาทนั้น
อ่านต่อ >>> อดิเทพ ตอนที่ 2 # 6
Tuesday, February 4, 2014
อดิเทพ ตอนที่ 2 # 4
การปฏิรูปสังคม
ในอดีต มันเป็นประเพณีในสังคมซินดิว่า เมื่อมีใครตาย ผู้หญิงภายในครอบครัวนั้นจะต้องแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสกปรก สีดำ และจะต้องอยู่ในการร้องไห้คร่ำครวญทางศาสนา แม่ของ Hirday ก็ตกอยู่ภายใต้ขนบธรรมเนียมเช่นนี้ แต่หลังจากได้ประสบการณ์จากบาบา และได้รับความรู้ทางดวงวิญญาณ ซึ่งท่านได้แสดงให้เห็น เธอก็สามารถที่จะโยนภาระทางสังคมเหล่านั้นทิ้งไป
เธอเอาชนะความอายและความจำกัดในขอบเขต และทำลายประเพณีที่ทำให้ล้าหลังและหมดสิ้นความเป็นมนุษย์ ที่ซึ่งผู้หญิงอินเดียตกอยู่ภายใต้ เธอโยนเสื้อผ้าสกปรกและขาดวิ่นทิ้งและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มีอิสระและความสุข มันจะเป็นไปอย่างอื่นได้อย่างไร ดวงวิญญาณที่รู้และเข้าใจตัวตนที่แท้จริงจะรู้สึกหรือ ?
ดังนั้น ผู้หญิงส่วนมากจะรู้สึกประทับใจอย่างลึกล้ำกับข่าวการปลดปล่อยของบาบา พร้อมกันนั้น พวกเขาก็รู้สึกว่าง่ายมากที่จะทำตามและเปลี่ยนแปลงตนเอง ทันทีทันใดพวกเขาเปลี่ยนทัศนะอย่างรุนแรง และส่งกระแสที่รุนแรงให้คนในครอบครัวด้วยการแสดงพลังส่วนตัวเหนือชีวิตของพวกเขาเอง มันเป็นการพัฒนาที่ไม่เคยได้ยินในดินแดนของประเพณีที่มีขีดจำกัดเช่นนั้น
อีกด้านหนึ่งก็มีผู้หญิงซึ่งมาภายใต้อิทธิพลของสัมคมตะวันตกมาก่อน และได้รับเอานิสัยการแต่งตัวตามแฟชั่น เสื้อผ้าของยุโรป แต่งหน้า ประดับเครื่องประดับ และเพชรพลอย พวกเขาได้รับเอาความชอบเช่นพวกตะวันตกตามแบบลัทธิสุขนิยม และใช้เวลาส่วนมากสนองความอยากของปาก ในบ้านที่ร่ำรวย คนรับใช้ทำอาหารและงานบ้านอื่น ๆ ผู้หญิงเหล่านี้มีชีวิตอยู่ด้วยความสุขสบาย และเป็นที่อิจฉาของผู้คนในชุมชน แต่เวลานี้มีพวกเขามากมายเข้ามาใกล้ชิดกับบาบา และพวกเขาก็เข้าใจแล้วว่าพวกเขาเดินทางผิดไปอย่างมาก แฟชั่นไม่ใช่อิสรภาพ การทำตามใจไม่นำไปสู่ความสุข หรือเมื่อคนอื่นอิจฉาเราก็ไม่ทำให้เรามีความพึงพอใจ ใครก็ตามที่เข้าใจความลุ่มลึกของสัจจะในคำพูดของบาบา หลักที่จะยึดติดกับเสื้อผ้าที่หรูหราและความเฉื่อยชา เสื้อผ้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็นง่าย ๆ อีกครั้ง และพวกเขาก็เข้าช่วยคนรับใช้ทำงานบ้าน พวกเขากลับมาเรียนรู้การควบคุมนิสัยการกินของตนเองอีกครั้ง ด้วยการชี้นำและอำนาจทางดวงวิญญาณของบาบา
ผู้คนของซินดิแปลกใจกับผลที่เกิดขึ้น และความรู้สึกในทุก ๆ ด้านเกี่ยวกับโอมมันดาลีก็เพิ่มขึ้นในชุมชน ประเพณีของสังคมและนิสัยซึ่งรู้ ๆ กันอยู่ว่าไม่ดี แต่ก็ไม่มีใครสามารถจะเปลี่ยนแปลงได้ตั้งหลายร้อยปี ถูกกำจัดไปด้วยการชุมนุมทางดวงวิญญาณนี้ด้วยดาบแห่งความรู้ ซึ่งเปล่งแสงวาบออกมาเพียงครั้งเดียว ปัญหาส่วนตัวซึ่งบุคคลไม่สามารถจะควบคุมได้ตลอดชีวิตของเขา ถูกกำจัดไปด้วยการช่วยของบาบา ไม่ต้องประหลาดใจ และแล้ว.. ชื่อเสียงของโอมมันดาลีก็แพร่กระจายไปไกล และกว้างขวาง หลายๆ ครอบครัวก็เริ่มส่งลูกสาวของพวกเขาไปยังการชุมนุมทางจิตของ โอมมันดาลี
อ่านต่อ >>> อดิเทพ ตอนที่ 2 # 5
Monday, February 3, 2014
อดิเทพ ตอนที่ 2 # 3
ความรู้นำไปสู่สมาธิ
มีทั้งชายและหญิงเป็นจำนวนมากที่ได้รับประสบการณ์ที่สูงส่ง ณ สัตสังของดาด้า ซึ่งมีชื่อเรียกว่า "โอม มันดาลี" ซึ่งไม่สามารถนำมากล่าวทั้งหมดได้ แต่ที่ระลึกได้และนำมาเป็นตัวอย่างของ Sister Hirday Pushpaji
ตั้งแต่สมัยเด็ก ฉันจำได้เมื่อไรที่ได้ยินข่าวการแต่งงานของญาติของฉัน ฉันรู้สึกมีความไม่สงบสุข แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงรู้สึกเช่นนั้น และแล้วก็ถึงวันแต่งงานของฉัน ฉันรู้สึกเหมือนฉันกำลังร่ำไห้อย่างไม่หยุด ความปรารถนาจะอยู่อย่างใช้ชีวิตทางดวงวิญญาณกระตุ้นภายในเสมอ ๆ ความกระจ่างชัดในสำนึกของฉันได้ปรากฏใกล้ ๆ
ในที่สุดวันแต่งงานของฉันก็มาถึง ฉันรู้สึกเหมือนกับวันตายของฉันได้มาถึงแล้ว แต่ไม่มีทางหนี โชคดีเป็นอย่างมาก สามีของฉันเป็นคนอยู่ในหนทางจิตวิญญาณโดยธรรมชาติ และเขาไม่มีความทะยานอยากในจิตใจของเขา ไม่มีแม้แต่ในแววตาของเขาจะมีร่องรอยของการดึงดูดที่เป็นกิเลส ดังนั้นเราอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข เมื่อเขาป่วยฉันดูแลเขาด้วยความศรัทธาที่นางพยาบาลมี แต่ไม่เคยมีในจิตใจที่จะเกิดราคะตัณหาระหว่างสามีและภรรยา
ถึงแม้ว่าทั้งยาและความเอาใจใส่มีอย่างพร้อมมูล แต่อาการของเขากลับทรุด ดังนั้นเขาจากร่างของเขาไปหลังการแต่งงานได้ 3 เดือน พ่อแม่กลายเป็นคนท้อแท้ ฉันก็ไม่มีความสุขเช่นกัน เมื่อไม่นานฉันคือหญิงโสดที่เต็มไปด้วยอิสระ แต่ตอนนี้ผู้คนมองฉันเป็นหญิงหม้าย น้องชายของฉันตายเมื่ออายุยังน้อย พ่อแม่ของฉันยังไม่ลืมเหตุการณ์ที่ตกใจนั้นเลย น้องชายของฉันคือแก้วตาดวงใจของท่านทั้งสอง พวกเขายิ่งซึมเศร้าหนักยิ่งขึ้น มองเห็นความหมดหวังของทั้งสองได้เพิ่มความทุกข์ให้กับฉันอีก ข่าวความโศกเศร้าของเราแพร่กระจายไปยังผู้คนในไฮดราบัด เพราะครอบครัวของเราร่ำรวยและเป็นที่รู้จักกัน สุดท้ายบาบาก็ได้ยินเรื่องของพวกเรา
ฉันได้ฟังเรื่องราวของ โอม บาบา มามากเช่นกัน ว่าพวกคนที่เข้าร่วมในการชุมนุมทางจิต ได้พบกับความสงบทางจิตวิญญาณ และแม้แต่ได้ประสบการณ์นิมิต ดังนั้น วันหนึ่งฉันไปยังที่ชุมนุม ฉันเฝ้าดูท่านอย่างละเอียด ฉันเข้าใจได้เลยว่าที่พวกเขาพูดกันคือความจริง ความสงบที่สง่างามไหลรินออกมาจากท่าน เพียงแค่เริ่มมานั่งอยู่ตรงหน้าท่าน ฉันรู้สึกมีความสุขขึ้นมาทันที บาบาถามฉันว่า "เธอคือใคร ?" " เธอรู้ไหมว่าเธอเป็นใคร ?"
ฉันตอบว่า "ฉันคือหญิงที่ไม่มีความสุข" บาบาถามอีกครั้ง โอ.เค "บอกฉันซิว่าโลกนี้เต็มไปด้วยความสุขหรือเต็มไปด้วยความทุกข์" ฉันตอบว่า "โลกนี้เต็มไปด้วยความทุกข์อย่างใหญ่หลวง" บาบาบอกให้นั่งลง ท่านเรียกฉันไปนั่งใกล้ท่านและดึงภาพของมนุษย์ออกมา ชี้ให้เห็นดวงวิญญาณที่อยู่ระหว่างคิ้วและอธิบายง่าย ๆ ดูร่างนี้ประกอบขึ้นด้วยวัตถุธาตทั้ง 5 มันแตกสลายได้ แต่ดวงวิญญาณซึ่งภายในมันประกอบด้วย จิตใจ สติปัญญา และรอยประทับ หรือนิสัยส่วนบุคคล ดวงวิญญาณเป็นสำนึกที่มีสติรู้คิด เป็นอมตะ และ ไม่สามารถจะถูกทำลายได้
ลูกพ่อ ... สองสิ่งนี้ แยกจากกัน ร่างนั้นตายและถูกนำไปเผา ดวงวิญญาณนั้นไม่สามารถเผาไหม้ได้ มันจากร่างหนึ่งไปสู่อีกร่างหนึ่ง เอาละ...บอกพ่อสิว่า....ลูกเป็นอะไรในสองสิ่งนี้ ลูกเป็นร่างกายที่ทำด้วยวัตถุทั้ง 5 หรือ ลูกเป็นดวงวิญญาณ...
ฉันอึ้งไป ม่านที่ปิดบังดวงตาฉันได้ถูกชักขึ้น ฉันตอบว่า.... บาบาตามที่บาบาอธิบายมา ฉันเป็นดวงวิญญาณ
บาบาตอบว่า...ลูกเอ๋ย... ธรรมชาติของดวงวิญญาณนั้นคือ ความสงบ ความไม่สงบนั้นคือธรรมชาติของ (ปากิตติ) ธาตุวัตถุ กับการเข้าใจว่าเราเป็นวัตถุธาตุเหล่านั้น ลูกกลับกลายเป็นความไม่สงบ เอาละตอนนี้ บอกพ่อซิว่าใครพูดว่า "ฉันคือผู้หญิงที่ไม่มีความสงบ" ลูกคือผู้หญิงที่ปราศจากความสุข หรือลูกเป็นดวงวิญญาณที่เต็มไปด้วยความสงบ
ในโอกาสที่ได้รับฟังเช่นนี้ แสงสว่างในฉันได้ถูกจุดขึ้น "ฉันคือดวงวิญญาณที่สงบสุข" ฉันได้รับประสบการณ์ของสัจจะจากคำพูดของบาบา จงหันเหสติปัญญาของลูกออกไปจากสำนึกของความเป็นร่างกายที่ประกอบจากธาตุ จงเป็นผู้ที่ปราศจากร่าง จินตนาการที่ตัวลูกเอง ในรูปของลูกที่เป็นอมตะและไม่มีวันตาย เป็นดวงวิญญาณที่สงบ ดูซิว่าลูกเป็นใคร.... ลูกเห็นไหมว่ารูปที่จริงของลูกเป็นเช่นไร
ในขณะที่บาบาพูด ฉันได้เข้าไปอยู่ในสภาพของสำนึกอื่นเสียแล้ว "ฉันลืมร่างนี้จนหมดสิ้น" ฉันเห็นว่าตัวฉันเป็นจุดแสง โบยบินสูงขึ้น ๆ เข้าไปสู่อาณาเขตของความสุขที่ไร้ขอบเขต ฉันนั่งอยู่เช่นนั้นเกือบ 2 ชม. ในสภาพของการอยู่ในสมาธิที่เป็นธรรมชาติ
เมื่อฉันลงมาสู่สภาพปกติ บาบา เรียกหาฉันและถามฉันว่า "ลูกเป็นใคร" ฉันตอบ "ฉันคือดวงวิญญาณ" บาบา ถามอีกครั้ง เอาละตอนนี้ลูกมีความสุขหรือมีความทุกข์ ฉันพูดว่า มันเป็นความสุข บาบาหัวเราะและแล้วพูดว่า "เอาละนะ...จำไว้นะ...จำไว้.. และจงทำบทเรียนวันนี้ให้เป็นสมบัติของลูก ลูกพรุ่งนี้พ่อจะให้บทเรียนอื่นกับลูก
ในขณะนั้น โดยที่ไม่ได้คิดมาก่อน ฉันเริ่มร้องเพลงออกมา
ท่านพูดเพียงหนึ่งคำและฉันก็ถูกปลุกขึ้นมา
หัวใจของฉันได้ตื่นขึ้นจากการหลับไหล ณ ก้นบึ้ง
บัดนี้ฉันรู้ว่าฉันเป็นใคร ดวงวิญญาณในร่างกาย
จากบ้านแห่งวัตถุธาตุนี้ ฉันรู้วิธีการว่าจะบินไปอย่างไร
ในชั่วขณะจิตหนึ่งท่านทำให้ฉันกลายเป็นโยคี
ท่านพาฉันขึ้นไปยังบ้านที่สูงสุดเบื้องบนนั้น
ฉันเป็นดวงวิญญาณ ร่างกายนี้เป็นธาตุ
ฉันเป็นอมตะ ร่างกายนี้ต้องถูกเผา
ด้วยการให้ความรู้แก่ฉัน ท่านจับฉันนั่งบนบัลลังก์ที่สูงที่สุด
ท่านชี้หนทางของความบริสุทธิ์ให้กับฉัน
ท่านจับฉันนั่งไว้บนบัลลังก์ที่สูง
ท่านแสดงหนทางที่บริสุทธิ์กับฉัน
ท่านได้ปลุกฉันจากการหลับไหล ณ ก้นบึ้ง
เมื่อฉันไปพบบาบานั้น น้ำตาคลอเบ้า แต่เวลานี้ฉันกำลังกลับบ้านด้วยเสียงหัวเราะในความซาบซึ้งอันสูงส่ง เมื่อฉันถึงบ้านฉันเล่าให้แม่ฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกันฉัน แม่เห็นสิ่งเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับฉัน ฉันมองดูหน้าที่แสนเศร้าของท่านและพูดว่า "ทำไม..แม่น้ำตาคลอเช่นนั้น" ดวงวิญญาณไม่สามารถถูกทำลายได้ เป็นอมตะ แม่เป็นรูปของความสงบ แม่รู้สึกถึงพลังที่ได้ฟังเช่นนั้น ความสิ้นหวังของแม่ได้มลายหายไปชั่วครู่ แม่บอกฉันให้ฉันไปฟังบาบาพูดความรู้ทุก ๆ วัน และกลับมาเล่าให้แม่ฟังทุกวัน สิ่งหนึ่งที่บาบาพูดหลังจากนั้นไม่นาน ฉันเล่าเรื่องของแม่ เกี่ยวกับความทุกข์ให้ บาบาฟัง บาบาพูดว่า ตกลง เราจะไปพบแม่ของลูก ทันใดนั้น บาบาลุกขึ้นและไปทันที บาบามาถึงยังบ้านเราและพบกับแม่
ทันทีที่สายตาของแม่พบกับสายตาของบาบา แม่เข้าสู่ภวังค์ ตระหนักรู้ว่าตนเองที่แท้จริงมีธรรมชาติเป็นเช่นไร แม่ได้นิมิตของเทพวิษณุ 4 กร ความงามที่เกิดขึ้นจากความสงบเกิดขึ้นบนใบหน้าของเธอ แม่อยู่ในสมาธิอย่างใจจดใจจ่อเป็นเวลานาน หลังจากเสร็จการนั่งสมาธิ แม่ยิ้มอย่างอ่อนโยนกับบาบา และ บาบา ก็อธิบายความรู้ของพระเจ้าให้กับแม่
ในหนทางนี้ มีคนมากมายได้รับความสงบภายในจิตใจยาวนาน พวกเขาได้รับประสบการณ์กับพระเจ้า พระเจ้าได้มาปัดเป่าความมืดที่ปกคลุมอยู่ด้วยการปกครองแบบเผด็จการของความทุกข์ และก่อตั้งศาสนาที่แท้จริงของความสงบภายใน
อ่านต่อ >>> อดิเทพ ตอนที่ 2 # 4
Sunday, February 2, 2014
อดิเทพ ตอนที่ 2 # 2
การรวมกันทางจิตที่พิเศษกว่าธรรมดา An Extraordinary Satsang
ดาด้าหยุดออกไปข้างนอก ครอบครัวของท่าน เพื่อนและเพื่อนบ้าน หนุ่มแก่ เคยมานั่งฟังการเล่าเรื่องดวงวิญญาณที่เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้ง มันมีพลังอย่างมหาศาลในคำพูดของท่าน และเมื่อผู้ฟังไตร่ตรองความคิดที่พิเศษในความคิดของพวกเขา พวกเขาเบาสบายและมีความสุขกว่าเดิม ความเรืองรองของโลกสวรรค์ที่จะมาถึงสาดส่องไปทั่ว
ในช่วงสั้น ๆ คำสอนของท่านไปถึงญาติที่อยู่ไกล พวกเขาเริ่มมาปรากฏตัวที่บ้านของท่าน พวกเขาได้รับกระแสทันที กระแสที่กระตุ้นอยู่ในบรรยากาศ กระแสแห่งความอบอุ่นและความรักและพลังซึ่งไม่สามารถแผ่ซ่านออกมาได้จากมนุษย์ พวกเขาเริ่มสรุปว่าดาด้าได้กลายเป็นเครื่องมือที่เป็นร่างและถูกพระเจ้าใช้เป็นสื่อเผยแพร่ความรู้ที่สูงสุดของท่าน บาบา ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับสตรี เพราะว่าสตรีถูกกดขี่โดยประเพณีของสังคมเป็นอย่างมาก และท่านให้การส่งเสริมและให้พลังที่จะเอาชนะเงื่อนไขที่มีขอบเขตจำกัด และรู้ถึงศักยภาพที่เต็มที่ของตน ทั้งหญิงชายที่มาพบท่านได้รับนิมิต บางครั้งมีกฤษณะและการสร้างขึ้นของยุคทองในอนาคต และบางครั้งการทำลายล้างของกลียุคที่กำลังจะมา.. ยุคเหล็ก
เรื่องราวของนิมิตเหล่านี้กระจายไปอย่างรวดเร็ว ในไม่ช้าทุกคนในเมืองก็ได้ยินว่า ถ้าใครมาในสัตสังและพบกับดาด้า ท่านจะได้รับนิมิตที่สูงส่ง หลาย ๆ คนมาเพื่อพิสูจน์
ผู้ที่มาใหม่ได้รับประสบการณ์พิเศษและเต็มไปด้วยปิติสุข แต่พวกเขาคิดว่าดาด้าเป็นผู้ทำสิ่งนั้น พวกเขาไม่รู้เลยว่าพ่อสูงสุดเป็นผู้อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ครั้งนี้ และพูดกับพวกเขาผ่านปากของดาด้า แม้แต่ดาด้าเองในตอนต้นยังประหลาดใจว่านิมิตเหล่านั้นมาจากที่ใด เพียงแต่ต่อมาเท่านั้นที่ท่านแน่ใจว่าใครคือผู้ที่ทำเรื่องที่เป็นปาฏิหารย์เช่นนั้น
ในกลุ่มผู้ที่มาสัตสัง เป็น Rukmini หญิงที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย พ่อของสามีของเธอเป็นคนเด่นในสังคมท้องถิ่้น Rukmini มีความทุกข์เพราะสามีของเธอเพิ่งตายไป เพื่อน ๆ โน้มน้าวเธอให้ไปยังสัตสังของดาด้า ด้วยความลังเลใจ เธอไปยังที่นั่นนั่งลงฟังดาด้า และทันใดนั้น การเปลี่ยนแปลงก็เข้ามาควบคุมเธอ ท่าทางและคำพูดของดาด้าเติมเธอด้วยความกล้าหาญใหม่ ๆ เธอกลับบ้านด้วยสภาพที่มีความสุขสูงสุด และเธอก็แนะนำครอบครัวของเธอกลับไปกับเธอในวันรุ่งขึ้น พวกเราไปพบ โอม บาบา กันดีกว่า "ท่านมีพลังลึกลับ มีน้ำทิพย์อยู่ในคำพูดของท่าน ท่านได้ให้ความสงบแก่ฉัน หน้าผากของท่านสว่างด้วยแสงสว่างที่ศักดิ์สิทธิ์และมีพลังเช่นว่านี้ในดวงตา ในดริสตี (การมองเข้าไปในดวงตาของท่าน) แม้แต่ดวงวิญญาณที่สับสนรู้สึกปิติสุขเมื่ออยู่กับท่าน
ด้วยการเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอ ญาติ ๆ ของเธอเริ่มสนใจ ลูกสาวคนหนึ่งของเธอชื่อ โกปี้ ไปสัตสังกับเธอในวันรุ่งขึ้น ทันทีที่เห็น โอม บาบา เธอก็รู้สึกว่า เธอได้มาอยู่ต่อหน้าพระเจ้า ดวงวิญญาณสูงสุดได้เข้ามาในร่างของดาด้าอย่างลับ ๆ แต่สำหรับผู้ที่ค้นหาที่แท้จริง ท่านไม่สามารถซ่อนอยู่เงียบ ๆ ได้นานเลย
โกปี้ ได้ประสบการณ์นิมิตหลายอย่าง รวมทั้งการตระหนักรู้ตนเองว่าเป็นจุดแสง เธอรู้สึกว่าเธอได้กลายเป็น โกปี้ ที่แท้จริง และเธอได้พบกับคนที่เธอค้นหาอยู่ ท่านนี้เป็นที่รู้จักกันในนามของ ดีดี้ มานโมฮีนี (Didi Manmohini) ซึ่งทางจิตที่แสดงความรัก ซึ่งบาบา ตั้งชื่อนั้นให้กับเธอ ท่านเป็นเสาหลักเสาหนึ่งของมหาวิทยาลัยของชิพบาบา คู่กับ ดาดี้ ปรากาศมณี (Dadi Prakashmani)

Dadi Manmohini Dadi Prakashmani
อ่านต่อ >>> อดิเทพ ตอนที่ 2 # 3
Saturday, February 1, 2014
อดิเทพ ตอนที่ 2 # 1
ตอนที่ 2 บุคลิกภาพของดวงวิญญาณสูงสุด
ลูกรัก จงคิดว่าลูกเป็นดวงวิญญาณและคิดถึงพ่อ ในคำนี้ ชีพบาบาสรุปคำสอนของท่านทั้งหมด แต่เบื้องหลังโวหารง่าย ๆ มีคลังสมบัติแห่งความรู้และประสบการณ์ที่ไม่มีขีดจำกัดอยู่ ดังนั้น ทุก ๆ วัน ชีพบาบาจะลงมาจากโลกวิญญาณเพื่ออธิบายประเด็นอื่น สิ่งที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่มองไม่เห็น และเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด ท่านจะแสดงตัวอย่างคำพูดในทางปฏิบัติ ดังนั้นบทเรียน จะตราตรึงและลบไม่ออกจากจิตใจของลูก ๆ ที่สุดแสนหวานของท่าน
ผู้คนในทุกแห่งจะได้ยินคำพูดว่า "พระเจ้าคือความรัก" แต่ตอนนี้จะมีสักกี่คนที่ได้รับโชคดีที่เปรียบเทียบมิได้ โดยได้ประสบการณ์ของความรักที่ไม่มีขีดจำกัดจากท่านโดยตรง ? โดยการเข้ามาในร่างของดาด้า ท่านแสดงให้เห็นความหมายของคำว่าพ่อที่แท้จริง พระเจ้าสร้างครอบครัวที่สูงส่งเช่นนั้นด้วยความระมัดระวังและดูแลเอาใจใส่ ซึ่งแม้แต่ดวงวิญญาณที่ธรรมดาที่สุดก็สามารถจะเข้าใจได้ในทันทีนั้น ณ ที่นี้ เป็นมหาสมุทรของความรักอย่างแน่นอน
เมื่อชีว่าเข้ามาในร่างของดาด้า ท่านตั้งชื่อดวงวิญญาณที่ท่านเข้ามาใช้ร่างเป็นพาหนะในนามของ "ประชาปิตา บราห์มา"
ใครก็ตามที่ได้รับความรู้ซึ่งชีว่าพูดผ่านปากของบราห์มา "กลายเป็นทายาทซึ่งเกิดจากปาก" หรือ "บราห์มิน" และด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะอายุเท่าใด มารดาที่สูงอายุ วัยรุ่น ทุกคนที่จำท่านได้กลายเป็น "ลูกที่แสนหวาน" พวกเขาได้ชื่อว่า บราห์มา กุมาร และ บราห์มา กุมารี ลูกชายและลูกสาวที่บริสุทธิ์ของ บราห์มา
พวกเขาถูกดูดเข้ามาเหมือนเข็มถูกดูดเข้าหาแม่เหล็กและพวกเขาก็อยู่ ณ ที่นั่น และ ดังนั้น สถาบันจึงถูกสร้างขึ้นจากความรักภายในดวงวิญญาณสำหรับพระเจ้า และสถาบันสำหรับการชำระเพื่อความบริสุทธิ์ ไฟสำหรับบูชายัญ สถาบัน และ สถาบันก็เติบโตและเติบโตมากขึ้น ๆ ดวงวิญญาณได้ยินและเข้าใจ หัวใจของพวกเขาก็หลอมละลายเข้ารวมกับขบวนการของธรรมชาติซึ่งกำลังดำเนินไป โลกทั้งโลกถูกทำให้เปลี่ยนไปต่อหน้าต่อตาของพวกเขา มันเริ่มต้นเพียงหนึ่งดวงวิญญาณ นั่นคือ ประชาปิตา บราห์มา ในไม่ช้า 400 แมลงเม่า ก็พุ่งตรงเข้าไปยังเปลวไฟ วันนี้มีบราห์มินกว่า 800,000 ใน 100 ประเทศ ซึ่งมีจิตใจแนบแน่นกับบาบา ผู้ซึ่งมาชำระให้ธรรมชาติ และ สันสการ์ของพวกเขาให้สะอาด และเป็นผู้ชี้นำ กระแสที่ไม่น่าเชื่อของบาบาเข้าไปทำงานอย่างลับ ๆ ภายในโลกวัตถุ และมีผลกระทบกับธรรมชาติโดยตรงและเป็นสาเหตุให้ยุคเหล็กในปัจจุบันจบสิ้นลง และเป็นการปูทางสำหรับยุคทอง การปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่งของผู้ถือธงประจำตระกูลของราชวงศ์ "สุริยวงศ์"
เรื่องราวการก่อตั้งสถาบันที่จะเล่าต่อไปนี้ ส่วนใหญ่ผ่านมาจากผู้ที่อยู่และมีประสบการณ์ในวันที่ปิติยิ่งของพวกเขาในอดีต ผู้ซึ่งเป็นพยานในการเห็นชีพบาบาได้มา ผู้ซึ่งยอมอุทิศตัวให้กับพระเจ้า และผู้ประสบกับการทดสอบด้วย "ไฟ" ซึ่งทำให้กลุ่มเด็ก ๆ เข้มแข็งเกินกว่าที่ใครจะเอาชนะได้
แน่นอน เรื่องราวมันยังไม่สมบูรณ์ เพราะบทสุดท้ายยังไม่ได้ถูกแสดงออกมา บัดนี้มันถึงเวลาแล้วที่ชีพบาบาจะถูกร้องอวยชัยให้พรและจำได้จากคนทั่วโลก "ใบหน้าของผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้าจะซีดเผือด" จิตใจของผู้ที่ทำการสักการะบูชาในทุก ๆ ศาสนาทางร่างจะกลายเป็นปีศาจที่น่ากลัว ความจริง ณ ขณะปัจจุบันกำลังจะกระจ่างชัดในสายตาทุกคน
และแล้วการทำงานของไฟบัลลัยกัลป์จะเริ่มขึ้น สงครามโลกครั้งที่ 3 สงครามครั้งสุดท้าย สงครามมหาภารัติจะเริ่มต้นสงครามอันรวดเร็วและความร้ายกาจของการทำลายล้างด้วยอาวุธนิวเคลียร์ จะแยกเราดวงวิญญาณ (Soul) ทั้งหมดออกจากร่างที่ฉีกขาด และเราจะลุกขึ้นมาอีกครั้งในรูปทิพย์ไปยังโลกแห่งจินตนาการและพบกับผู้สร้างของเราเพื่อการพิพากษา หลังจากนั้น พ่อผู้เป็นที่รักยิ่งของพวกเรา ชิพบาบา จะนำทางเราด้วยการบินครั้งสุดท้ายสู่บ้านเดิม ไปยังสันติธรรม โลกแห่งความสงบ
จงตั้งใจ ขณะที่ยังมีเวลา ตั๋วสำหรับสวรรค์บนโลกกำลังรอท่านอยู่ พ่อของท่านร้องเรียก
ลูกจะเป็นของพ่ออีกหรือไม่ ...
อ่านต่อ >>> อดิเทพ ตอนที่ 2 # 2
Subscribe to:
Posts (Atom)






