Thursday, November 2, 2017

อดิเทพ ตอนที่ 4 # 9


สรัสวาตี
ศูนย์งานรับใช้กำลังเจริญงอกงามขึ้น  แต่พวกเขาต้องการการเติมพลัง  ลูก ๆ ที่ยังใหม่ ต้องการแรงบันดาลใจ ใครล่ะ!  ที่เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของคำสอนของบัพดาดา ??  มาม่า ทุก ๆ วัน จดหมายก็เข้ามายังมธุบันมากขึ้น  ขอร้อง ให้มาม่าไปปรากฏตัวยังศูนย์ที่ห่างไกล  "Ma, O Ma มาม่า ผู้อ่อนหวานที่สุด เมื่อไรท่านจะมา ?  พวกเราเฝ้ารอเป็นเวลาแสนนาน  ผู้นำมาซึ่งความสงบ  ขับกล่อมคำพูดที่ปลุกเราให้ตื่นของท่านเถิด  เติมความหวังให้กับเราสำหรับชีวิตใหม่  แม่ผู้สูงส่งของเรา  พวกเราเป็นแต่เพียงดวงดาว  โปรดนำมาซึ่งแสงแห่งจันทราด้วยเถิด"

ในที่สุดในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1956 จั๊กกัตอัมบา สรัสวาตี  ได้เดินทางออกจากมธุบันไปยัง  Kanpur  พลังของพระเจ้า ชัคตีที่ทรงพลังที่สุดของท่าน  ปรากฏขึ้นจากอาศรมของพระเจ้า เทวีคนแรกกำลังเดินไปอีกครั้งบนถนนของภารัต

เมื่อมาม่ามาถึง  Kanpur  การต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ถูกจัดขึ้น  มาม่าพูดกับฝูงชนในชั้นเรียนภาคเช้าประจำวัน ให้กำลังใจนักเรียนใหม่  ตอบคำถามในการสัมภาษณ์สื่อมวลชน  และให้คำแนะนำในการพบปะส่วนตัว  มาม่าได้โปรยสายฝนแห่งความรัก ให้กับทุกคนที่มาม่าพบ  สุนทรพจน์ของเธอถูกตีพิมพ์  ข้อความเกี่ยวกับมาม่าในหนังสือพิมพ์ ทำให้ดวงวิญญาณทั้งหมดจากทั่วอินเดียเร่งรีบมาพบท่าน  เขาผู้ซึ่งได้มาและจากไปด้วยความสดชื่น  อัศจรรย์ และได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร  แท้จริงแล้ว เขาไม่เคยพบกับใครซึ่งเหมือนกับมาม่า

คำประพันธ์ต่อไปนี้ เป็นการแสดงความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความรักของกวีท่านหนึ่งที่มีต่อมาม่า

โอ้แม่ของชาวโลกที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจ ผู้เป็นแม่ของโลก
ท่านได้ถือคบเพลิง ซึ่งเปลวไฟนั้นก็คือความรู้ของพระเจ้า
เฝ้าแต่ยกระดับดวงวิญญาณทุก ๆ ดวง
ท่านเป็นผู้ทำลายความมืดมิดแห่งกิเลส
ปัญหาทั้งมวลสูญสิ้นไป ความสงบกลับมาสู่หัวใจทุกดวง
เมื่อท่านมาถึง พร้อมกับความอ่อนโยนของรอยยิ้มที่บริสุทธิ์
ขอต้อนรับ มาม่าที่สุดแสนหวาน  ขอต้อนรับ แม่แห่งชาวโลก
ท่านเป็นผู้ประทานให้ ซึ่งความคิดที่เต็มไปด้วยความสดใส
คงมั่นอยู่ในสัมพันธ์กับชิพบาบาสูงสุด
ลูกของพระเจ้า ผู้ได้รับชัยชนะเสมอคือ ท่าน
มาและปลุกพวกเราไปสู่วันใหม่ของบราห์มา
ดวงวิญญาณแห่งยุคบรรจบพบกันเต้นรำอย่างไร !
ลูกสาวของบราห์มา คือ สรัสวาตีของพวกเรา
ท่านนำมาซึ่งแสงในดวงตาทั้งคู่ของท่าน
ท่านให้เราซึ่งน้ำอมฤตแห่งสัจจะที่ไม่มีวันเจือจาง
ท่านเป็นผู้เปิดประตูที่สูงแห่งสวรรค์
ขอต้อนรับท่าน เทวีที่เจิดจรัส
แม้ว่าชื่อเสียงยังไม่เป็นที่รู้จัก
ท่านได้สอนความสุขของความบริสุทธิ์ทั้งหมด
โอ้ แม่ โปรดอยู่กับพวกเรา
โปรดรับความเคารพจากหัวใจทุกคน

สิ่งที่สวยงามยิ่งกว่าคำพูดของมาม่าก็คือ  ความเงียบของท่าน ที่การชุมนุมครั้งหนึ่ง กำลังจะมีการแนะนำตัวมาม่าที่เวทีด้านหน้า  ผู้เปิดพิธีก็หันมามองมาม่า  เขาถูกกระตุ้นอย่างแรงโดยภาพเช่นนางฟ้า ที่เขาเห็นต่อหน้าของเขา  เขาก็หยุดพูดลงกลางคัน ในอาการที่ตกตะลึง  มาม่าเดินไปยังกลางเวทีและที่นั่น มาม่าก็ยืนอยู่ในประกายแห่งความสงบ  ดวงตาของเธอสัมผัสกับดวงวิญญาณทุกดวงในหมู่ผู้ฟัง  ซึ่งนั่นก็ไม่สามารถที่จะบรรยายเป็นคำพูดได้ทั้งหมด  การรวมอยู่ในปิติสุขกับพระเจ้า  มาม่าบรรยายด้วยความน่าเกรงขาม ที่เปล่งประกายออกมาพร้อมกับคำพูดที่จับใจ  จากการมองเพียงเท่านั้น ฝูงชนเงียบสนิท  พวกเขาไม่อาจจะเชื่อได้เลยว่า พวกเขาได้รับประสบการณ์อะไร การปรากฏขึ้นที่น่ายินดีปรีดาของมาม่า ได้เปลี่ยนหอประชุมให้เป็นโบสถ์น้ำตาแห่งความรัก ได้ไหลรินมาจากดวงตาทุกคู่ ช่วงวินาทีที่ไม่สามารถลืมเลือนได้เลย

ท่านไม่ปรารถนาพระเจ้าหรือ?  ดวงตาของมาม่าเอ่ยวาจาอย่างชัดเจน  ท่านผู้ซึ่งเราได้โหยหา  และเรียกหาท่านมาเป็นเวลานาน  ท่านได้มาแล้ว เธอไม่ปรารถนาที่จะต้อนรับท่านหรือ  ท่านไม่ปราถนาที่จะกลับมาบริสุทธิ์หรือ?  ท่านไม่ปรารถนาที่จะพบความสุขหรือ?  หรือว่าท่านปรารถนาจริง ๆ ที่จะอยู่ในกองขยะของกิเลส มากกว่าในแสงของพระเจ้า ดวงวิญญาณของมาม่าได้ส่องประกายอยู่ตรงกลางหน้าผากให้ทุกคนได้เห็น  และได้พูดผ่านดวงตาของเธอด้วยความรักและพลังเป็นอย่างมาก  ในที่สุด ดวงตาของเขาเหล่านั้นที่อยู่ในหอประชุมก็กระซิบว่า  "หยุด  มันมากเกินไปสำหรับพวกเรา พวกเรายังไม่พร้อมที่จะเดินทางไปไกลนัก ในเมืองของพระเจ้า"

แล้วสำหรับเขาเหล่านั้น ผู้ซึ่งไม่เข้าใจภาษาแห่งความสงบได้ ริมฝีปากของมาม่าก็เริ่มร้องเพลง เต็มไปด้วยความน่าอัศจรรย์ใจ  ที่คลื่นของเสียงซึ่งเต็มไปด้วยความสุขก็ครอบคลุมบรรยากาศทันใด  ท่วงทำนองของเธอเหมือนกับน้ำเย็นไหลพาดผ่านไปยังทะเลทราย

มีบางสิ่งเกิดขึ้นภายในดวงวิญญาณผู้ซึ่งได้ยิน  ดวงตาทั้งคู่และเสียงนั้นทำให้เกิดรอยประทับที่ไม่อาจลบออกไปได้จากรอยประทับของพวกเขา ข่าวว่าอะไรเกิดขึ้น  ณ เย็นวันที่น่าจดจำนั้น แพร่กระจายไปทั่วอินเดีย และไม่ว่าพวกเขาจะรู้หรือไม่ ดวงวิญญาณที่โชคดีพอที่ได้เข้าไปฟัง ไม่เคยได้รับความรักที่แท้จริงเช่นนั้นในชีวิตของเขา  ไม่มีเลยตั้ง 5000 ปี หลังจากนั้น มาม่าได้รับบัตรเชิญจากหลาย ๆ เมือง ให้ไปเยี่ยมและร้องเพลงที่แสนหวานของเธอ  ดังนั้นมาม่าจึงเดินทางไปยังเดลลีเพื่อประโยชน์แห่งปวงชน

มาม่ามาถึงเดลลีโดยรถไฟ โยคีมากมายได้มาที่สถานีรถไฟเพื่อต้อนรับเธอ ทุกคนแต่งตัวด้วยชุดขาว  ด้วยรอยยิ้มและการหัวเราะที่แสนหวาน ปรากฏบนใบหน้าของทุก ๆ คน  ผู้คนบนชานชลาประหลาดใจว่า บุคคลที่ยิ่งใหญ่อะไรหนอกำลังจะมาถึง  แล้วทำไมจึงมีคนมากมายมารวมกันที่นี่  และทำไมพวกเขาจึงมีความสุขกันเหลือเกิน  B.K. ก็ตอบคำถามของพวกเขา แล้วก็แจกหนังสือเกี่ยวกับราชโยคะ  และบอกพวกเขาถึงคุณสมบัติของมาม่า ความสุขของโยคีได้แพร่กระจายจากคนหนึ่งไปถึงอีกคนหนึ่ง ในไม่ช้าทุกคนบนชานชลาก็ยิ้มแย้มแจ่มใส  แม้แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องยิ้ม  ดังนั้น พวกเขาจึงเริ่มเฝ้ารอด้วยความกระตือรือร้นต่อการมาถึงของมาม่า

ในไม่ช้า ขบวนรถไฟก็เข้ามา  แล้วผู้คนก็รวมตัวกันเข้ามาใกล้มากขึ้น  ทุกคนต่างก็หวังว่าเขาจะเป็นคนแรกที่ได้เห็นมาม่า

มาม่าก้าวออกมาปรากฏตัว  ใบหน้าของเธอเปล่งประกาย  ผู้คนที่เฝ้ารอไม่ได้มีความผิดหวังเลย  ความสุขของพวกเขาเปลี่ยนไปเป็นความปิติ  อารมณ์ที่ได้เห็นมาม่า ผู้เป็นที่รักนี้ ไม่สามารถจะบรรยายออกมาได้  นี่คือ "สรัสวาตี" ตัวจริง  เป็นแม่ของชาวโลก เป็นผู้ให้ประโยชน์ เธอเป็นคนเดียวกับคนที่มีชื่อเสียงเลื่องลือเป็นอมตะ  ผู้ซึ่งนักวาดได้เขียนภาพไว้ว่าเธอขี่หงส์  แม้แต่ผู้ที่ผ่านไปมาแล้วเฝ้าดูอยู่ ก็รู้สึกว่าถูกดึงไปสู่พระเจ้า  ด้วยบุคลิก อำนาจเช่นพลังแม่เหล็กของเธอ

ถึงแม้ว่ามาม่าเคยห้ามพวกเขาแล้ว  โยคีทั้งหลายก็ยังนำพวงมาลัยดอกไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความเคารพของพวกเขามามอบให้เธอ

"นี่อะไร"  มาม่าถาม  ขณะที่พวกเขากำลังก้าวเข้ามาพร้อมก้บพวงมาลัย  "ฉันไม่ต้องการดอกไม้เหล่านี้ ฉันต้องการดอกไม้ที่มีชีวิต  พวกเธอคือดอกไม้  ครั้งหนึ่งพวกเธอเคยเป็นหนาม  แต่ตอนนี้พวกเธอกำลังซึมซับทุก ๆ คุณธรรมที่สูงส่งใช่ไหม  พวกเธอเป็นดอกไม้ของพวงมาลัยแห่งสวนของบาบา บอกฉันซิ!  ว่าเธอกระจายกลิ่นอย่างสม่ำเสมอหรือเปล่า  สรัสวาตี มองดูในหัวใจของพวกเขาขณะที่เธอกำลังพูด "ใช่มาม่า"  ในที่สุดพวกเขาก็ตอบออกมา  "บาบา ทำให้เรากลายเป็นดอกไม้"  เช่นนี้ มาม่าก็หัวเราะอย่างมีความสุข

ทุก ๆ วัน ระหว่างที่เธอพักอยู่ในเดลลี  ผู้ค้นหาศาสนาก็ได้มาพบเธอมากขึ้น  พวกเขามาจากดินแดนที่ห่างไกล ด้วยจำนวนที่หลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย จากเช้าถึงตอนกลางคืน  มาม่าต้อนรับพวกเขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  ให้กับทุกดวงวิญญาณอะไรก็ตามที่เขาต้องการ เธอแก้ข้อสงสัยของพวกเขาจนกระจ่างชัด  เธอเสนอที่จะช่วยเหลือ  สรัสวาตีผู้ขับไล่ความกลัว  ทำให้พวกเขารู้สึกราวกับว่าเธอคือแม่ที่แท้จริงของพวกเขา

ในวงล้อมแห่งความรักของเธอ พวกเขารู้สึกปลอดภัย  เด็กเล็ก ๆ ก็มาด้วยและมาม่าก็มีเรื่องที่น่าฉงนสำหรับพวกเขา "ดูซิ นักเดินทางจากดินแดนที่ไกลโพ้น ได้มายังดินแดนต่างแดนนี้  ไม่มีดวงตาของผู้ใดที่จะจดจำท่านได้เลย  แต่ท่านจะถูกจดจำได้ด้วยหัวใจของคนทั้งหมด  นักเดินทางผู้นั้นได้มาแล้ว  และก็มาอยู่เพียงไม่กี่วัน" เมื่อมาม่าได้สร้างความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขา เธอถามว่า  "ใครคือนักเดินทางผู้นั้น ?"  เธออธิบายว่า นักเดินทางคือพระเจ้าชิพบาบา  ผู้ซึ่งมาจากโลกที่ปราศจากร่าง ห่างไกลออกไปจากดวงดาวนี้ นับหลายล้านล้านไมล์ เราไม่สามารถเห็นท่านด้วยดวงตาเนื้อคู่นี้  แต่จิตใจของเราก็จะมีพลังของประสบการณ์จากคำพูดของท่าน  สิ่งสูงสุดซึ่งมีอำนาจสิทธิเฉียบขาดกับสิ่งที่ท่านพูด และกัับความรู้ของบรรดาสิ่งสร้างซึ่งท่านมีอยู่ ท่านได้พิสูจน์ว่าท่านคือผู้มองเห็นอนาคต ผู้ล่วงรู้ปริศนาของกาลเวลาทั้งสาม  และท่านก็ยังเป็นนายของสามโลก ท่านคือ "ชีว่า"

บางครั้งมาม่าจะหัวเราะ  "ผู้คนเชื่อว่าพระเจ้าเป็นมหาสมุทรของความรู้และมหาสมุทรของความสงบ  แต่พวกเขาไม่รู้ว่าท่านเป็นนักธุรกิจด้วย  ไม่มีนักธุรกิจคนอื่นใดเหมือนกับท่าน ผลิตภัณฑ์ไม่สามารถถูกทำลายได้ ไม่มีใครที่จะมีสินค้าที่มีประโยชน์เช่นนี้ แต่ท่านไม่ได้ให้สิ่งเหล่านี้ออกไปโดยไม่มีอะไรตอบแทน  ท่านเป็นผู้ที่หลักแหลมเป็นอย่างมาก"

"ท่านพูดว่า จงให้กิเลสของเธอกับฉัน  ให้แม้แต่ความคิดของเธอกับฉัน  แล้วฉันจะตอบแทนเธอด้วยสมบัติงหนึ่งกระเป๋าเต็ม ๆ  แต่ผู้ขายของผู้กำลังเดินทางจะอยู่ที่นี่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น แล้วท่านก็จะเดินทางกลับบ้านเร็ว ๆ นี้ มีเวลาอีก 2-3 วันเท่านั้น  แล้วโลกที่เก่าแก่ทรุดโทรมนี้ก็กำลังจะถูกเผา  แล้วทำไมไม่นำความสุขจากประสาทสัมผัสที่ไม่มีประโยชน์ มาแลกกับความปิติที่ไม่มีวันจบสิ้นเล่า ?"  เธอจะไม่เคยพบการซื้อขายเช่นนี้เลย  แล้วเธอยังจะต่อรองกับท่านอีกหรือ ?  ถ้าเธอยังไม่ยอมตกลงแลกเปลี่ยน แล้วเม่ื่อไรเธอจะทำ

มาม่าจี้กระตุ้นผู้ฟังของเธอ  เมื่อถึงเวลาที่มาม่าจะต้องไป พวกเขาก็พยายามทุกวิถีทางที่จะดึงเธอไว้ให้นานที่สุด  มาม่าก็สัญญาว่าจะกลับมาและบอกบาบาว่า มันน่าอัศจรรย์ใจอย่างไร ณ ที่นั่น  เกี่ยวกับลูก ๆ ที่เดลลี  แล้วบางทีบาบาก็อาจจะมาด้วยตัวท่านเอง  และด้วยความหวังเช่นนั้น ทำให้พวกเขายอมให้เธอกลับ

ลูกของบาบาในเดลลี เขียนจดหมายฉบับแล้วฉบับเล่ามาถึงบาบา  วิงวอนให้ท่านมา ในที่สุด มหาสมุทรแห่งความรักชิพบาบาและสื่อของท่านก็รับคำเชิญ  เมื่อพวกเขาได้ยินข่าวกระแสคลื่นแห่งความปิติยินดีเช่นนี้ ก็ได้ถาโถมเข้าสู่ชายหาดของจิตใจของพวกเขา พวกเขาควรจะอดกลั้นที่จะรอเวลานั้นด้วยตัวของพวกเขาเอง

บาบาเขียนมาจากมธุบันก่อนที่จะมาถึง  "ลูก ๆ ผู้เป็นที่รักที่ได้จากหายไปนาน เพราะว่าความรักของท่านต่อลูก ๆ ชิพบาบาก็ได้จากพารามธรรมและลงมายังโลกของมายานี้ ท่านได้มาทำให้เราร่ำรวยด้วยความรู้ บาบาไม่สามารถปฏิเสธลูก ๆ ได้  ดังนั้น ท่านต้องลงมาเพื่อเปลี่ยนเดลลีจากเมืองของกรวดทรายให้เป็นเมืองทองคำ พาหนะของชิพบาบาก็ต้องมาด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องจำ ใครคือผู้ที่เธอกำลังร้องเรียกในฐานะอาคันตุกะ เมื่อเธอได้รู้จักกับท่าน เธอจะต้องบริสุทธิ์ตลอดไป  ท่านมายังโลกนี้เพื่อขจัดกลิ่นเน่าเหม็นของมัน  และมาทำให้มันหอมฟุ้งไปด้วยความบริสุทธิ์  ดังนั้นเธอจะต้องคงอยู่ภายใต้กฏแห่งความประพฤติที่สูงส่งที่สุดทั้งหมด ลูกจะต้องเป็นโยคีอย่างสม่ำเสมอ บาบาพูดด้วยเช่นกันว่า "ลูก ๆ ไม่ต้องนำดอกไม้มาที่สถานีรถไฟ และมันก็ไม่จำเป็นที่ลูกทั้งหลายจะต้องมาที่สถานีรถไฟ  ลูกไม่จำเป็นต้องเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ ใช้มันทั้งหมดเพื่อการยกระดับโลก  ใช้มันเพื่อการนำมรดกของบาบาไปให้กับผู้อื่น ลูก ๆ พ่อไม่ใช่ทั้งนักบวชและมหาตมะ  พ่อเป็นเพียงพ่อของลูก  ดังนั้น มันมีจุดประสงค์อะไรล่ะ ที่ลูกจะนำดอกไม้มา พ่อเพียงแต่ต้องการเห็นลูก ๆ เป็นเช่นดอกไม้ ที่ส่งกลิ่นหอมของท่าน มายาไม่ควรจะนำความแห้งแล้งมาสู่ชีวิตของลูก กลิ่นของคุณธรรมควรจะเด่นชัดในมารยาทของลูก ดังนั้นผู้คนก็จะเข้าใจว่าลูก ๆ นั้นเป็นลูกของใคร

มีเพียงผู้ซึ่งถือพรหมจรรย์ที่จะได้รับอนุญาตให้ไปพบบาบา  พวกเขาก็ต้องถือปฏิบัติในเรื่องของความบริสุทธิ์ของอาหารและเครื่องดื่ม  และต้องมีศรัทธากับบาบาในสติปัญญา กฏนี้มีเพื่อผลประโยชน์ของลูก ๆ เนื่องจากคนที่ไม่บริสุทธิ์ ก็จะไม่สามารถที่จะรับรู้การมาของพระเจ้าได้ ชิพบาบานั้นลึกลับ  เราไม่สามารถเห็นท่านด้วยตาเนื้อ  ใครก็ตามที่ยังไม่ได้รับการเปิดดวงตาที่สามแห่งความรู้ของเขา ก็จะไม่สามารถที่จะรู้จักว่าในร่างของผู้ชายที่ธรรมดานั้น พระเจ้าที่ไม่สามารถมองเห็นได้นี้ได้ลงมา  ดวงวิญญาณที่มืดบอดเช่นนี้ สามารถที่จะทำอันตรายให้กับตัวเองได้อย่างง่าย ๆ โดยการทำกรรมที่ไม่ดีต่อพ่อสูงสุด  บาบาได้มาในเสื้อผ้าที่แสนจะธรรมดา ขาวเรียบ ไม่มีการประดับตกแต่ง  และการประดับตกแต่งอะไรล่ะ ที่จะมีความงดงามเพียงพอ และสูงค่าพอที่จะเหมาะสมกับจอมราชันย์ของจักรวาล

ทุก ๆ เช้า ชั้นเรืยนเต็มไปด้วยดวงวิญญาณที่ปรารถนาจะฟังเมอร์ลีของบาบา ทุก ๆ วัน ความลับที่ลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ ถูกเปิดเผย  พลังที่แผ่ซ่านออกมาจากการปรากฏตัวของท่าน ได้เผาตะกอนที่นอนเนื่องทางจิตเป็นชั้น ๆ ออกไป ซึ่งมันได้ห่อหุ้มดวงวิญญาณอยู่  พวกเขารู้สึกเบากว่าแต่ก่อน  พวกเขาเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน  ภาระที่หนักหน่วงของพวกเขาได้ถูกปลดทิ้ง จิตใจคงอยู่อย่างมั่นคง เปิดเผย ละวาง และเงียบสงบ  เสือกระดาษของความปรารถนาได้ตายกลายเป็นเถ้าถ่าน และความรักซึ่งบริสุทธิ์ที่ไม่มีวันตายได้ฟื้นกลับขึ้นมาจากเปลวไฟ  พวกเขาได้บรรลุถึงแก่นแท้ของชีวิต  "อ้า  ขอให้มันเป็นเช่นนี้ตลอดไป !  และทำไมพวกเราถึงได้ลงมาจากบัลลังก์ของความบริสุทธิ์ได้อย่างไร  เพราะว่าไม่มีสุราชนิดใดที่จะเปรียบเทียบได้กับน้ำอมฤตของพระเจ้า"

ที่น่าตะลึงงันว่า สิ่งอื่นใดทั้งหมด ประสบการณ์ที่วิเศษนี้ ทุกคนได้รับทั้งหมด  เราไม่ต้องจากบ้านของเราไปอาศัยอยู่ในป่าหรือในถ้ำอยางเช่นสาธุ  หรือซานยาสซีทำ บาบาเคยพูดในเมอร์ลีที่สูงส่งของท่านว่า คาร์มาซานยาสซี ทิ้งบ้านและธุรกิจของพวกเขา  และไปอาศัยในป่าเพราะว่า พวกเขาคิดว่ามันคงจะเป็นไปไม่ได้ที่จะอาศัยอยู่กับผู้หญิงและมีชัยชนะเหนือกามราคะ  แต่นี่เป็นสิ่งผิดอย่างแท้จริง ผู้ซึ่งได้เคยลิ้มรสน้ำอมฤตของพระเจ้าจะไม่เคยหยุดดื่มน้ำอมฤต เพื่อไปดื่มน้ำพิษ  พวกเรากำลังสร้างโลกใหม่จะไม่วิ่งหนีจากไป ลูกจะต้องอยู่ในบ้านของลูกและครอบครัวและนำทางชีวิตของลูกด้วยพลังของโยคะ

คงอยู่ในความบริสุทธิ์ขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลก บาบาให้คำแนะนำ และโลกก็จะได้รับการช่วยเหลืออันยิ่งใหญ่ พระเจ้ามา ไม่ได้มาผลักดันให้ลูกต้องออกจากบ้านของลูก แต่มาทำบ้านให้เป็นสวรรค์ ลูกได้ร้องเรียกพ่อ ลูกได้ตะโกนออกมา "โอ้ ผู้ชำระให้บริสุทธิ์โปรดมา" ในที่สุด ท่านก็ตอบมา "ลูก ๆ พ่อได้มาแล้ว" บัดนี้จงหยุดความปรารถนาเหล่านี้ จบสิ้นธุรกิจที่สกปรกนั้นเสีย ลูกเป็นดวงวิญญาณ ในตอนเริ่มต้นลูกเคยบริสุทธิ์ ดังนั้น ธรรมชาติที่แท้จริงของลูกคือ ความบริสุทธิ์ แล้วทำไมมันถึงจะเป็นการยากที่จะสร้างสภาวะดั้งเดิมนั้นเล่า แต่จนกว่าลูกมีสำนึกเป็นดวงวิญญาณเท่านั้น มิฉะนั้นก็จะเป็นไปไม่ได้  ดังนั้นให้สำนึกว่าตัวลูกเองเป็นดวงวิญญาณดวงหนึ่ง  และมีชีวิตอยู่ในการคิดถึงพ่อผู้เดียวนั้น แล้วลูกก็จะได้รับพลังที่จะคงอยู่ในความบริสุทธิ์โดยอัตโนมัติ

อ่านต่อ >>> อดิเทพ ตอนที่ 4 # 10


Day 4 Value of using time well


Day 4 

Value: Using time well

"To be wise is to use the treasure of time well"

Contemplation

We are well aware of the physical resources we have and usually make good use of them.  But we are often careless about the resource of time.  We tend to believe that using time well means planning the day and working according to that plan - and we manage to do that most of the time. But all of us find that a large amount of time goes to waste.

Application

Using time well means being aware of where I am investing it.  When I invest time in creating positive thoughts, words and actions, then I save lots of time.  And I am sure to get the best out of this investment, too - I find myself gaining good returns from everything that I do.


Credit : 365 days of wisdom (Dadi Janki)
Daily messages to inspire you through the year.

Photo: pinterest.com

Wednesday, November 1, 2017

Day 3 Value of Love


Day 3 


Value : Love



"Only when you love yourself can you forgive yourself"



Contemplation



Love gives us the power to forgive. Just as it is easy to forgive a person we love, when we truly love ourselves, we will also be able to forgive ourselves.  Only then will we find ourselves learning and progressing rather than holding on to past mistakes.



Application



When I notice myself making a mistake.  I will remind myself that to progress in life I have to be able to forgive myself. I need to learn from my mistakes so that I do not repeat them.


Credit : 365 days of wisdom (Dadi Janki)
Daily messages to inspire you through the year.

อดิเทพ ตอนที่ 4 # 8


พระเจ้าพูดกับคอมมิวนิสต์

โทรเลขถูกส่งไปถึงครูสซอฟ ขณะที่เขาอยู่ในอำนาจและระหว่างที่เขามาเยี่ยมอินเดียครั้งหนึ่ง  เขาได้รับหนังสือความรู้ของพระเจ้า และจดหมายเชิญให้ไปยังภูเขาอาบู  ผู้นำคอมมิวนิสต์คนอื่น  ก็ได้รับเกียรติในการเปิดเผยในครั้งนี้ด้วย  ช่วงเวลานี้ กษัตริย์ของซาอูดิอารเบียก็ได้รับข่าวสารด้วยเช่นกัน

ในเดือนธันวาคม ปี ค.ศ.1955  มีงานแสดงอุตสาหกรรมในงานแสดงอุตสาหกรรมนานาชาติที่จัดขึ้นในเดลลี มันเป็นงานชนิดนี้ เป็นครั้งแรกของเมืองนั้น มีห้องโทรทัศน์ ณ ที่นั่นด้วย  ครูซึ่งเป็นผู้อาวุโสของสถาบันก็ได้บรรยายออกโทรทัศน์  อธิบายความหมายของประวัติศาสตร์โลก ผู้คนนับพันเฝ้าชมรายการ  แล้วสอบถามรายละดัเอียดเพิ่มเติม

มหาวิทยาลัยทางดวงวิญญาณได้จัดบู๊ทที่งานแสดงสินค้า  ที่ซึ่งคำสอนของบาบาถูกจัดแสดงในรูปของภาพเขียน  ซิสเตอร์และบราเธอร์ที่มีประสบการณ์ประจำอยู่ที่นั่น เพื่ออธิบายนัยสำคัญ  นี่เป็นครั้งแรกของการทดลองในการจัดนิทรรศการทางดวงวิญญาณ  มันประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ



บราเธอร์ ราเมส บันทึกไว้ว่า "เราชี้นำไปยังรัฐบาล"  ว่าการจัดการนิทรรศการครั้งนี้ เป็นความคิดของใคร  "ว่าถ้าประชากรของอินเดียยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปริมาณเช่นปัจจุบันนี้แล้ว แทนที่ความเพียรพยายามที่จะทำให้คนว่างงานน้อยลง ปัญหาที่จะตามมาก็ไม่สามารถที่จะรับมือได้  ดังนั้น มันจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้แผนการคุมกำเนิดและกำจัดความสำส่อน  เพื่อที่จะปลุกให้ตื่นขึ้นในจิตของผู้คน ที่กระทำผิดต่อการถือพรหมจรรย์  คาามรู้ทางดวงวิญญาณควรจะมีการสอนในโรงเรียนและวิทยาลัย  ด้วยวิธีนี้ คนรุ่นหลังจะไม่เพียงแต่ยอมรับการถือพรหมจรรย์อย่างเต็มใจ  แต่คุณลักษณะของพวกเขาจะทำให้อินเดียเป็นอิสระจากโจรขโมย  การคดโกง  ความยากจน  และความรุนแรง  สังคมที่สอดคล้องกลมกลืนก็สามารถสร้างขึ้นได้

"เราเป็นสถาบันแห่งแรกที่ดึึงความสนใจของรัฐบาล ให้เห็นความสำคัญของการวางแผนครอบครัวและการถือพรหมจรรย์  เราเปิดเผยถึงจำนวนเงินเท่าไร ที่ใช้ไปในการหยุดยั้งอาชญากรรม  แต่คุกก็ยังไม่มีที่ว่าง  อัตราการเติบโตของอาชญากรรมรวดเร็วกว่าที่เคยเป็นมา  นักกฏหมายได้เพิ่มจำนวนขึ้นมากมาย และศาลเองก็มีงานล้นมือ  ถ้าเพียงแต่เขาทำให้ผู้คนมีความอดทนมากขึ้น  มีคุณธรรมมากขึ้น  บริสุทธิ์มากขึ้น  โดยสรุปมีพระเจ้ามากขึ้น  เราก็จะพัฒนางานของชาติให้ยิ่งใหญ่มากขึ้น และเราก็จะใช้เงินเพียงเศษเสี้ยวของงบประมาณ ณ เวลาปัจจุบัน

ในทำนองเดียวกัน รัฐบาลก็ปราถนาที่จะประกาศห้ามการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ พวกเขาก็รู้ว่า ผู้คนก็เพียงแต่จะกลับไปทำไวน์ด้วยวิธีการพื้นเมือง  และด้วยการติดสินบนเจ้าหน้าที่  พวกเขาก็จะป้องกันความผิดของตัวเขาได้  ดังนั้น การเสพติดแอลกอฮอล์ ไม่สามารถป้องกันได้ด้วยการใช้กฏหมายห้าม  อย่างไรก็ตาม ใช้การศึกษาทางดวงวิญญาณที่มีประสิทธิภาพ ผู้คนก็จะเข้าใจถึงความสำคัญของการยกระดับตนเองของพวกเขาเอง

รัฐบาลก็พูดด้วยว่า  พวกเขาต้องการยกระดับชนชั้นที่ล้าหลัง  นี่คือความดี  แต่วิธีการที่พวกเขานำเสนอจะดีที่สุดที่จะทำให้ท้องอิ่ม  แต่ไม่ใช่ดวงวิญญาณอิ่ม  ตราบเท่าที่คนรวยปราถนาที่จะรักษาไว้ซึ่งอภิสิทธิ์ของพวกเขาจนเกินไป  และเพื่อดื่มกินเลือดของคนจน  ความไม่เสมอภาคก็จะดำเนินต่อไป  แต่ถ้าพวกเขาเข้าใจว่าคนจนก็เป็นดวงวิญญาณด้วยเช่นกัน  ซึ่งเหมือนกับพวกเขา และก็เป็นลูกชายและลูกสาวของพระเจ้าเท่าเทียมกับพวกเขา  และอยู่ภายใต้กฏแห่งกรรมที่เท่าเทียมกัน  เราอาจจะเปลี่ยนความคิดพวกเขาที่จะทำให้พวกเขาสนใจที่จะประพฤติตนเองให้ดีกว่าเดิม  เราสามารถที่จะปลุกความรู้สึกแห่งความเป็นพี่น้องในพวกเขา  และทำความสมบูรณ์พร้อมกลับมายังสังคม

"ด้วยหลาย ๆ วิธีเช่นนี้ เราสามารถนำเสนอ ถึงความสำคัญของความรู้ทางดวงวิญญาณ เรานำเสนอด้วยเช่นกันว่า ผู้คนของทุกระดับและทุกศาสนา  เคารพความคิดเช่นเดียวกัน  เราทำทุกสิ่ง เพื่อการก้าวไปสู่การนำความคิดไปใช้ในทางปฏิบัติที่แท้จริง

"ในความเป็นจริง มีเพียงศาสนาเดียว ซึ่งประกอบด้วยความรักฉันท์พี่น้อง  ไม่มีความรุนแรง  มีการควบคุมตนเอง ถือพรหมจรรย์  และมีสัมพันธ์เช่นลูกกับพ่อ  พ่อผู้เป็นพระเจ้า แต่วันนี้ รัฐบาลได้เอาพื้นฐานของศาสนาโยนทิ้งไป  นี่เป็นความผิดอันใหญ่หลวงที่สุดอันหนึ่งเท่าที่ได้ทำไว้  เป็นการตัดขาดรากแก้วของตัวมันเอง  ด้วยการตัดสายโลหิตจากชีวิตของตัวมันเอง

มหาตมะคานธีรู้อย่างชัดเจน ถึงความสำคัญที่จะต้องนำเอากีตะมาเป็นเครื่องค้ำจุน  ในการพยายามสำหรับความเป็นอิสระทางการเมือง  ในวันนี้ เนื้อที่จะก่อตั้งอำนาจในการปกครองตนเองทางดวงวิญญาณ รัฐบาลจะต้องก้าวให้ไปไกลกว่ากีตะ คัมภีร์กีตะเป็นคัมภีร์สูงสุด  เป็นผู้นำทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกศาสนา เพราะว่ามันได้บรรจุไว้ ด้วยคำพูดที่ยิ่งใหญ่มากมาย  ซึ่งพระเจ้าได้พูดไว้ เมื่อทานได้ลงมายังโลกเมื่อ 5000 ปีที่แล้ว  เมื่อใดที่ความจริงได้รับการพิสูจน์ ด้วยเหตุการณ์เป็นเครื่องยืนยัน  และแล้วสาวกของศาสนาอื่น ก็จะยอมรับความรู้ที่อยู่ในคัมภีร์กีตะ แล้วรัฐบาลก็จะไม่มีปัญหาในการจัดระบบการศึกษาให้เป็นที่ยอมรับ  เพื่อจะนำความบริสุทธิ์กลับมาสู่อินเดีย  เราแนะนำว่า คณะกรรมการซึ่งเป็นกลาง จะต้องถูกตั้งขึ้นเพื่อตรวจสอบหัวข้อนี้ทั้งหมด  พวกเราก็จะเป็นอีกด้านหนึ่งที่จะคอยนำเสนอการพิสูจน์ เพื่อให้พ้นจากความสงสัยว่า  ดวงวิญญาณสูงสุดพูดกีตะและให้ความรู้แก่มวลมนุษย์  และได้ถูกบันทึกไว้ในนั้นจริง"

และดังนั้น ข่าวสารก็แพร่กระจาย  ผู้คนเหล่านี้มีสามัญสำนึก  พวกเขาไม่ใช่สาวกที่มืดบอด นักธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญได้กลายเป็นราชโยคี นายแพทย์ได้แนะนำการทำสมาธิให้กับคนไข้ของพวกเขา  นักการเมืองได้ถกถึงแนวคิดที่น่าทำให้ประหลาดใจ ซึ่งหลั่งไหลมาจากยอดเขาสูงในราชสถาน  แต่จะมีสักกี่คนเล่า ที่รู้ว่าใครคือผู้ที่อยู่บนนั้นจริง ๆ 


อ่านต่อ >>>  อดิเทพ ตอนที่ 4 # 9

Tuesday, October 31, 2017

Day 2 Value of Humility


Day 2 
Value : Humility

"The more humble you are,
 the more successful you will be"

Contemplation

Humility provides us with the wings to fly.  It gives us an enthusiasm based on inner truth and allows us to move forward easily.
When there is no humility,we find ourselves being pulled back again and again by difficult situations
 we've created for ourselves.

Application

When I do something, I need to make sure that I am enjoying it and take the time to remind myself of the joy it gives me.  This frees me from the desire for recognition or praise.  Then I will find myself succeeding in any task I undertake, and others will appreciate my efforts.


Credit : 365 days of wisdom (Dadi Janki)
Daily messages to inspire you through the year.

Monday, October 30, 2017

อดิเทพ ตอนที่ 4 # 7

การเชื้อเชิญ

การสัมนา Vedanta ถูกจัดขึ้นใน Amaritsar และซิสเตอร์ 2 คน ถูกเชิญให้ไปพูดร่วมกับสาธุและซานยาสซี อีกจำนวหนึ่ง

“พวกเราเดินทางโดยรถไฟชั้น 3   ถึงแม้ว่าพวกเขา จะซื้อตั๋วชั้นหนึ่งให้กับเรา B.K Rukmini เล่า  “เมื่อเราไปถึง  พวกเขาก็มีปัญหาในการตามหาพวกเรา  เพราะว่าพวกเขาคิดว่าพวกเราจะต้องลงมาจากขบวนชั้นหนึ่ง  เมื่อพวกเขาหาเราจนพบ พวกเขาก็พาเราไปยังที่พัก  และจัดอาหารที่ฟุ่มเฟือยให้เรา  เรารับแต่เพียงนมและผัก  สิ่งนี้ประทับใจพวกเขา  เพราะว่า สาธุโดยทั่วไป จะขอเพิ่มมากกว่าที่พวกเขาได้รับ  เจ้าของบ้าน อาสาที่จะซักเสื้อผ้าของพวกเรา  แต่เราบอกว่า พวกเราจะทำของเราเอง  รวมทั้งสิ่งอื่น ๆ ไม่ว่างานใด ๆ ก็ตาม  หรือแม้แต่การทำอาหาร  พวกเขาชอบมาก  เพราะว่าซานยาสซี ใช้ให้พวกเขาซักเสื้อผ้า และยังให้นวดเท้าอีกด้วย

“ณ ที่สัมนา  เราซิสเตอร์ทั้งสอง  ได้ถูกเชิญเข้าไปนั่งที่หน้าเวที  ผู้ฟังประหลาดใจว่า  เราเป็นใคร  พวกเราจะพูดอะไร  ในที่สุด  ดาดี้แจงกี  ก็ได้รับอนุญาตให้บรรยาย  ผู้พูดคนอื่น ๆ และผู้ที่ให้การสนับสนุนปรัชญา  Adwaitist  ที่เชื่อว่าพระเจ้าอยู่ทุกหนทุกแห่ง  และโลกวัตถุนี้ทั้งหมด   เป็นเพียงสิ่งลวงตา  

แต่ดาดี้แจงกี  พรรณนาถึงความแตกต่างระหว่างพระเจ้า  ดวงวิญญาณ  และวัตถุธาตุ  เธอพูดอย่างชัดเจนและสวยงาม  เกี่ยวกับดวงวิญญาณสูงสุด  คุณสมบัติของท่าน  และรูปทั้งสามของการสร้าง  การทำลายและการหล่อเลี้ยงโลกของท่าน  และความจำเป็นในการยืมร่างกายมนุษย์ในการพูด  หลายคนรู้สึกว่า  พระเจ้าไม่สามารถเป็นจุดแสงซึ่งเล็กมาก  ท่านไม่ได้เป็นสิ่งที่ไร้ขอบเขตหรอกหรือ  แจงกีดาดี้เปิดเผยว่า  ท่านไม่มีขอบเขตในคุณธรรม  ในความรู้และในพลังอำนาจ  แต่มันไม่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับท่านที่จะไม่มีที่สิ้นสุดในขนาดที่หยาบ”

“เราทุกคนรู้ว่า  มนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหลายคน  ไม่มีร่างกายที่น่าประทับใจ  จักรพรรดิ นโปเลียนรูปร่างค่อนข้างเล็ก  มหาตมะคานธีดูอ่อนแอ  และบอบบาง และผู้หญิงหลายคน  ผู้ซึ่งถูกพิจารณาโดยทั่ว ๆ ไปว่าเป็นผู้อ่อนแอโดยเพศ  ได้รับการพิสูจน์แล้ว่า  ได้ครอบครองพลังทางดวงวิญญาณมากกว่าผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด  ในความเป็นจริง ชิพบาบาพูดบ่อยครั้งว่า  มาม่าสามารถที่จะไปถึงระดับที่สูงสุดของเธอ ได้รวดเร็วกว่าบราห์มาบาบาเสียอีก

การบรรยายของดาดี้แจงกี  ทำให้ฝูงชนตะลึง  และตกอยู่ในความเงียบ  สิ่งที่เธอพูดดูเหมือนว่าจะชัดเจนและเห็นได้ชัด  แต่ผู้จัดการสัมนานั้นรู้สึกกลัว  คำสอนว่าพระเจ้าอยู่ทุกหนทุกแห่ง  ทำให้เกิดช่องว่างขึ้นในกลุ่ม ผู้ซึ่งสนับสนุนความเชื่อนี้อย่างรุนแรงที่สุด  พวกเขาเห็นว่าเป็นการดูถูก

เพื่อเป็นการตอบโต้  ผู้จัดรายการไม่ยอมให้ซิสเตอร์ Rukmini พูด  ถึงแม้ว่าชื่อของเธอจะถูกจัดเข้าในรายการเรียบร้อยแล้ว  ผู้ฟังหลายคนต่อว่า นั่นไม่ใช่สิ่งที่เป็นธรรม  พวกเขาต้องการฟังว่าเธอจะพูดอะไร

วันรุ่งขึ้น สมาชิกลุ่มใหญ่ของคนเหล่านั้น รวมตัวอย่างพร้อมเพรียงกัน ที่หน้าที่พักของซิสเตอร์  และแล้วการสัมนาอื่นก็เริ่มขึ้น  วันนั้นบาบาได้ให้กำเนิดกับลูกใหม่ ๆ อีกมากมาย



พระอาทิตย์เริ่มฉายแสง




ในปี ค.ศ.1954  การทำงานรับใช้ในญี่ปุ่นก็เริ่มขึ้น  มีบัตรเชิญให้ไปร่วมการประชุมศาสนาโลก  หัวข้อหนึ่งของการประชุมคือ  “การลงมายังโลกของพระเจ้า”  ดาดี้กุมาค่า ปัจจุบันเป็นหัวหน้าผู้บริหารของมหาวิทยาลัยของพระเจ้า  ได้ไปทิ้งระเบิดใส่พวกเขา ณ ที่นั่น

เมื่อก่อตั้งความสงบที่แท้จริงของโลก  ทุกหน่วยของบุคคล  จะต้องมีจิตใจที่สงบเป็นสิ่งแรก ปัจเจกบุคคลเป็นเครื่องวัดของสังคม  มนุษย์สามารถได้รับความสงบของจิต  เมื่อการกระทำของเขาดีเท่านั้น  เพราะว่า  พื้นฐานของความสงบและความไม่สงบ  คือการกระทำของแต่ละปัจเจกบุคคล  และพื้นฐานของการกระทำก็คือจิต  ดวงวิญญาณติดกับอยู่ในวงจรกิเลส  เพื่อที่จะหลุดพ้นออกมา  บุคคลนั้นจะต้องสร้างวงจรของคุณธรรม  นี่คือราชโยคะ ซึ่งความคิดถูกควบคุม ให้ไปสู่เป้าหมายและจุดประสงค์  ซึ่งทั้งสูงส่งและไม่สามารถต้านทานได้  นั่นคือเป้าหมายของการกลายเป็นเทพ

ด้วยการมุ่งสู่เป้าหมายนี้อย่างหนักแน่น  สติปัญญาก็ละวางจากโลกปัจจุบัน  จิตใจที่ไม่สงบก็เริ่มช้าลง  ยุติการติดกับอยู่ในความเร่งรีบของความปรารถนาแห่งวัตถุ  บุคคลจะรับรู้ถึงกระแสความคิดซึ่งละเอียดอ่อน  ที่แผ่กระจายออกมาจากสิ่งสูงสุด  ด้วยการมีการติดต่อด้วยจิตที่บริสุทธิ์กับชิพบาบา  ดวงวิญญาณก็เพิ่มพลังในการควบคุมนิสัยที่ให้โทษ  ดวงวิญญาณรับรู้ความรับผิดชอบต่อตนเอง  จมหายเข้าไปในความรักที่ให้กับบาบา  เพิ่มพลังด้วยความศรัทธาที่มั่นคงในชัยชนะของตนเอง  ที่ได้รับการค้ำประกัน  ดวงวิญญาณผ่านการทดสอบอันแล้วอันเล่า  ในตอนจบไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะสั่นคลอนมันได้เลย

มีอะไรที่จะต้องทำกับความสงบบนโลก ?  ดาดี้บอกพวกเขา  ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความสงบบนโลก  นั่นเป็นความรับผิดชอบของพระเจ้า  ทั้งหมดที่เราต้องทำก็คือ  การสร้างความสงบขึ้นในตนเอง  ความร่วมมือที่พระเจ้าต้องการ  นั่นคือเพียงแต่เรากลับมาบริสุทธิ์  สิ่งนี้เราสามารถทำได้เพียงแต่อยู่ในการคิดถึงท่าน  สิ่งแรกเราจะต้องรู้จักท่าน  และดังนั้น  ท่านต้องลงมาบนโลกและแนะนำตัวท่านเอง  สิ่งนี้ท่านทำได้แล้ว

ในที่ชุมนุมมีปฏิกิริยาที่ประหลาดใจ  ดาดี้ก็อธิบายต่อไป  ถึงวิธีการที่พระเจ้าลงมาใช้ร่างและบทบาทของบราห์มา  วงจรที่แท้จริงของเวลา  โลกวิญญาณที่ซึ่งเราได้จากมา  ซึ่งเราจะต้องกลับไปในเวลาไม่ช้านี้  นี่คือเวลาสุดท้าย  ในประวัติศาสตร์ของวงจรเวลาโลก

อนันต์  กีชอร์  บราเธอร์อาวุโสคนหนึ่ง  ของสถาบันพูดเป็นคนต่อไป  ท่านอธิบายต่อไปว่า  ระเบิดอะตอมและระเบิดไฮโดรเจน ได้สร้างไว้เพื่อการทำลายโลก  และแล้วมันก็จะขยายไป  จนกระทั่งจุดศูนย์รวมประชากรทุก ๆ แห่งอยู่ในระยะของการทำลายล้าง  สงครามโลกครั้งสุดท้ายไม่สามารถป้องกันได้  เพราะว่าด้วยการมีสงครามนั้นนั่นเอง  ที่โลกซึ่งไม่สงบสุขในปัจจุบัน  จะถูกทำลายทันที  และอย่างเต็มไปด้วยความเมตตา  พ่อสูงสุดก็จะพาดวงวิญญาณกลับบ้าน  และความสงบก็จะครอบคลุมไปทั่วทั้งโลก

เพียงแต่วิธีนั้นที่โลกยุคใหม่จะเริ่มขึ้น  มีพลเมืองซึ่งเป็นดวงวิญญาณ ผู้ซึ่งเปลี่ยนแปลงตัวเขาเองมาก่อน  พวกเขาได้ครอบครองพลังอำนาจ  ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในความกลมกลืนอย่างสูงสุด  สำหรับอีก 2500 ปีข้างหน้า  การวิวาทจะไม่ปะทุขึ้นบนโลก  ไม่มีอุบัติเหตุหรือความป่วยไข้จะเกิดขึ้นกับใครแม้แต่คนเดียว  ไม่มีความทุกข์ที่มากมายในโลกเช่นทุกวันนี้  ความสุขเป็นอย่างมากมายเหลือล้น ณ ที่นั่น  นั่นเป็นสิ่งสร้างของพระเจ้าผู้ทรงมหิทธานุภาพ  และนี่เอง  ที่ทำไมท่านจึงได้รับการกราบไหว้ตลอดกาล

ผู้ฟังหลายคน  ซึ่งมีสติปัญญาที่บิดเบือนไปจากความจริง  พวกเขาคัดค้านคำพูดของ อนันต์  กีชอร์  ว่าเป็นสิ่งไร้ค่าและเป็นเรื่องโกหก  ยกเว้นแต่สิทธิอำนาจซึ่งเขาพูด  และแสงซึ่งฉายปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา  ผู้อื่นซึ่งคิดอย่างลึกซึ้ง  เกี่ยวกับเรื่องราวที่พูดสรุปว่า  ผู้คนแปลกหน้าจากอินเดีย ได้พูดอธิบายสิ่งที่มีเหตุผล  พวกเขา ได้เริ่มตั้งคำถาม กับผู้มาเยือนอย่างเข้าถึงแก่น

“ทำไมท่านจึงคิดว่าเนื้อสัตว์ไม่เหมาะสม?”  ผู้ตั้งคำถามยืนกราน  “ทุกวันนี้สัตว์ต่าง ๆ และนก ได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมหาศาล  ถ้าหากมนุษย์ ไม่นำมาใช้ประโยชน์เป็นอาหาร  ต่อไปพวกมันก็จะมาย่ำยีเรา”

“ประชากรของมนุษย์ก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน  อนันต์  กีชอร์ ยิ้ม  นั่นมันก็หมายความว่าเราควรจะเริ่มกินมนุษย์คนอื่น ๆ ด้วยหรือ  พวกเราจะไม่กินซึ่งกันและกัน  เพราะว่าเรายอมรับว่าบุคคลนั้น  ไม่ได้เป็นเพียงร่างกายเท่านั้น แต่เป็นดวงวิญญาณ  ตั้งแต่กำเนิดมาเรารู้ว่าเป็นสิ่งผิด  ที่จะทำอันตรายโดยปล่อยให้คน ๆ หนึ่งฆ่าอีกคนหนึ่ง  ผู้ที่ถูกฆ่า ก็จะสามารถแสดงความรู้สึกกลัวของเขาออกมาเป็นคำพูด  แต่นกและสัตว์ไม่สามารถพูดได้  ถ้าพวกเขาสามารถพูดภาษาของเรา  พวกเขาคงจะถามท่านว่า  “ทำไมท่านต้องฆ่าเราและกินเรา”  เราจะตอบว่าอย่างไร?  มันไม่เป็นธรรม  มันเป็นอาชญากรรม  มันเป็นความทารุณ  มันเป็นบาป  การทำให้ใครก็ตามเกิดความทุกข์เป็นบาป  การฆ่าสิ่งใด ๆ เป็นอาชญากรรม  จากมุมมองของกฏของการกระทำ  มันก็ยังเป็นอาชญากรรม  ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะให้อภัย”

ตอนนี้ผู้ฟังก็เงียบ  คำพูดของบราเธอร์ได้เข้าถึงพวกเขาแล้ว

“ใช่แล้ว”  ในที่สุดบางคนก็พูดขึ้น  “บางทีท่านอาจจะถูกเกี่ยวกับสัตว์  แต่เกี่ยวกับปลาล่ะ  พวกเขาเป็นเพียงผลของท้องทะเล  เหมือนกับผลของต้นไม้ที่เกิดบนโลกตามท้องทุ่ง”

อนันต์  กีชอร์  ผงกศีรษะอย่างอ่อนโยน  “ท่านเคยเห็นขณะที่ปลากำลังจะตายแล้วใช่ไหม  ท่านรู้ว่าเสียงที่ระทมทุกข์ของลมหายใจ  ท่านรู้ถึงความเจ็บปวด  มนุษย์มีข้ออ้างมากมายเพื่อแก้ตัวที่จะกินพวกเขา  มีสิ่งอื่นอีกมากมายที่หาได้สำหรับผู้คนเพื่อกิน  ซึ่งดีกว่าปลาอย่างมาก”

บราเธอร์และซีสเตอร์ ได้ทำงานรับใช้ที่ยิ่งใหญ่ในญี่ปุ่น  พวกเขาได้ค้นพบศาสนานิกาย  ซึ่งใช้หินรูปไข่  เป็นสิ่งสำหรับดูเพื่อการทำสมาธิ  สมาชิกของนิกายไม่ได้มีความคิดของนัยสำคัญของรูปไข่นี้  พวกเขาพิจารณาว่าหินเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์  และคิดว่าด้วยการเพ่งรวมบนหินรูปไข่นี้  สะพานจะถูกสร้างขึ้น  เพื่อเชื่อมต่อระหว่างดวงวิญญาณและพระเจ้า  ซีสเตอร์ Latan Mohini  ถามพวกเขาว่า  ทำไมพวกเขาจึงเลือกหินเช่นนี้  แต่พวกเขาก็ไม่เข้าใจ  พวกเขาพูดว่า  มันเป็นประเพณี  มันนำความสงบมาให้พวกเรา  

ลูก ๆ ของบาบาต่างประหลาดใจต่อการมีอยู่ของสัญลักษณ์เช่นนี้  ณ ที่นี่ สำหรับสิ่งนี้เป็นที่แน่ชัดว่าเป็น  ชีวาลิงค์  ภาพสัญลักษณ์ของดวงวิญญาณสูงสุด  คุณลักษณะของผู้ซึ่งทำการสักการะบูชาในวัดทั่วทั้งอินเดีย  ซิสเตอร์  Latan Mohini  สอนดวงวิญญาณที่กระหายเหล่านี้เพื่อสร้างสะพาน  ไม่ใช่ไปหาพระเจ้าที่เป็นหิน  แต่ไปยังพระเจ้าที่แท้จริง  พวกเขามีความสุขมากที่ได้เรียนรู้การทำสมาธิ ซึ่งเต็มไปด้วยเหตุผลและชัดเจน

ชาวญี่ปุ่นได้จัดการให้มีการพบปะสำหรับพวกเรา  สร้างบรรยากาศให้มีการบรรยายและสอนสมาธิ  และแปลคำบรรยายของเราแล้วนำไปตีพิมพ์  หนังสือพิมพ์ของพวกเขาประกาศการมาเยือนของพวกเราอย่างกว้างขวาง  นักเดินทางหวนระลึกได้อีกว่า  ฮ่องกง  มาเลย์  สิงคโปร์ ฯลฯ  ก็ได้เชิญเราไปเยี่ยมเยียนด้วย  เราอยู่อินเดีย 1 ปี  เมื่อพวกเขากลับมา  ข่าวการเดินทางไปต่างประเทศถูกตีพิมพ์ ในหนังสือพิมพ์ของบอมเบย์และ Madras หนังสือพิมพ์อินเดียเอ็กต์เพรสตีพิมพ์เรื่องราวเป็นที่เอิกเกริก  ในที่สุด บราห์มากุมารี ก็ได้รับการยอมรับมากขึ้นในบ้านเกิดของตน

อ่านต่อ >>> อดิเทพ ตอนที่ 4 # 8

Day 1 Value of Faith


Day 1
Value of Faith

"Trust in others wins co-operation from them."

Contemplation

To have faith in others also means reinforcing other people's faith in themselves.  This naturally increases their self-confidence and creates enthusiasm.  Then they become better able to respond to positive feelings and access their full potential.


Application

If I notice that someone I work with is not co-operating with me, I need to check my own faith in that person.  When I am able to appreciate them for their unique qualities, my faith in that person will grow.  As my faith develops, so will their attitude toward me.  Gradually, we become closer and are able to work together more easily.


Credit : 365 days of wisdom (Dadi Janki)
Daily messages to inspire you through the year