Wednesday, September 18, 2013
คุณธรรม - ความสม่ำเสมอ (Constancy)
การมีสภาวะความสม่ำเสมอหมายถึงการมีประสบการณ์ของความหวานของผลสำเร็จทั้งหมดและความสัมพันธ์ทั้งหมดกับผู้เดียว (Avyakt 18/01/94)
ลูกมีประสบการณ์ว่าตัวลูกเองเป็นดวงวิญญาณ ผู้ซึ่งอยู่ในการคิดถึงพ่อเพียงผู้เดียว และมีสภาวะที่สม่ำเสมอหรือเปล่า ? พื้นฐานของการรักษาสภาวะที่สม่ำเสมอนั้นคือลูกเป็นของพ่อผู้เดียวไม่มีใครอื่น ถ้ามีบุคคลที่สองหรือที่สาม ลูกไม่สามารถรักษาสภาวะที่สม่ำเสมอในรูปของความคิดถึงแม้แต่ในความคิด ดังนั้นจึงควรมีแต่พ่อเพียงผู้เดียว ที่ไหนที่มีพ่อเป็นผู้ร่วมทาง การกระทำได้สำเร็จลงเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นถ้ามีแต่พ่อเพียงผู้เดียว ไม่มีผู้อื่นในทั้งสาม คือ ความคิด คำพูด การกระทำ และแล้วสภาวะของลูกก็จะสม่ำเสมอ ใช่หรือไม่ ? แล้วสภาวะของลูกก็จะไม่ขึ้น ๆ ลง ๆ มันจะไม่สั่นคลอนและสม่ำเสมอ ลูกจะเรียกว่าอะไร ? โชคแห่งอาณาจักรของสัตยุคที่ไม่หวั่นไหวสั่นคลอน (Avyakt 17/03/91)
เน้นความสำคัญเป็นพิเศษต่อคำว่าสม่ำเสมอโดยเฉพาะ เน้นความสำคัญของคำนี้อย่างสม่ำเสมอ ในความคิด คำพูด ในการแสวงบุญแห่งการคิดถึง ในฐานะที่เป็นรูปธรรมแห่งความรู้ ในการซึมซับและในงานรับใช้ เน้นความสำคัญของคำนี้อย่างสม่ำเสมอในสี่วิิชาทั้งหมด รับสิ่งนี้ไว้เป็นพร วิธีของการที่จะคงอยู่ในสภาวะที่สม่ำเสมอ คือการมีความเข้มแข็งจากผู้เดียว และการค้ำจุนจากผู้เดียว ผู้ที่ดำรงอยู่ในความเข้มแข็ง และการค้ำจุนจากผู้เดียว จะมั่นคงอย่างสม่ำเสมอ จะไม่มีอะไรที่จะดึงดูดความสนใจของดวงวิญญาณเช่นนี้ได้ ดวงวิญญาณเช่นนี้จะเป็นผู้ที่ปราศจากอุปสรรคและกลายเป็นประภาคาร และจะกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่องทางให้กับผู้อื่น ๆ อีกมาก และดังนั้นตรวจดูว่ามีกี่ดวงวิญญาณที่ลูกส่องทางให้เดินในหนึ่งวัน นี่คืองานของลูก นี่คือธุรกิจ งานของบราห์มิน (Avyakt 10/11/79)
อาณาจักรเดียวหมายความว่า ดวงวิญญาณควบคุมอาณาจักรของอวัยวะทางกาย ซึ่งมีหน้าที่ในการกระทำภาระกิจของอาณาจักรอย่างสม่ำเสมอ
เครื่องหมายแห่งการปกครองตนเองก็คือลูกจะมีประสบการณ์ ว่าตัวลูกเป็นผู้สูงส่ง และมีสิทธิทุกอย่างอย่างสม่ำเสมอ
ดังนั้นตรวจดู ความสุข ความสงบ และทรัพย์สมบัติของลูก อยู่บนพื้นฐานของความสำเร็จที่มีขีดจำกัดหรือไม่ หรือว่าลูกมีความสุขทางดวงวิญญาณที่เหนือการสัมผัสแห่งอาณาจักรของพระเจ้าสูงสุดหรือไม่ ประสบการณ์ความสุขของลูกมีพื้นฐานอยู่บนความหมายของการสรรเสริญและความสะดวกสบายจากเครื่องอำนวยความสะดวก หรืออาณาจักรของลูก ซึ่งเป็นความสุขเหนือประสาทสัมผัส ที่อยู่บนพื้นฐานของการบรรลุถึงพระเจ้า มีเหตุการณ์ที่ไม่สงบใด ๆ มาทำลายความสงบอันสม่ำเสมอหรือไม่ สำหรับผู้ที่มีอำนาจในการปกครองตนเอง พายุแห่งความไม่สงบใด ๆ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่มาทำให้พวกเขามีประสบการณ์ ดังนั้นพวกเขาก็ได้ของขวัญของการอยู่ในสภาพที่โบยบิน มันเป็นของขวัญของการยกระดับ นี่เป็นที่รู้กันในนามของความสงบที่สม่ำเสมอ ลูกมีอำนาจในการปกครองตนเองของความสม่ำเสมอในความสงบใช่ไหม ?
ในทำนองเดียวกันสำหรับทรัพย์สมบัติ ทรัพย์สมบัติแห่งอำนาจในการปกครองตนเองคือ ความรู้ คุณธรรม และอำนาจ แล้วลูกเป็นผู้ที่มีอำนาจในการปกครองตนเองที่สมบูรณ์พร้อมไปด้วยทรัพย์สมบัติทั้งหมดเหล่านี้หรือไม่ ? สัญลักษณ์ของความสมบูรณ์พร้อมนั้นคือที่ใดก็ตามที่มีแต่ความเต็มเปี่ยม มีความพอใจอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีชื่อหรือร่องรอยของการขาดแคลนของการบรรลุผลสำเร็จใด ๆ (Avyakt 18/11/93)
Tuesday, September 3, 2013
คุณธรรม - ความสะอาด(Cleanliness)
ใครคือบุคคลที่อันตรายที่สุดที่ทุก ๆ คนกลัว ในทางโลกภายนอกเป็นเรื่องที่แตกต่างออกไป แต่ภายในครอบครัวที่สูงส่งนี้ บุคคลที่อันตรายที่สุดและคนที่เป็นสาเหตุของความเสียหายอย่างมากคือบุคคลที่มีรูปภายในรูปหนึ่งและรูปภายนอกเป็นอีกอย่างหนึ่ง เขาเป็นอันตรายยิ่งกว่าผู้ที่ชอบนินทาผู้อื่นเสียอีก เพราะว่าเขาไม่สามารถที่จะเข้าใกล้ใครได้เลยสักคน เขาไม่สามารถที่จะมีความรักให้กับใครได้ ทุกคนพยายามที่จะอยู่ห่างจากเขา นี่เองที่ทำไมลูกได้รับการสอนจากบัทตีนี้ นี่ถูกเรียกว่าความซื่อตรงและความสะอาด สะอาดในประเด็นไหน ซื่อตรงในประเด็นไหน มีนัยสำคัญที่ล้ำลึกเบื้องหลังสิ่งนี้ด้วย ความซื่อตรงหมายถึงการพูดแต่เพียงสิ่งที่ลูกทำ พูดแต่สิ่งที่ลูกคิด มันไม่ควรจะมีรูปของการเสแสร้งใด ๆ จะต้องมีความซื่อตรงในความคิด คำพูด และการกระทำของลูก ในความคิดที่สร้างขึ้นภายในจิตใจ ควรมีความซื่อตรงในนั้นด้วย และแล้วก็จะมีเรื่องของความสะอาดภายใน ไม่ควรจะมีขยะของบาปใด ๆ ไม่ควรจะมีขยะใด ๆ ของนิสัย ของความรู้สึก และสันสการ์เก่าของใครด้วยเช่นกัน ผู้ซึ่งมีความสะอาดเช่นนี้จะเป็นคนซื่อตรง (Avyakt 28/09/69)
การเป็นผู้ที่ไม่มีข้อบกพร่องในร่างกาย ความคิด และหัวใจ หมายถึงการมีความสะอาด ไม่ว่าใครบางคนจะมีความสะอาดและบริสุทธิ์ทางร่างกายอย่างไรซึ่งเป็นภายนอก ถ้าเขาไม่สะอาดและบริสุทธิ์ในความคิด ลูกจะพูดว่าอะไร ก่อนอื่นดูแลความคิดให้สะอาด พระเจ้าพอใจกับผู้ซึ่งมีความคิดที่สะอาดและหัวใจที่สะอาด และพร้อมกันนั้นก็ส่งเสริมความปรารถนาของเขาเหล่านั้นด้วยหัวใจที่สะอาด ความสะอาดของร่างกายหมายถึงการดูแลร่างกายให้สะอาด ด้วยการพิจารณาและมีสำนึกว่าร่างกายของลูกเป็นวัดของดวงวิญญาณ บาบาเป็นผู้ทำให้ลูกเป็นผู้ดูแลวัดของลูก ลูกได้ให้ความคิด ร่างกาย และทรัพย์ ทุก ๆ สิ่งของลูก ด้วยการกลายมาเป็นผู้ดูแล ลูกก็จะเป็นอิสระจากการดึงดูด และได้รับความสะอาดและความบริสุทธิ์มาสู่ตัวลูกเองโดยอัตโนมัติ ความสะอาดเป็นสัญลักษณ์ของดวงวิญญาณ ถ้าความคิดของลูกวิ่งไปสู่ใครบางคน และแล้วการเร่ร่อนก็หมายถึงไม่มีความสะอาด ประเด็นที่สามเป็นความสะอาดภายในหัวใจ ลูกรู้ว่าความซื่อตรงคือความสะอาด รักษาความก้าวหน้าของลูก นั่นคือ ความเพียรของลูกอย่างซื่อตรงต่อหน้าบาบา ประเด็นที่สี่ ความสะอาดในความสัมพันธ์ นัยสำคัญในสิ่งนี้ ตรวจสอบสิ่งนี้เป็นพิเศษว่ามีความสะอาดกี่เปอร์เซนต์ในรูปขงอความพอใจ ความสะอาดในความสัมพันธ์หมายถึงความพอใจ ความสัมพันธ์นี้เป็นความซื่อตรงและความสะอาด (Avyakt 06/01/90)
เมื่อใดก็ตามที่มีความสะอาด คุณธรรมที่สูงส่งจะถูกดูดซับอย่างรวดเร็วมาก วิธีการของการดูดซับคุณธรรมที่สูงส่งนั้นคือ ความสะอาดที่ปลุกเรียกพวกมัน (Avyakt 28/02/88)
สิ่งพิสูจน์ของความสะอาดพบเห็นได้ในการกระทำของบุคคล ลูกไม่ได้เพียงแต่เข้าใจมัน แต่ลูกจะต้องแสดงมันในทางปฏบัติจริงของลูก การกระทำอะไรก็ตามที่ลูกทำควรจะเป็นเครื่องมือในการรับใช้ผู้อื่น ตรวจสอบความคิด คำพูด และการแสดงออกของลูก (Avyakt 29/09/69)
ไม่ควรมีความไม่บริสุทธิ์แม้เพียงเล็กน้อยของความคิดไร้สาระใด ๆ ถ้ามีความคิดไร้สาระใด ๆ ลูกก็ไม่สามารถพูดได้ว่ามีความสะอาดสมบูรณ์พร้อม การจบสิ้นความไร้สาระหมายถึงการกลายเป็นหงษ์ที่สูงส่ง จงมีการไตร่ตรองเพชรพลอยของความรู้ทุก ๆ ขณะ ถ้ามีการไตร่ตรองความรู้ก็จะไม่มีความคิดไร้สาระใด ๆ นี่เป็นที่รู้กันในนามของการเก็บแต่ไข่มุก ความไร้สาระเปรียบเหมือนก้อนหิน
สัญลักษณ์ของดวงวิญญาณโยคีคือการมีสติปัญญาที่สะอาดและกระจ่างชัดอย่างสม่ำเสมอ มันควรจะเป็นความสะอาดและกระจ่างชัด โยคีจะไม่เคยพูดว่า ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้ สติปัญญาของเขาควรจะดำรงอยู่ในความกระจ่างชัด (Avyakt 04/12/95)
เหตุผลใหญ่ว่าทำไมลูกถูกดึงไปสู่ร่างกายครั้งแล้วครั้งเล่านั้น เพราะว่าไม่มีความสะอาดในสติปัญญา ความสะอาดของสติปัญญาหมายถึงการหลุดหายเข้าไปในมนตราที่ยิ่งใหญ่ที่ได้รับมาเพราะว่าการไม่ได้คิดถึงพ่อ และปล่อยให้สติปัญญาเร่ร่อนไปหลายทาง มันไม่คงอยู่อย่างทรงพลัง โดยทั่วไปลูกจะมีประสบการณ์ว่า เมื่อสติปัญญาเข้าไปจดจ่ออยู่กับงานหลายอย่าง นี่คือความรู้สึกของสติปัญญาที่อ่อนแอและเหนื่อยอ่อน และดังนั้นลูกก็ไม่สามารถที่จะทำการตัดสินใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับสิ่งใด ๆ เช่นเดียวกัน ความคิดที่ไร้สาระ และความคิดที่เป็นบาปทำให้สติปัญญาเหนื่อยอ่อน ดวงวิญญาณที่เหนื่อยจะไม่สามารถแยกแยะและทำการตัดสินใจอย่างถูกต้อง ไม่ว่าคนนั้นจะฉลาดสักปานใด มันจะมีความแตกต่างเป็นอย่างมากในการแยกแยะและการตัดสินใจ เมื่อเขาเหนื่อย เพราะว่าสติปัญญาเหนื่อยอ่อนด้วยความคิดเหล่านี้ตลอดทั้งวัน มันขาดพลังที่จะทำการตัดสินใจ ดังนั้นลูกก็ไม่สามารถที่จะกลายเป็นผู้มีชัยชนะ เหตุผลหลักของการมีประสบการณ์ของความพ่ายแพ้คือ ไม่มีความสะอาดของสติปัญญา (Avyakt 16/10/69)
Wednesday, August 28, 2013
คุณธรรม - ความร่าเริง(Cheerfulness)
เมื่อมีความจริงดวงวิญญาณก็ร่ายรำอย่างต่อเนื่อง ดวงวิญญาณที่แท้จริงจะร่ายรำในความสุขอย่างสม่ำเสมอ ความสุขของพวกเขาจะไม่น้อยลง ในบางครั้งหรือบางครั้งจะมากขึ้น วันแล้ววันเล่าทุกนาที ความสุขของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัญลักษณ์ของความสูงส่งคือการร่ายรำอยู่ในความสุขอย่างสม่ำเสมอ ลูกพูดถึงหัวใจและรุปร่างหน้าตา และแล้วดังนั้นความหมายของความสูงศักดิ์ก็คือลูกจะร่าเริงอยู่ในหัวใจและในท่าทางของลูกด้วยอย่างสม่ำเสมอ ไม่เพียงแต่ความร่าเริงภายนอก แต่เป็นความร่าเิริงแม้แต่ในหัวใจของลูก หัวใจที่ร่าเริงและใบหน้าที่สดใส ทั้งสองควรจะอยู่ในความร่าเริง (Avyakt 11/12/91)
ถ้าบางคนได้รับความสำเร็จในทุกสิ่ง ไม่มีความสำเร็จแม้แต่สิ่งเดียวที่ขาดหายไป และแล้วความพิเศษอะไรที่จะเห็นได้ในใบหน้าและการกระทำของเขา ความร่าเริงอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น บางคนผู้ซึ่งได้รับความสำเร็จทั้งหมดไม่สามารถที่จะทำให้ความร่าเริงของเขาหายไป ไม่ว่าที่ไหนที่มีความเศร้า ตรวจสอบดูซิว่าลูกได้มีประสบการณ์ของการขาดหายไปของการบรรลุผลหรือลูกมีการบรรลุผลทั้งหมด ตรวจสอบดูซิว่า ประสบการณ์ของการบรรลุผลขาดหายไปหรือไม่ ลูกได้รับการบรรลุผลหรือไม่ ลูกมีความสำเร็จในทุกสิ่งหรือไม่ (Avyakt 22/12/95)
การอุทิศตัวหมายถึงการคิดถึงทุกลมหายใจ ลูกไม่ควรลืมบาบาแม้แต่ลมหายใจเดียว ทุกลมหายใจควรอยู่ในการคิดถึง และดังนั้น อะไรจะเป็นสัญลักษณ์ของผู้ซึ่งทำเช่นนี้ อะไรจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา หน้าของเขาจะเป็นอะไร ลูกรู้ไหม (ความร่าเริง) มันจะมีสิ่งอื่นที่แตกต่างไปจากความร่าเริงไหม ความอดทนของคนมีขีดถึงระดับใดก็ตาม อำนาจของเขาก็จะเพิ่มขึ้นตามนั้น ผู้ซึ่งคงอยู่ในการคิดถึงในทุกลมหายใจของพวกเขา จะต้องมีคุณธรรมของความอดทนอย่างแน่นอน และเพราะว่าการเป็นผู้ที่อดทน ความร่าเริงและอำนาจของพวกเขาจะปรากฏให้เห็น จะไม่มีสัญลักษณ์ของความอ่อนแอใด ๆ บนใบหน้าของพวกเขา บางครั้งคำพูดก็จะปรากฏจากปากของลูก "ฉันจะทำสิ่งนี้ได้อย่างไร อะไรจะเกิดขึ้น" คำพูดที่อ่อนแอเหล่านั้นไม่ควรจะปรากฏขึ้น มันจะมาในความคิดก่อน แล้วมันก็จะปรากฏขึ้นเป็นคำพูด แต่มันไม่ควรจะเข้ามาในจิตใจ มานมานาบาพ และ มานฮาจีบาพ (Avyakt 25/01/69)
โชคของความคิดนั่นคือมันจะคงอยู่อย่างร่าเริงเสมอ สัญลักษณ์ของการได้รับโชคคือการคงอยู่ในความร่าเริง ผู้ซึ่งมีความเปี่ยมล้นจิตใจก็คงอยู่ในความร่าเริงอย่างสม่ำเสมอ บุคคลซึ่งมีโชคในจิตใจเป็นผู้ที่ไม่รู้เรื่องต่อความปราถนาทั้งหมด พวกเขามีสภาวะของความไม่รู้นี้ (Avyakt 19/11/89)
เทพเป็นผู้ที่ร่าเริงและให้ความบันเทิงด้วย อย่างไรก็ตามอาณาจักรนั้นใหญ่มาก ทุกคนไม่สามารถที่จะร่าเริงในขีดระดับเดียวกัน แล้วแม้แต่เด็ก ๆ บางคนก็ให้ความรื่นเริงเป็นอย่างมากอย่างแน่นอน ใครที่สามารถจะร่าเริง ผู้ซึ่งอยู่ในความสุขเสมอ ผู้ซึ่งมีคุณธรรมที่สูงส่ง เพราะว่าพ่อเป็นผู้ร่าเริงและให้ความบันเทิง เหล่าเทพที่ท่านสร้างขึ้นก็เป็นผู้ที่ร่าเริงและให้ความบันเทิงด้วย ลูกควรจะมีคุณธรรมของความสม่ำเสมอในการคงอยู่ในความร่าเริงเสมอ ๆ มากเท่าที่จะเป็นไปได้ คงอยู่ในความร่าเริง ลูกสามารถที่จะคงอยู่อย่างร่าเริงเสมอ เมื่อลูกอยู่ในการคิดถึงบาบา อัลฟา (Alpha) แล้วลูกก็จะสามารถที่จะจดจำเบต้า (Beta - สวรรค์) และโดยวิธีนั้นลูกก็จะกลับมาร่าเริงมากขึ้นอีก (Sakar 11/04/96)
จดจำเพียงสองคำ คำแรก ลูกต้องกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ดึงดูด สอง ลูกต้องคงอยู่ในความร่าเริง มันเป็นดวงวิญญาณนั่นเองที่ดึงดูด ลูกจะสามารถดึงดูดผู้อื่นได้ด้วยสภาวะทางดวงวิญญาณ ถ้าลูกซึมซับสองประเด็นนี้ แล้วลูกก็จะเป็นผู้มีชัยชนะอย่างแน่นอน (Avyakt 25/10/69)
ขอให้ลูกเป็นรูปธรรมของความรู้ซึ่งคงอยู่อย่างร่าเริงอย่างสม่ำเสมอ ปล่อยให้สันสการ์ดั้งเิดิมของลูกปรากฏขึ้น ลูก ๆ ที่ไตร่ตรองความรู้และกลายเป็นรูปธรรมของความรู้จะคงอยู่ในความร่าเริงอย่างสม่ำเสมอ การดำรงอยู่ในความร่าเริงอย่างสม่ำเสมอเป็นสันสการ์ดั้งเดิมของชีวิตบราห์มิน คุณธรรมที่สูงส่งเป็นสมบัติของลูก และข้อบกพร่องเป็นสมบัติของมายา ซึ่งลูกได้รับเข้ามาในตัวลูกเอง เป็นผลโดยตรงจากอิทธิพลของเพื่อนที่ไม่ดี บัดนี้จงหันหลังให้พวกเขา และจงเริ่มต้นตัวลูกในหนทางของผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาด แล้วลูกก็จะคงอยู่ในความร่าเริงอย่างสม่ำเสมอ แล้วก็จะไม่มีปีศาจหรือสันสการ์ที่ไร้ประโยชน์ที่จะกล้ามาอยู่ต่อหน้าลูก (Sakar 18/06/96)
เพื่อที่จะกลายเป็นผู้ที่มีความดึงดูด ลูกก็จะกลายเป็นผู้ที่ร่าเริงด้วย เป็นผู้ที่ร่าเริงหมายถึงการโล้อยู่ในความสุขเหนือประสาทสัมผัส ลูกจะต้องคงอยู่ในความร่าเริงด้วยการไตร่ตรองความรู้ เพื่อให้มีประสบการณ์สภาพที่ละเอียดอ่อน และการโล้อยู่ในความสุขเหนือประสาทสัมผัสถูกเรียกว่าการคงอยู่ในความร่าเริง ลูกจะต้องคงอยู่ในความร่าเริงทั้งในจิตใจและร่างกาย ผู้ซึ่งคงอยู่อย่างร่าเริงในแบบนี้ก็จะดึงดูดผู้อื่น (Avyakt 17/11/69)
Tuesday, August 27, 2013
คุณธรรม - ใจบุญ(Charity)
ตปาเซีย หมายถึงการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นยอมรับความทุกข์ที่พวกเขาให้ลูกในรูปแบบของความสุข นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง เพียงเท่านั้น ลูกก็จะถูกเรียกว่า ตปาสวี ให้คิดว่าการกล่าวร้ายร้ายให้โทษเป็นคำสรรเสริญ แล้วลูกจะถูกเรียกว่าเป็นดวงวิญญาณที่ใจบุญ แม่ของชาวโลกเน้นความสำคัญของบทเรียนนี้กับลูก ๆ ทั้งหมดเสมอ
จงมองดูดวงวิญญาณผู้ซึ่งกล่าวร้ายลูกหรือให้ความทุกข์กับลูกด้วยสายตาของการเป็นรูปธรรมแห่งความเมตตา อย่าได้มองพวกเขาด้วยสายตาแห่งการประฌาม พวกเขาอาจจะประฌามลูก แต่ลูกต้องมอบดอกไม้ให้กับพวกเขา แล้วลูกจะถูกเรียกว่าเป็นดวงวิญญาณที่ใจบุญ
โอบกอดผู้ซึ่งประฌามไว้ด้วยหัวใจของลูก อย่าโอบกอดพวกเขาด้วยการเสแสร้ง แต่ด้วยหัวใจของลูก ดังนั้น นี่คือประเด็นซึ่งกลายเป็นอุปสรรคในการที่ลูกจะสามารถสะสมบัญชีของความใจบุญ "ฉันจะต้องไม่ให้ความทุกข์ แต่ฉันก็ต้องไม่รับเอาความทุกข์ด้วยเช่นกัน" เพราะมันไม่มีอะไรดีเลย แล้วทำไมลูกจะต้องรับมัน ทำไมลูกจะต้องสะสมขยะล่ะ เมื่อลูกรับความทุกข์ลูกก็สะสมขยะ เราสะสมอะไรในขยะ ? เชื้อโรคในรูปของร่องรอยของบาป ลูกจะต้องไม่ทำบาปที่ใหญ่ บัดนี้เหลือแต่เพียงร่องรอยของบาป อย่างไรก็ตาม มันไม่ควรจะเหลือแม้แต่ร่องรอย (Avyakt 10/04/91)
Wednesday, August 21, 2013
คุณธรรม - ความไร้กังวล(Carefree)
ลูกไร้กังวลเพราะว่าสิทธิที่เป็นอมตะถูกกำหนดไว้แล้ว ที่ไหนที่บางสิ่งถูกกำหนดไว้แล้ว ลูกคงอยู่อย่างไร้กังวล เมื่อบางสิ่งไม่ได้ถูกกำหนด แล้วก็จะมีความกังวลของความไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าลูกได้ให้ทุกสิ่งต่อพ่อแล้ว ลูกก็จะอยู่อย่างไร้กังวล (Avyakt 01/02/94)
เช่นที่สัญลักษณ์ของการมีศรัทธาในสติปัญญาเป็นเครื่องค้ำประกันแห่งชัยชนะ เช่นกันดวงวิญญาณเช่นนั้นจะเป็นผู้ไร้กังวล พวกเขาไม่สามารถมีความคิดไร้ประโยชน์ชนิดใด ๆ ได้เลย นอกจากมีความคิดที่บริสุทธิ์ จะไม่มีชื่อและร่องรอยของความคิดที่ไร้ประโยชน์ทุก ๆ ชนิด มันจะไม่เป็นเช่นว่าความคิดไร้ประโยชน์มาและความคิดเหล่านี้จะต้องถูกขับไล่ออกไป ไม่มีเรื่องไร้สาระสามารถเข้ามาถึงเขาผู้ซึ่งมีศรัทธาในสติปัญญา ที่จริงแล้วอะไรคือความคิดที่ไร้ประโยชน์ "อย่างไร ทำไม อะไร ฯลฯ" เหล่านี้คือความคิดไร้ประโยชน์ที่ถูกสร้างขึ้น ถ้าลูกมีความเชื่ออันไม่สามารถสั่นคลอนได้ในละคร ถ้าลูกเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความรู้และทรงพลังอำนาจ แล้วความคิดไร้สาระจะมีความกล้าหาญใด ๆ ที่จะทำให้ลูกขึ้น ๆ ลง ๆ หรือ จงมีประสบการณ์ของเครื่องหมายของความมีศรัทธา นั่นคือสภาพไร้กังวล "มันจะเกิดขึ้นหรือ ? มันจะไม่เกิดขึ้นหรือ ? อะไรจะเกิดขึ้น ? เรากำลังทำอยู่แต่เราควรจะดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น" ลูกจะเรียกสิ่งนี้ว่าความไร้กังวลหรือ แล้วเมื่อลูกไม่สามารถที่จะทำสิ่งใด ลูกจะทำอะไรต่อหน้าพ่อหรือ ลูกจะต่อว่า และขอร้องโดยพูดว่า "ท่านคือผู้ช่วยเหลือของเรา ท่านเป็นผู้ปกป้องเรา ท่านเป็นอย่างนี้ ท่านเป็นอย่างนี้" การขอหมายถึงการเสียสิทธิของลูก ผู้ซึ่งมีสิทธิทุกอย่างจะไม่เคยขอแล้วพูดว่า "ทำอย่างนี้ หรือ ขอให้สิ่งนี้เกิดขึ้น" การมีสติปัญญาที่มีศรัทธาหมายถึงการเป็นผู้ไร้กังวล เพียงเมื่อลูกเป็นผู้ไร้กังวลเท่านั้นที่ ขณะสุดท้ายที่ลูกพูดถึงจะเป็นสิ่งที่ง่ายดาย มิฉะนั้น ความคิดที่ไร้สาระก็จะเข้ามาในหัวของลูก ในรูปของวิญญาณปีศาจร้ายและอสูรแห่งความตาย ไม่มีอสูรแห่งความตายอื่นใดมา แต่ความคิดที่ไร้สาระเหล่านี้และความอ่อนแอของลูกมาในรูปของอสูรแห่งความตาย
ไม่สำคัญว่าอะไรเกิดขึ้น แม้ว่าถ้าทั้งโลกจะเกลียดลูก ลูกผู้ซึ่งเป็นนายมหาสมุทรแห่งความรักจะไม่กังวลกับชาวโลก ลูกเป็นจักรพรรดิผู้ไร้กังวล ลูกจะไม่กังวลเกี่ยวกับสิ่งใดเลย ลูกจะได้รับอะไรก็ตามที่ลูกกังวลเกี่ยวกับมัน ลูกจะได้รับมันใช่ไหม บัดนี้ ลูกเป็นจักรพรรดิผู้ไร้กังวลจากสิ่งไร้ค่าเหล่านี้ จงใส่ใจเกี่ยวกับการตรวจสอบตนเอง จงใส่ใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงตนเอง แต่บัดนี้จงกลายเป็นผู้ไร้กังวลจากสิ่งไร้ค่าประโยชน์ ลูกทำสิ่งนี้ได้ไหม หรือเมื่อลูกกลับบ้านจะมีความรู้สึกอื่นของความรัก เมื่อลูกหรือหลานหรือเหลนรู้สึกโกรธเล็กน้อยหรือสร้างความปั่นป่วนหรือไม่ เมื่อลูกไปทำงานหรือไม่ ทำธุรกิจ ถ้าลูกมีผู้รับใช้เช่นนั้น ถ้าลูกมีบรรยากาศเช่นนั้น ลูกจะต้องยังคงดำรงอยู่เช่นจักรพรรดิผู้ไร้กังวลจากความคิดที่ไร้ประโยชน์ อย่าให้มีความไร้กังวลในเรื่องของการเป็นผู้ทรงอำนาจ แต่เป็นจักรพรรดิผู้ไร้กังวลในเรื่องของสิ่งไร้สาระ บางคนนำมันไปใช้ผิด ๆ เมื่อมันเป็นเรื่องของกฏระเบียบ พวกเขาพูดว่า "บัพดาดาได้พูดไ้ว้ว่า : จงกลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้กังวล" อย่างไรก็ตาม อย่าได้กลายเป็นผู้ไร้กังวลในกฏระเบียบ (Avyakt 09/01/95)
ผู้ที่มีหัวใจที่พอใจดำรงอยู่ในความพอใจ เพราะว่าเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยความรู้เกี่ยวกับละครและไม่เคยถามคำถาม คำถามอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับตนเองและผู้อื่น ตัวลูกเองจะได้รับคำตอบก่อน บาบาได้บอกลูกมาก่อนแล้ว หรือท่านไม่ได้บอก ไม่ให้ถาม อะไร ทำไม แต่ให้ใส่จุด เปลี่ยนสิ่งนั้นซึ่งเป็นรายละเอียดใน 1 วินาที ไปสู่สาระให้อีก 1 วินาที ผู้ซึ่งพอใจถึงระดับนี้ ก็จะคงอยู่ในความไร้กังวลเสมอ ๆ (Avyakt 17/0397)
ผู้ซึ่งควงกงจักรแห่งสำนึกรู้ในตนเองเป็นผู้ซึ่งคงอยู่อย่างเป็นอิสระจากการควงของความโศกเศร้า และเป็นผู้ที่ปลดปล่อยผู้อื่น พวกเขาไม่ใช้ผู้ซึ่งมาอยู่ใต้อิทธิพล แต่เป็นผู้ซึ่งแสดงการกระทำผ่านประสาทสัมผัสด้วยสิทธิของผู้เป็นนาย พวกเขาไม่ใช่ผู้ที่ถูกหลอกลวง แต่เป็นผู้ปลดปล่อยผู้อื่นจากการหลอกลวง (Avyakt 29/12/89)
การชุมนุมของพระราชาเป็นการชุมนุมที่พิเศษสูงสุดในตลอดทั่งกัลป์ ได้เคยมีพระราชามากมาย แต่นี่เป็นการชุมนุมพิเศษของกษัตริย์ผู้ไร้กังวล เกิดขึ้นในยุคแห่งการบรรจบพบกันเท่านั้น การชุมนุมของกษัตริย์ผู้ไร้กังวลนี้ มันยิ่งใหญ่กว่าแม้แต่การชุมนุมของกษัตริย์ในยุคทอง ทำไมหรือ ที่นั่นไม่มีความรู้ของความแตกต่างระหว่างความกังวลกับความซาบซึ้ง พวกเขาไม่มีความรู้เกี่ยวกับคำว่า "กังวล" แต่บัดนี้ขณะที่ทั้งโลกกำลังเป็นกังวลเกี่ยวกับบางสิ่งหรือ ฯลฯ เริ่มจากเวลาที่เขาตื่นขึ้น เขาจะมีความกังวลบางอย่างไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งเกี่ยวกับครอบครัวของพวกเขา งานและธุรกิจเกี่ยวกับโลก เพื่อน และความสัมพันธ์ ลูกทั้งหมดเริ่มวันด้วยการเป็นพระราชาผู้ไร้กังวล ณ อมฤตเวลา และก็ทำงานของลูกให้สำเร็จเช่นพระราชาผู้ไร้กังวล เช่นพระราชาผู้ไร้กังวล ลูกนอนหลับอยู่ในการพักผ่อนที่แสนสบาย การหลับของลูกเต็มไปด้วยความสงบและความสุข ลูกได้กลายเป็นพระราชาผู้ไร้กังวลเช่นนี้ใช่ไหม.
ถ้าลูกได้มอบความรับผิดชอบไปให้พ่อ ลูกก็จะกลายเป็นผู้ไร้กังวล มีความกังวลเมื่อลูกคิดว่าตัวลูกคือผู้รับผิดชอบ "ความรับผิดชอบเป็นของบาบา และฉันเป็นเครื่องมือผู้รับใช้ ฉันเป็นคาร์มาโยคีผู้เป็นเครื่องมือ บาบาเป็นคารันคาราวันฮา (ผู้ซึ่งทำงานโดยตรงและผ่านผู้อื่นและผู้ซึ่งดลใจผู้อื่น) ฉันเป็นเครื่องมือผู้ซึ่งลงมือทำ" ถ้าสำนึกนี้ถูกรักษาไว้อย่างสม่ำเสมอ แล้วลูกก็จะเป็นพระราชาผู้ไร้กังวลอย่างสม่ำเสมอโดยอัตโนมัติ ถ้าแม้แต่มีความผิดพลาดลูกรับเอาภาระมาเป็นของลูก ซึ่งเป็นทัศตคติที่ไร้ประโยชน์แล้ว แทนที่จะเป็นมงกุฏ มันก็จะมีความกังวลหลายตะกร้าอยู่บนศีรษะของลุก ถ้าลูกไม่เป็นเช่นนั้นแล้วลูกก็เป็นพระราชาผู้ไร้กังวล ที่มีมงกุฏแห่งแสงอย่างสม่ำเสมอ มีเพียงแต่บาบาแล้วตัวลูกเท่านั้นไม่มีบุคลลที่สาม ประสบการณ์นี้ทำให้ลูกเป็นพระราชาผู้ไร้กังวลอย่างง่ายดาย ดังนั้นลูกเป็นใคร ลูกเป็นผู้ที่มีมงกุฏหรือตะกร้าบนศีระษะของลูก
มีความแตกต่างระหว่างรับเอาตะกร้ามาไว้บนศีรษะและการสวมมงกุฏ ถ้ามีใครบางคนซึ่งสวมมงกุฏมายืนต่อหน้าลูก และอีกคนหนึ่งมีตระกร้าหลายใบบนศีรษะของเขา ลูกจะชอบคนไหน คนที่สวมมงกุฏหรือคนที่มีตระกร้า บาบามาเพื่อเอาตะกร้าของภาระนับจำนวนไม่ถ้วนออกไปแล้วทำให้ลูกเบาสบาย ลูกกลายเป็นพระราชาผู้ไร้กังวล นั่นคือเป็นแสงและเบาสบายอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นลูกเป็นแสงและเบาสบายหรือไม่ (Avyakt 10/03/86)
ความซาบซึ้งหมายถึงความซาบซึ้งทางดวงวิญญาณ ผู้ซึ่งมีความซาบซึ้งทางดวงวิญญาณ ไม่กังวลเกี่ยวกับสิ่งใด ๆ พวกเขากลายเป็นจักรพรรดิผู้ไร้กังวล บัดนี้ พวกเขาได้กลายเป็นจักรพรรดิ และพวกเขาก็ประกาศสิทธิในอาาณาจักรในอนาคตด้วย ใครก็ตามผู้มีความกังวลใด ๆ ไม่สามารถมีประสบการณ์ของความสุขของการเป็นพระราชาผู้ไร้กังวล ลูกจะมีอาณาจักรของโลก 21 ชาติ แต่ลูกจะได้รับอาณาจักรที่ไร้กังวลนี้พร้อมกับบัลลังก์หัวใจเพียงหนึ่งชาติระหว่างยุคนี้เท่านั้น (Avyakt 25/12/89)
เมื่อพ่ออยู่กับลูก ลูกก็เป็นจักรพรรดิผู้ไร้กังวล ลูกได้ให้ความกังวลทั้งหมดกับพ่อใช่ไหมลูก ลูกเฉลียวฉลาดในการให้สิ่งเหล่านั้นใช่ไหม หรือลูกมีความเฉลียวฉลาดที่จะดูแลพวกมัน ลูกฉลาดที่จะให้และฉลาดที่จะรับด้วย บางครั้งลูกพูดโดยเข้าใจผิดว่าความคิดของลูกมีความเศร้าเล็กน้อย มันเป็นของลูกจริง ๆ หรือ หรือมันได้กลายมาเป็น "ของลูก" หรือมันเป็นของลูกตลอด ณ เวลานั้น "จิตใจของฉันไม่ชอบมัน จิตใจของฉันไม่ได้คิดสิ่งนี้" คำพูดเหล่านี้เป็นคำพูดที่เป็นขยะ
การพูดว่ามันเป็นของฉันหมายถึงการตกไปในความลำบาก ดังนั้นลูกได้ให้ความคิดของลูกไปแล้ว หรือเก็บมันไว้กับตัวเอง หรือบางครั้งลูกนำมันกลับมาอีก อะไรเป็นภาษาของบราห์มิน ของฉัน หรือ ของท่าน ดังนั้น แล้วทำไมลูกยังต้องคิด นี่ไม่ได้เป็นภาษาในศัพท์ โดยการพูดว่ามันเป็นของลูก ลูกทำให้มันสกปรก ลูกได้ให้ความคิดของลูก ลูกได้ให้ร่างกายของลูก ลูกได้ให้ทรัพย์ของลูก ลูกเป็นผู้ดูแลและดังนั้นมันไม่ได้เป็นของลูก ลูกเป็นผู้ดูแลหรือเป็นผู้ครองเรือน การเป็นผู้ครองเรือนหมายถึง การมีสำนึกของการเป็น "ของฉัน" และการเป็นผู้ดูแลหมายถึงการมีสำนึกว่ามันเป็นของท่าน ดังนั้นลูกมีความเชื่อเช่นนี้ในตัวลูกหรือไม่ (Avyakt 18/02/94 กลุ่ม4)
Monday, August 19, 2013
คุณธรรม - องอาจ(Bravery)
ชัคตีเป็นที่รู้จักกันว่าเขาคือผู้ที่ขี่อยู่บนปีศาจ นั่นคือเขาผู้ซึ่งขี่อยู่บนสันสการ์ปีศาจ และดังนั้นชัคตีทั้งหมดองอาจใช่หรือไม่ ? (Avyakt 10/01/94)
ลูก ๆ ผู้ซึ่งดำรงมั่นคงอยู่ในการทำงานรับใช้ทั้งกลางวันและกลางคืน คือผู้องอาจ (Avyakt 10/04/96)
Wednesday, August 7, 2013
คุณธรรม - ผู้ให้คุณประโยชน์(Benefactor)
ทุกคนรู้ที่จะเข้ากันได้ดีกับผู้ที่ไปได้ดีกับเขา อย่างไรก็ตามจงเปลี่ยนผู้ซึ่งมีทัศนคติของการให้โทษด้วยทัศนคติของการนำมาซึ่งประโยชน์ของลูก นั้นคือให้อภัยพวกเขา ลูกอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพวกเขา แต่ลูกสามารถที่จะให้อภัยพวกเขา ทำได้ไหม ลูกเป็นนายแห่งมหาสมุทรแห่งการให้อภัย ใช่ไหมลูก การให้อภัยของลูกจะกลายเป็นคำสอนสำหรับดวงวิญญาณนั้น ทุกวันนี้ไม่มีใครยอมรับเมื่อลูกสอนเขาด้วยคำพูด ทำเช่นนี้แล้วมันจะกลายเป็นการสอนสำหรับพวกเขา การให้อภัยหมายถึงการให้พรของความปรารถนาดีกับพวกเขา นี่คือวิธีการของการให้คำสอน (Avyakt13/02/91)
กระแสของความปรารถนาดีของลูกทั้งหมดจะเปลี่ยนแปลงบรรยากาศและทัศนคติของเพชรพลอยของความกังวลอย่างง่ายดาย
ดังนั้น ลูกผู้เ็ป็นเพชรพลอย ดวงวิญญาณผู้ซึ่งปรารถนาดีต่อทุกคน ได้รับความรักอย่างสูงสุดจากโลก เมื่อใดที่พวกเขามามีการติดต่อ พวกเขาจะไ้ด้รับประสบการณ์ว่าไม่มีใครอื่นที่เห็นได้ในโลกนี้ที่มีความปรารถนาดีกับผู้อื่นเช่นนี้ การมีความคิดบริสุทธิ์เป็นพื้นฐานพิเศษที่จะกลายเป็นผู้ซึ่งมีความปราถนาดีต่อผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ ดวงวิญญาณที่มีความปรารถนาดีต่อผู้อื่นเป็นผู้ซึ่งจบสิ้นความไร้สาระของผู้อื่น และก็จบสิ้นความคิดไร้สาระที่พวกเขามีกับผู้อื่นด้วย
เมื่อมีความคิดบริสุทธิ์ ความกังวลก็จบสิ้นโดยอัตโนมัติ เพียงแต่การช่วยเหลือเหมือนกับฟางเส้นเดียวที่ทำให้หัวใจของผู้ที่กำลังจะจมน้ำมีความสุข มันให้ความหวังกับเขา เช่นเดียวกัน สภาวะของลูกที่มีความปรารถนาดีจะให้ประสบการณ์ของความหวังกับพวกเขา สภาวะของลูกจะให้ประสบการณ์ของการค้ำจุนกับพวกเขา (Avyakt10/11/87)
เวลานี้คือยุคแห่งการบรรจบพบกัน ถูกเรียกว่าเป็นยุคที่ให้ประโยชน์ นี่เป็นยุคที่ให้ประโยชน์และลูกดวงวิญญาณเป็นดวงวิญญาณที่ให้คุณประโยชน์ ดังนั้น ลูกจดจำตัวลูกเองด้วยความเคารพตนเองของการเป็นดวงวิญญาณผู้ให้คุณประโยชน์หรือไม่ ภาระกิจสำคัญ ณ ยุคแห่งการบรรจบพบกันเป็นการนำเสนอคุณประโยชน์ สิ่งแรกจะต้องมีประโยชน์สำหรับตัวเอง และพร้อมกันนั้นก็มีประโยชน์สำหรับผู้อื่น ดังนั้นลูกมีประสบการณ์ในตัวลูกเองถึงพลังอำนาจที่นำมาซึ่งประโยชน์หรือไม่ ลูกไม่ได้ถูกกระทบโดยอิทธิพลของบรรยากาศใช่ไหม บรรยากาศภายในโลกเป็นบรรยากาศที่สร้างอันตรายและการสูญเสีย ขณะที่บรรยากาศของลูกเป็นการนำมาซึ่งประโยชน์ ดังนั้น บรรยากาศที่เป็นอันตรายและการสูญเสียมีพลังอำนาจมากกว่า หรือบรรยากาศของการนำมาซึ่งประโยชน์มีพลังอำนาจมากกว่า ดังนั้น บรรยากาศของผู้อื่นไม่สามารถจะมีอิทธิพลกับลูก เขาเป็นผู้อ่อนแอ ขณะที่ลูกเต็มไปด้วยพลัง ผู้ที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจได้รับชัยชนะเหนือผู้ที่อ่อนแอ ผู้ที่อ่อนแอจะไม่มีชัยชนะเหนือผู้ที่ทรงพลังอำนาจ ไม่สำคัญว่าบรรยากาศมันจะไม่บริสุทธิ์เท่าใด ลูกเป็นเพื่อนของพ่อผู้ทรงฤทธิ์ผู้มีสิทธิและอำนาจเฉียบขาด ทีใดมีพระเจ้าก็มีชัยชนะ ดังนั้นลูกคือผู้ซึ่งเปลี่ยนแปลงบรรยากาศ ลูกได้ประกาศท้าทายว่าลูกเป็นผู้เปลี่ยนแปลงโลก เป็นยุคแห่งการให้ประโยชน์ ลูกดวงวิญญาณเป็นดวงวิญญาณผู้ให้คุณประโยชน์ และพ่อก็เป็นผู้ให้คุณประโยชน์ด้วย ดังนั้น จึงมีพลังอำนาจเป็นอย่างมาก ลูกมีพลังอำนาจของเวลา ลูกมีพลังอำนาจของตัวลูกเอง และลูกก็มีพลังอำนาจของพ่อด้วย ดังนั้น เพียงแต่จดจำว่า สำหรับชาวโลกมันเป็นเวลาของอันตรายและการสูญเสีย ขณะที่สำหรับลูก มันเป็นเวลาของการให้ประโยชน์ ชาวโลกสามารถเห็นเพียงแต่การทำลายล้างเท่านั้น แต่สำหรับลูกแล้วพร้อมกับการทำลายล้าง ลูกก็จะมีการก่อตั้งอยู่ตรงหน้าของลูก จงมีความคิดที่สูงส่งปรากฏขึ้นคงอยู่ในหัวใจเสมอ ๆ ว่า การก่อตั้งนั้นได้ถูกก่อตั้งขึ้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นจงจดจำตัวเองและเวลาอย่างสม่ำเสมอ ตัวเองเป็นผู้ให้ประโยชน์ และเวลาก็ให้ประโยชน์เช่นกัน ด้วยการตระหนักรู้นี้ ลูกก็จะอยู่อย่างผู้พิชิตมายาและธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ มันไม่ควรที่จะเป็นการขึ้น ๆ ลง ๆ แม้แต่น้อย ลูกควรจะเป็นผู้ที่ไม่สามารถจะถูกเขย่า ไม่โยกคลอน และมั่นคง ไม่มีใครสามารถทำให้ลูกขึ้น ๆ ลง ๆ จากศรัทธานี้ (Avyakt 02/12/96 กลุ่ม6)
มีประโยชน์ไม่ว่าที่ใดที่มีการรับใช้อย่างที่เป็นกลุ่ม เมื่อลูกทำไป ขณะที่เห็นสันสการ์ของคนอื่นด้วยสายตาที่เมตตาและไม่เก็บสันสการ์ของพวกเขาไว้ตรงหน้าลูก (Avyakt 09/12/75)
ลูกทั้งหมดมีประสบการณ์ว่าตัวลูกเองเป็นดวงวิญญาณผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลก เป็นลูกของพ่อผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลกหรือไม่ อะไรเป็นความพิเศษของดวงวิญญาณผู้ให้คุณประโยชน์ต่อโลก ดวงวิญญาณผู้นำมาซึ่งประโยชน์ต่อโลกทั้งหมด จะเป็นผู้ที่สมบูรณ์พร้อมด้วยสมบัติทั้งหมด ดังนั้น ลูกมีสมบัติทั้งหมดอย่างมากล้นหรือไม่ ลูกมีสมบัติมากเท่าไร ลูกมีสมบัติมากมายใช่หรือไม่ มีเพียงแต่ดวงวิญญาณผู้มีสมบัติทั้งหมดอย่างเหลือล้นเท่านั้นที่จะสามารถที่จะให้สมบัติกับผู้อื่นได้ ถ้าลูกมีสมบัติของความรู้ ควรจะเป็นความรู้ที่สมบูรณ์ เพียงแต่เมื่อไม่มีอะไรขาดไปเลย ลูกจึงจะถูกเรียกว่าผู้เปี่ยมล้น ดวงวิญญาณที่ให้คุณประโยชน์ต่อโลก จะคงอยู่อย่างไม่ว่างเว้นในงานรับใช้ทุก ๆ ขณะสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นความคิดของพวกเขา ในคำพูดของพวกเขา ในการกระทำของพวกเขา หรือ ในการติดต่อและสัมพันธ์ของพวกเขา (Avyakt18/02/94 กลุ่ม1)
Subscribe to:
Posts (Atom)






